โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MINT กางแผน 3 ปี ดันรายได้ทะลุ 2 แสนลบ. เล็งตั้ง REIT สิงคโปร์ - ปั้น Minor Food เข้า IPO ฮ่องกง

efinanceThai

เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 09.25 น.

MINT กางแผน 3 ปี ดันรายได้ทะลุ 2 แสนลบ. เล็งตั้ง REIT สิงคโปร์ - ปั้น Minor Food เข้า IPO ฮ่องกง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ก.พ. 69 16:25 น.

MINT วางแผน 3 ปี เป้ารายได้โตเฉลี่ย 6-8% ต่อปี แตะ 200,000 ลบ.ในปี 71 ด้านกำไรโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี จากบริหารโรงแรม-แฟรนไชส์อาหาร เตรียมงบลงทุนกว่า 44,000 ล้านบาท ขยายปรับปรุงโรงแรม - ร้านอาหาร ปีนี้ศึกษาตั้ง REIT มูลค่า 1 พันล้านเหรียญ ในตลาดหุ้นสิงคโปร์ และเล็งนำ Minor Food เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นฮ่องกง ปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์-หนุนการเติบโตระยะยาว

นายดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และนายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยในงานแถลงข่าวใหญ่ประจำปี เปิดภาพรวมผลการดำเนินงานปี 68 พร้อมประกาศทิศทางและกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ Hotels และ Food ปี 69 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

-แผนงาน 3 ปี (69 - 71) บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (GAGR) ของรายได้ในระดับตัวเลขระดับสูงหลักเดียว (High Single-Digit Growth) หรือระดับ 6-8% โดยคาดปี 71 รายได้มากกว่า 200,000 ล้านบาท และแผนการเติบโตของกำไรสุทธิ (Profit Growth) ในช่วง 3 ปี ที่ระดับ 15-20% เนื่องจากการทำอัตรากำไรสูงมากขึ้น และคาดอัตราส่วนผลตอบแทนจากเงินลงทุนหลัก (ROIC) เฉลี่ยที่ 12%

"กำไรที่เราเติบโตมากกว่ารายได้ เนื่องจากเราได้จากการรับจากบริหาร และให้ขยายธุรกิจอาหารแบบแฟรนไชส์ ซึ่งไม่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะ ทำให้อัตราการเติบโตสูง ซึ่งอัตรากำไรเราทำมาได้ดีตามเป้าโดยตลอด โดยปี 68 โตเฉลี่ย 16% ซึ่ง 3 ปีจากนี้เรายังยึดกรอบระดับ 15-20%" นายดิลิปกล่าว

-งบลงทุนในช่วง 3 ปีนี้ (69 - 71) คาดใช้รวม 43,000 - 44,000 ล้านบาท แบ่งเป็นปี 69 ลงทุน 15,000 - 16,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ลงทุนปรับปรุงโรงแรม สัดส่วนประมาณ 60% เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนให้ดียิ่งขึ้น ส่วนปี 70 และ 71 ลงทุนเฉลี่ยปีละ 14,000 ล้านบาท

-เป้าหมายปี 71 บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายโรงแรมเป็น 850 แห่ง และร้านอาหารอีก 3 ปี เพิ่มเป็น 4,150 แห่ง จากสิ้นปี 68 มีโรงแรม 636 แห่ง ปีนี้เพิ่มกว่า 50 แห่ง และร้านอาหาร 2,746 แห่ง ปีนี้เพิ่มกว่า 170 แห่ง

-ปี 69 คาดว่ายอดขายจากโครงการ Kiara Reserve Phuket มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท สามารถรับรู้รายได้ทั้งหมดปีนี้ โดยปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 50% ด้านธุรกิจอาหารปีนี้ยังเห็นโอกาสการขยายธุรกิจอย่างมีนัยสําคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย จากแบรนด์ที่ขยายตัวได้ดีและความต้องการแฟรนไชส์สูง ซึ่งบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย และการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น

-ปี 69 คาดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity) กรอบ 0.75 - 0.85 เท่า จากสิ้นปี 8 ที่ 0.86 เท่า ด้านอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Net Debt to EBITDA) ตั้งเป้าให้ต่ำกว่า 4 เท่า จากสิ้นปี 68 ที่ 4.60 เท่า

-อยู่ระหว่างการศึกษาแผนการเสนอขายทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสงหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่าเริ่มต้นตั้งกองประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรฐฯ เข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์ (SGX) คาดแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังปี 69 เบื้องต้นพิจารณาโรงแรมรวม 14 แห่ง แบ่งเป็นโรงแรมในยุโรป 12 แห่ง และไทย 2 แห่ง โดยต้องการถือหน่วยลงทุนในสัดส่วนที่มีนัยยะสำคัญ

-อยู่ระหว่างศึกษานำกลุ่มบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (Minor Food) เข้าระดมทุน (IPO) ในตลาดหุ้นฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange) ซึ่งการพิจารณาเข้าลงทุนในตลาดดังกล่าวเนื่องจากมองเห็นศักยภาพการเติบโต

"เราต้องการปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ โดยสินทรัพย์ REIT เป็นสิ่งเรายังสามารถเข้าถือได้ คาดสรุปครึ่งหลังปีนี้ ส่วนการระดมทุน IPO กลุ่มธุรกิจอาหารซึ่งพิจารณาที่ฮ่องกงเพราะมองว่าตลาดฮ่องกงมีเสน่ห์ และมีศักยภาพเติบโต ปัจจุบันศึกษารายละเอียดการลงทุนและคาดหาข้อสรุปช่วงปลายปี 69 " นายดิลิปกล่าว

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...