‘พิพัฒน์’ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบ เครนก่อสร้างไฮปีดเทรนถล่ม ขีดเส้น15 วัน รายงานผล
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 ม.ค. เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. เวลา 09.22 น. • The Bangkok Insight"พิพัฒน์" สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง-สาเหตุ เหตุเครนก่อสร้างโครงการไฮปีดเทรนถล่มทับรถไฟ ขีดเส้น 15 วัน ต้องรายงานผล
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้าง หาข้อเท็จจริง และสาเหตุของอุบัติเหตุกรณีเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ทั้งนี้ ได้กำหนดให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ ภายในระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่ารฟท. ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อรับทราบและพิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ฝ่ายเกี่ยวข้อง นำเรื่องไปพิจารณา ได้ข้อสรุปว่า กรณีผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ และบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยา จำนวน1,340,000 บาทต่อราย
ส่วนกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย และหากมีความเสียหายอื่นๆ หรือทรัพย์สินสูญหาย ให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯเพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน
นายอนันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามมาตรฐานการดำเนินงานก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่ที่ยังมีการเดินขบวนรถนั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานกับนายสถานี หากมีขบวนรถเดินผ่านจุดก่อสร้าง จะต้องหยุดการปฏิบัติงานก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ และมีความบกพร่องในขั้นตอนหรืออุปกรณ์ เครื่องมือในการก่อสร้าง หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อให้ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้ดำเนินการขยับตู้โบกี้ออกจากแนวทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว และผู้รับจ้างเตรียมรื้อถอน Launcher ที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ทั้งหมด และจะดำเนินการซ่อมแซมทาง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 7 วัน หลังจากนี้ การรถไฟฯ จะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้างอย่างละเอียด พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มเติม อาทิ ระบบเซนเซอร์และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ด้านกฎหมาย การรถไฟฯ ได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญา ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต รวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่ง เนื่องจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นขององค์กร ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รายละเอียดความรับผิดจะเป็นไปตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘อิตาเลียนไทย’ แจงตลาดหลักทรัพย์ ยังไม่ถูกเลิกสัญญา 2 โครงการ
- กู้ร่างผู้เสียชีวิต เครนถล่มพระราม 2 รายที่ 2 สำเร็จแล้ว
- 'อนุทิน'เรียกถกด่วน หลังโศกนาฏกรรมเครนถล่มซ้ำ 2 วัน 2 เหตุการณ์
ติดตามเราได้ที่