โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรรพสามิต เตรียมใช้ระบบภาษีน้ำมันดิจิทัล กลางปี 69 รองรับภาษีคาร์บอน- CBAM

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 09.40 น.

กรมสรรพสามิตจับมือ 18 บริษัท เปลี่ยนสู่ระบบภาษีน้ำมันดิจิทัล MOU เชื่อมข้อมูลแบบ Real-time เลิกใช้กระดาษ ปูรากฐานคำนวณภาษีคาร์บอน-รับมาตรการ CBAM เริ่มเต็มรูปแบบกลางปี 2569

20 ก.พ. 2569 นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันการบริหารจัดการและการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันยังคงพึ่งพาระบบเดิมที่ใช้กระดาษและการกรอกข้อมูลด้วยมือ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรบุคคลจำนวนมากทั้งในส่วนของกรมสรรพสามิตและโรงอุตสาหกรรม ข้อมูลที่บันทึกลงในกระดาษมีปริมาณมหาศาลและมักเกิดความล่าช้าหรือข้อผิดพลาดในการกรอกข้อมูล

ทั้งนี้ ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง กรมสรรพสามิตจึงดำเนินโครงการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานสู่ข้อมูลดิจิทัล โดยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม ระหว่างกรมสรรพสามิต กับกลุ่มบริษัทน้ำมัน กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมัน และผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานรวม 18 ราย

สำหรับกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน ระบบใหม่จะเริ่มทดลองใช้งานในวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยจะใช้เวลาทดลองประมาณ 3-4 เดือน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้สูงสุด หลังจากนั้นมีแผนที่จะเริ่มรันระบบอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่กลางปี 2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้การเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลไม่ใช่เพียงเพื่อความสะดวกเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการคำนวณและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดสัดส่วน "ภาษีคาร์บอน" (Carbon Tax) ต่อราคาน้ำมันให้มีความแม่นยำสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน หรือ CBAM

“หากในอนาคต หากมีการประกาศใช้กฎหมายที่ให้อำนาจกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีคาร์บอนได้อย่างเต็มตัว เช่น หมวดภาษีคาร์บอนในร่าง พ.ร.บ. ที่เคยผ่านมติ ครม. ฐานข้อมูลดิจิทัลนี้จะถูกนำมาใช้ทันที เพื่อเป็นเอกสารอ้างอิงที่สากลยอมรับ และระบบใหม่นี้จะให้ข้อมูลที่เป็นรูปธรรม มีการวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ และทำงานแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดจากการใช้คนรวมข้อมูลแบบเดิม”

นายพรชัย เปิดเผยว่า ในแง่ของการบริหารรายได้ ระบบดิจิทัลจะเข้ามาช่วยเร่งกระบวนการคืนภาษีให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ใช้ผลิตภัณฑ์สรรพสามิตเป็นส่วนประกอบ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการคืนภาษีไม่เกิน 5% ของรายได้ภาษีน้ำมันสรรพสามิตทั้งหมด

ทั้งนี้ ในระยะยาว กรมฯ มีเป้าหมายจะพัฒนาไปสู่การคำนวณตัวเลขภาษีสุทธิ ณ ต้นทาง ซึ่งจะช่วยลดภาระขั้นตอนการขอคืนภาษีให้กับภาคเอกชนได้อย่างยั่งยืน

ส่วนภาพรวมรายได้ภาษีน้ำมัน ปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงนักเนื่องจากมีอุปทานจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จากการปรับเพิ่มการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันขึ้น 1 บาทต่อลิตรในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้กรมฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 2,700 - 2,800 ล้านบาทต่อเดือน

สำหรับกรณีการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา จากข้อมูลเบื้องต้นในช่วงครึ่งเดือนแรกยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงของยอดขายหรือการจัดเก็บภาษีที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการเร่งซื้อรถยนต์ไปเป็นจำนวนมากแล้วในช่วงเดือนธันวาคมก่อนการปรับขึ้นภาษี ซึ่งกรมฯ จะต้องติดตามดูผลกระทบที่ชัดเจนอีกครั้งในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...