“สหรัฐ” ยกย่อง “ไต้หวัน” เป็นพันธมิตรสำคัญ หลังหารือเทคโนโลยี-AI ระดับสูง
"สหรัฐ" ระบุ "ไต้หวัน" เป็นพันธมิตรสำคัญด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี หลังการหารือระดับสูงว่าด้วย AI เซมิคอนดักเตอร์ และความมั่นคงห่วงโซ่อุปทาน
วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 10.41 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา หารือความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยี และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในการประชุมระดับสูงที่ริเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ สมัยแรก โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยกย่องไทเปว่าเป็นพันธมิตรที่มีความสำคัญยิ่ง
แม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ แต่สหรัฐถือเป็นผู้สนับสนุนระหว่างประเทศและผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ที่สุดของไต้หวัน การเจรจาภายใต้กรอบ U.S.-Taiwan Economic Prosperity Partnership Dialogue จัดขึ้นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2020 และล่าสุดได้จัดการประชุมรอบที่ 6 โดยมีเจคอบ เฮลเบิร์ก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐด้านเศรษฐกิจ เป็นประธานร่วมกับ กง หมิงซิน รัฐมนตรีเศรษฐกิจไต้หวัน ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนสหรัฐ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในแถลงการณ์ว่าด้วย Pax Silica Declaration ซึ่งเป็นโครงการที่สหรัฐเป็นแกนนำเพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน AI และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงแถลงการณ์ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐ-ไต้หวัน โดยย้ำว่าภาคการผลิตขั้นสูงของไต้หวันมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิวัติ AI ของโลก**
การหารือยังครอบคลุมประเด็นความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับ AI การรับรองชิ้นส่วนโดรน ความร่วมมือด้านแร่สำคัญ ตลอดจนการรับมือกับการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ การขยายความร่วมมือในประเทศที่สาม และการแก้ไขอุปสรรคด้านภาษีเพื่อเพิ่มการลงทุนระหว่างสองฝ่าย
ไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงรายใหญ่ที่ใช้ในเทคโนโลยี AI มาอย่างยาวนาน ได้ผลักดันข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้ำซ้อน โดยเห็นว่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนทวิภาคีให้เพิ่มขึ้น
ในแถลงการณ์แยกต่างหาก กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน มีความสำคัญต่อความมั่นคงและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของโลก นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องความปลอดภัยของสายเคเบิลใต้น้ำ ความร่วมมือด้านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) และการพัฒนาบุคลากรเทคโนโลยีขั้นสูง
ไต้หวันเคยกล่าวหาจีนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายต่อสายเคเบิลโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ ซึ่งจีนปฏิเสธข้อกล่าวหา ขณะเดียวกันไต้หวันกำลังขยายการใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำเพื่อเป็นระบบสื่อสารสำรอง หากจีนตัดสายเคเบิลระหว่างเกิดเหตุความตึงเครียด
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ไต้หวันและสหรัฐบรรลุข้อตกลงลดภาษีสินค้าส่งออกจากไต้หวันไปยังสหรัฐ และส่งเสริมการลงทุนของไต้หวันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และภาคส่วนอื่น ๆ ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีจีนคัดค้านการติดต่อใด ๆ ระหว่างเจ้าหน้าที่ไต้หวันและสหรัฐมาโดยตลอด โดยยืนยันว่าไต้หวันเป็นกิจการภายในของจีน ขณะที่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างอธิปไตยดังกล่าว และย้ำว่ามีเพียงประชาชนบนเกาะเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดอนาคตของตนเอง
อ้างอิง : www.reuters.com