มาตรการภาษียังไม่พลิกเกม “สหรัฐ” ขาดดุลการค้าปี 2568 กว่า 9 แสนล้านดอลลาร์
ดุลการค้าสหรัฐ เดือนธันวาคมพุ่งเกินคาด ปิดปี 2568 ด้วยยอดขาดดุลรวมกว่า 9 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนนโยบายขึ้นภาษีนำเข้ายังไม่สามารถลดความไม่สมดุลทางการค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01.47 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าดุลการค้าของสหรัฐขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนธันวาคม 2568 ปิดฉากปีที่ตัวเลขขาดดุลโดยรวมแทบไม่เปลี่ยนแปลง แม้รัฐบาลของโดนัลด ทรัมป์ จะพยายามใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างทางการค้ากับประเทศคู่ค้าก็ตาม
รายงานจาก U.S. Department of Commerce ระบุว่า ในเดือนธันวาคม สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้าและบริการรวม 7.03 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์จากเดือนพฤศจิกายน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.55 หมื่นล้านดอลลาร์อย่างมาก
สำหรับทั้งปี สหรัฐมีดุลการค้าขาดดุลรวม 9.015 แสนล้านดอลลาร์ ลดลงเพียงเล็กน้อยจากปี 2567 คิดเป็น 0.2% หรือราว 2.1 พันล้านดอลลาร์ และยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9.237 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2565 เล็กน้อย
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนปีที่รัฐบาลทรัมป์ใช้นโยบายภาษีเชิงรุก โดยในเดือนเมษายนมีการประกาศเก็บภาษีนำเข้าแบบเหมารวม 10% กับสินค้าทุกประเภท พร้อมกำหนด “ภาษีตอบโต้” (reciprocal tariffs) ต่อประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐในระดับสูง อย่างไรก็ดีตลอดทั้งปี ทรัมป์ได้ผ่อนคลายจุดยืนในหลายประเด็น และการเจรจากับประเทศคู่ค้าหลักยังคงดำเนินต่อไป
เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษี บริษัทต่าง ๆ เร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้าอย่างมากในช่วงสามเดือนแรกของปี ก่อนที่แนวโน้มดังกล่าวจะชะลอลง โดยในเดือนตุลาคม สหรัฐมีดุลการค้าขาดดุลรายเดือนต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552
ในเชิงโครงสร้าง สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้ากับสหภาพยุโรปมากที่สุดที่ 2.188 แสนล้านดอลลาร์ รองลงมาคือจีน 2.021 แสนล้านดอลลาร์ และเม็กซิโก 1.969 แสนล้านดอลลาร์
ด้านการค้าโดยรวม มูลค่าส่งออกของสหรัฐตลอดปี 2568 อยู่ที่ 3.43 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 199.8 พันล้านดอลลาร์จากปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่านำเข้าอยู่ที่ 4.33 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.978 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าการค้าระหว่างประเทศยังคงขยายตัว แม้ความไม่สมดุลด้านดุลการค้าจะยังคงอยู่ในระดับสูง
อ้างอิง : cnbc.com