โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขความลับใต้เมฆหนาของดาวพฤหัสบดี นักวิทยาศาสตร์พบปริมาณออกซิเจนที่อาจเผยต้นกำเนิดระบบสุริยะ

SPACEMAN

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 08.08 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

บรรยากาศของดาวพฤหัสบดี ดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา เปรียบเสมือนปริศนาชิ้นยักษ์ที่ห่อหุ้มด้วยม่านเมฆอันซับซ้อน แม้เราจะมองเห็นพายุหมุนและแถบเมฆที่สวยงามจากภายนอกมานานหลายศตวรรษ แต่สิ่งที่อยู่ลึกลงไปภายใต้ความปั่นป่วนนั้นยังคงเป็นความลับที่เข้าถึงได้ยาก ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโกและห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่นของนาซา (NASA JPL) ได้ประสบความสำเร็จในการสร้างแบบจำลองชั้นบรรยากาศที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งช่วยให้เราสามารถมองทะลุผ่านเมฆหนาเพื่อสำรวจโครงสร้างส่วนลึกและองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญของดาวเคราะห์ยักษ์ดวงนี้ได้เป็นครั้งแรก

หัวใจสำคัญของการค้นพบครั้งนี้คือการไขปริศนาเรื่องปริมาณออกซิเจนบนดาวพฤหัสบดี ทีมวิจัยประเมินว่าดาวพฤหัสบดีมีปริมาณออกซิเจนมากกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 1.5 เท่า ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขทางสถิติเท่านั้น แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่าดาวพฤหัสบดี รวมถึงดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ในระบบสุริยะ ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไรจากฝุ่นและแก๊สเมื่อหลายพันล้านปีก่อน ถือเป็นการยุติข้อถกเถียงที่มีมาอย่างยาวนานในวงการวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์

การศึกษาครั้งนี้แตกต่างจากการศึกษาในอดีต เนื่องจากดาวพฤหัสบดีมีชั้นเมฆที่หนาทึบและมีความหนาแน่นสูงมากจนยานอวกาศยากที่จะส่งสัญญาณทะลุผ่านได้ อย่างในปี พ.ศ. 2546 ยานกาลิเลโอเคยสูญเสียการติดต่อกับโลกขณะพุ่งดิ่งลงสู่บรรยากาศชั้นลึก หรือแม้แต่ยานจูโนที่กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ในปัจจุบันก็ต้องรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัย ทีมนักวิจัยจึงใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาสร้างแบบจำลองที่รวมเอา "เคมีจลนพลศาสตร์" และ "พลศาสตร์ของไหล" เข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของโมเลกุลระหว่างชั้นบรรยากาศที่ร้อนจัดด้านล่างกับชั้นบรรยากาศที่เย็นจัดด้านบน รวมถึงพฤติกรรมการก่อตัวของหยดน้ำและเมฆที่ซับซ้อน

ผลจากการวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการไหลเวียนของอากาศ โดยพบว่าบรรยากาศของดาวพฤหัสบดีมีการหมุนเวียนขึ้นและลงช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เดิมถึง 35-40 เท่า ตัวอย่างเช่น โมเลกุลหนึ่งโมเลกุลอาจต้องใช้เวลาเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศเพียงชั้นเดียวนานหลายสัปดาห์ แทนที่จะเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงอย่างที่เคยเชื่อกัน ความเชื่องช้าในการแพร่กระจายนี้แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์ยักษ์มีความซับซ้อนและมีเสถียรภาพมากกว่าที่เราคิด

ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับปริมาณออกซิเจนที่สัมพันธ์กับน้ำนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาต้นกำเนิดของระบบสุริยะ เนื่องจากออกซิเจนส่วนใหญ่บนดาวพฤหัสบดีถูกกักเก็บไว้ในรูปของน้ำ ซึ่งจะมีพฤติกรรมแตกต่างกันไปตามระยะห่างจากความร้อนของดวงอาทิตย์ หากเราทราบปริมาณที่แน่ชัด เราจะสามารถย้อนรอยได้ว่าดาวพฤหัสบดีก่อตัวขึ้น ณ ตำแหน่งปัจจุบัน หรือเคยอพยพมาจากบริเวณที่ไกลออกไปในอดีต นอกจากนี้ ความรู้ดังกล่าวยังเป็นรากฐานสำคัญในการค้นหาและวิเคราะห์ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีสภาพแวดล้อมที่อาจเอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในอนาคต

แหล่งอ้างอิง: บทความวิจัย "Coupled 1D Chemical Kinetic Transport and 2D Hydrodynamic Modeling Supports a Modest 1–1.5× Supersolar Oxygen Abundance in Jupiter’s Atmosphere" เผยแพร่ในวารสาร The Planetary Science Journal เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...