โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกชายเรวัช เล่าหมดเปลือก ปมคิดลาออกจากตำรวจ

มุมข่าว

เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 08.33 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ลูกชายเรวัช เล่าหมดเปลือก ปมคิดลาออกจากตำรวจ

วันที่ 28 มกราคม 2569 ภายหลังกรณีที่ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนว่า พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 บุตรชายคนโต นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 51 มีแนวคิดจะขอลาออกจากราชการตำรวจ หลังดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บังคับการต่อเนื่องนานถึง 7 ปี โดยให้เหตุผลว่า เบื่อหน่ายสังคมตำรวจและความขัดแย้งภายในองค์กร

ต่อมา พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า เห็นคุณพ่อพูดกับแฟนคลับว่าตนจะลาออก จึงขออธิบายว่าเป็นเพียงความคิดในอดีต เคยคิดจะลาออก ไม่ได้หมายความว่าจะลาออกจริง พร้อมเล่าถึงมุมมองเรื่องบุญวาสนาในการเลื่อนยศตำแหน่ง โดยระบุว่า ตนทำบุญมาตั้งแต่เด็กและตั้งใจทำงานในระบบราชการมากว่า 18 ปี จึงตั้งคำถามว่าหากยศตำแหน่งขึ้นอยู่กับบุญวาสนาเพียงอย่างเดียว พระสงฆ์จำนวนมากก็น่าจะมียศสูงกันหมด

พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ ยังกล่าวถึงความเป็นจริงในระบบราชการว่า ข้าราชการทุกกระทรวงล้วนรับรู้ว่าการเลื่อนตำแหน่งมีปัจจัยหลายอย่าง บางคนยอมทำ บางคนไม่อยากทำ โดยยืนยันว่าตนไม่ทำในสิ่งที่เลวร้าย และไม่จำเป็นต้องทำเพื่อแลกกับเงินหรือผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย เนื่องจากรู้วิธีหาเงินโดยสุจริต พร้อมระบุว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีเงินเดือนมากกว่าตนไม่มาก จึงไม่มีเหตุผลต้องแลกศักดิ์ศรีเพื่อเงินเพิ่มเพียงเล็กน้อย

สำหรับเหตุผลที่เคยคิดจะลาออกจริง ๆ พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ ระบุว่า เป็นเพราะมองว่าการเป็นข้าราชการหรือนักการเมืองต้องอยู่ภายใต้กฎ วินัย จริยธรรม และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีสำนักงาน ป.ป.ช. คอยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ เส้นทางการเงิน และทรัพย์สิน ขณะที่บุคคลที่มีอำนาจและมีความมั่งคั่งสูงจริง ๆ ในบ้านเมือง กลับไม่มีตำแหน่งทางการใด ๆ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ประเด็นระหว่างตนกับคุณพ่อถูกนำเสนอเป็นข่าวต่อเนื่องหลายวัน ทั้งที่ไม่มีสาระสำคัญ พร้อมอธิบายประโยคที่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นว่า สอบกันขนาดนี้ ลาออกดีกว่า ขี้เกียจชี้แจง ไม่ได้หมายถึงตนถูกสอบ

แต่หมายถึงหากตนไปอยู่ใน ป.ป.ช. แล้วกลับมาตรวจสอบตำรวจ ด้วยอำนาจและศักยภาพของ ป.ป.ช. รวมถึงประสบการณ์ที่เติบโตในวงการตำรวจ อาจทำให้หลายคนรู้สึกกดดันจนคิดลาออกเอง พร้อมย้ำว่าอยากให้เรื่องยุติ ไม่อยากให้เป็นประเด็นต่อไป เนื่องจากประเทศกำลังจะมีการเลือกตั้ง และขอให้สังคมหันไปให้ความสนใจกับสถานการณ์บ้านเมืองมากกว่า โดยย้ำว่าตนไม่ได้เป็นบุคคลสำคัญอะไร

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...