โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พฤษภาเลือด ลอบสังหาร ขัตติยะ สวัสดิผล กระพือ เปลวไฟ สถานการณ์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 02.07 น.

ยุทธการแดงเดือด

พฤษภาเลือด

ลอบสังหาร ขัตติยะ สวัสดิผล

กระพือ เปลวไฟ สถานการณ์

ด้านหนึ่ง มีข้อเสนอเรื่องปรองดองมาจากรัฐบาล ด้านหนึ่ง มีการตั้งข้อสังเกตมาจาก นปช.แดงทั้งแผ่นดิน เป็นข้อสังเกตอันแฝงความระแวงในมาตรการและการเคลื่อนไหวของรัฐบาล

หากศึกษามติอย่างเป็นทางการของ นปช.แดงทั้งแผ่นดินที่แถลงในวันที่ 10 พฤษภาคม 2553

ก็จะมองเห็นเงื่อนแง่งภายในการตอบรับ

1 นปช.แดงทั้งแผ่นดินตอบรับวันเลือกตั้งใหม่วันที่ 14 พฤศจิกายน โดยให้ช่วงวันที่ 15-30 กันยายนเป็นวันประกาศยุบสภาโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมขอให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มอบตัวในคดีสั่งสลายการชุมนุมในวันที่ 10 เมษายน

2 ขอให้รัฐบาลคืนสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม พีเพิล แชนแนล (พีทีวี) ให้กลับมาออกอากาศได้ตามปกติเหมือนเดิม

3 ขอให้ยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ท่าทีของ นปช.แดงทั้งแผ่นดินสะท้อนความหวาดระแวงอย่างเด่นชัด แล้วท่าทีของรัฐบาลต่อแถลงล่าสุดของ นปช.แดงทั้งแผ่นดินดำเนินไปอย่างไร

น่าติดตาม

“มติชน” บันทึกประเทศไทย ปี 2553 ระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ดีเอสไอในคดีประทุษร้ายเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนเมื่อวันที่ 10 เมษายน

ขณะที่แกนนำ นปช.ไม่ยอมรับโดยยืนยันให้ไปมอบตัวกับตำรวจ

และข้อเสนอที่เคยประกาศไว้ว่า แกนนำ นปช.จะเข้ามอบตัวภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนั้นถือว่ายกเลิกไป

ทางด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าการไม่ยุติการชุมนุม คือ การไม่ยอมรับแผนปรองดอง พร้อมกับขีดเส้นตายให้ม็อบยุติการชุมนุมในวันที่ 12 พฤษภาคม

และต่อมาในวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ประชุม ศอฉ.มีมติใช้มาตรการกดดันพื้นที่การชุมนุมอย่างเต็มรูปแบบ

เริ่มต้นจากการไม่ใช้กำลัง คือ ตัดน้ำ ตัดไฟ สาธารณูปโภค โทรศัพท์ การเดินทางโดยบริการสาธารณะ ปิดเส้นทางเข้า-ออก เส้นทางการส่งกำลังบำรุงให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมแบบ 100 เปอร์เซ็นต์

และหากไม่เป็นผลจะมีมาตรการเข้มข้นมากขึ้น โดยกองทัพพร้อมใช้กำลังทหารในการขอคืนพื้นที่

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แถลงว่า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ขอยกเลิกแนวทางปรองดองที่กำหนดวันยุบสภาในช่วงวันที่ 15-30 กันยายน และวันเลือกตั้งใหม่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 แล้วเนื่องจาก นปช.ไม่ยอมสลายการชุมนุม

ถามว่าการเคลื่อนไหวทางด้านพรรคเพื่อไทย ทางด้าน นปช.แดงทั้งแผ่นดินดำเนินไปอย่างไร

ทางด้านพรรคเพื่อไทย ส.ส.ได้หารือและมีมติว่า นปช.ควรสลายตัวเพื่อกลับมาตั้งหลักรอดูเหตุการณ์

ขณะที่ “มติชน” บันทึกประเทศไทย ปี 2553 ระบุว่า

ภายในกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงมีความขัดแย้งทางความคิดกัน โดย นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.แดงทั้งแผ่นดินได้หายตัวไปจากเวทีการชุมนุม

นายก่อแก้ว พิกุลทอง 1 ในแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ยอมรับว่า

แกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดินแบ่งเป็น 2 ซีก คือ ซีกที่ต้องการให้ยุติการชุมนุม และซีกที่ต้องการให้ชุมนุมต่อ

สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการการเมืองของรัฐบาลได้ผลระดับหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ขณะที่มาตรการทางด้านรัฐบาลโดย ศอฉ.เริ่มมีความเข้มในท่ามกลางข่าวลือถึงความขัดแย้งและแตกแยกในทางความคิดภายในแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

เหตุการณ์ “ใหญ่” ก็ปะทุขึ้น

เวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ”เสธ.แดง” ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก ในชุดทหารลายพราง ตรวจตราความเรียบร้อยบริเวณแยกศาลาแดงใกล้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

เป็นจุดเริ่มแห่ง “มติชน” บันทึกประเทศไทย ปี 2553

และให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ 4-5 คน ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จากนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกกระสุนยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวาจนกระทั่งล้มฟุบลง

การ์ดคนเสื้อแดงช่วยกันนำไปส่งที่โรงพยาบาลหัวเฉียวและเสียชีวิตต่อมาในวันที่ 17 พฤษภาคม

หลังจาก “เสธ.แดง” ถูกยิง อีก 20 นาทีต่อมามีเสียงระเบิดดังสนั่นบริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกศาลาแดง 3 ครั้ง และมีเสียงปืนดังรัวเป็นชุด มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ต่อมาช่วง 23.10 น. มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มเสื้อแดงกับทหารที่สี่แยกศาลาแดง

มีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน

วันที่ 14 พฤษภาคม มีการเผชิญหน้าและปะทะกันขึ้นหลายระลอกระหว่างทหารกับมวลชนกลุ่ม นปช.ตลอดทั้งบริเวณแยกราชประสงค์และพื้นที่โดยรอบ

ภายหลังกำลังทหารรุกคืบกระชับวงล้อม กดดันผู้ชุมนุมให้สลายตัว

หนังสือ “สู่สงครามกองโจร ล้มรัฐ! ล้มปื ! ล้มเจ้า ฉบับสมบูรณ์” ของกองบรรณาธิการที-นิวส์ เขียนไว้ในบทที่ 15 ว่าด้วย “เด็ดหัว เสธ.แดง โหมไฟสถานการณ์ ระเบิดสงครามกลางกรุง”

13 พฤษภาคม 2553 แยกศาลาแดง*-สวนลุมพินี

ท่ามกลางกองยางและแนวรั้วไม้ไผ่ที่ถูกสานขึ้นเป็นกองพะเนินเป็นค่ายคูประตูหอรบ ปราการคุ้มกันมวลชนเสื้อแดงที่ถูกสร้างเป็นแนวล้อมพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่แยกราชประสงค์

เป็นเรื่องปกติที่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงและคนที่ผ่านไปผ่านมาจะเห็น “เสธ.แดง” ปรากฏตัวขึ้นที่ “หน้าด่าน” ในแนวรบด้านชายแดนของคนเสื้อแดง

สถานการณ์เผชิญหน้าที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังนายกรัฐมนตรีออกมา แถลงข่าวเรื่องแผนปรองดองที่ต้องสะดุดหยุดลงเมื่อตอนเที่ยงของวันที่ 13 พฤษภาคม

แต่ไม่ถึง 6 ชั่วโมงกลับเป็นความรุนแรงที่ถูกโหมกระพือขึ้นจากการลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง เมื่อช่วงค่ำของวันเดียวกัน และได้ทิ้งปมสงสัยไว้มากมายถึงปริศนาของผู้ลงมือ

ด้วยความต่างของเหตุผล เงื่อนไข และผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากสถานการณ์นี้

รัฐบาลโดยศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. กลายเป็น “เป้า” ที่แกนนำเสื้อแดงใช้เหตุลอบยิงเสธ.แดงเป็นเครื่องมือปลุกความเกลียดชังต่อรัฐบาล ดังคำปราศรัยของ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่ให้

หลังการลั่นไกสังหาร เสธ.แดง เพียงไม่กี่ชั่วโมงเอาไว้แบบนี้

“รัฐบาลคิดว่า การยิงเสธ.แดงจะทำให้ นปช.ยุติการเคลื่อนไหว ยุติการชุมนุมถือว่าคิดผิด หากรัฐบาลจะยิงใครก็ยิงได้ตามสบายพวกเราจะไม่มีทางหนี”

รวมถึงการทวีตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ว่า

“ผมขอประณามการใช้กำลังทหารและการใช้อาวุธหนักกับพี่น้องผู้ชุมนุมอย่างสันติจนเสียชีวิตไปหลายคน

อีกครั้งหนึ่งของรัฐบาลที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พฤษภาเลือด ลอบสังหาร ขัตติยะ สวัสดิผล กระพือ เปลวไฟ สถานการณ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...