โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัยการสั่ง DSI สอบเพิ่มอั้งยี่-ฟอกเงินฮั้วสว.คดีหลักกกต.ยังไม่ฟันผิด

INN News

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 15.40 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 10.30 น. • INN News

ความคืบหน้าการพิจารณาคดี ฮั้ว สว. ซึ่งเป็นคดีที่ อยู่ในความสนใจของสังคม โดย ขณะนี้ คดีดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาของสองหน่วยงาน ในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ยังไม่มีการชี้มูลความผิดว่ามีใครเกี่ยวข้องในคดีนี้บ้าง

และอีกส่วนคือกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอดำเนินการสอบสวน เป็น คดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.

โดยเมื่อช่วงเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีทั้งดีเอสไอและอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้ร่วมกันมีมติลงความเห็นทางคดี สั่งฟ้องแจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดทางอาญาฐานอั้งยี่และฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบรายละเอียดภายในสำนวนทั้งหมด

ล่าสุด พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยอมรับว่า พนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้ส่งหนังสือแจ้งกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมในคดีดังกล่าวซึ่งประเด็นหลัก ๆ คืออัยการมองว่าความผิดหลัก ทาง กกต. ยังไม่ได้พิจารณา และนอกจากนี้ พนักงานอัยการก็อยากให้สำนวนของ กกต. มารวมด้วย ซึ่งตรงนี้เราทำแล้ว และได้มีหนังสือแจ้ง กกต.ไปแล้วว่าเราขอรายละเอียด แต่ทาง กกต. ก็ยังไม่ส่งข้อมูลมาให้

อธิบดีดีเอสไอ ยังยอมรับอีกว่า ในคำแนะนำของพนักงานอัยการคดีพิเศษ คือให้ดีเอสไอไปสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ให้ไปแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใดเพิ่มเติม บอกเพียงว่าความผิดหลัก ทาง กกต. ยังไม่ได้พิจารณา เพราะในประเด็นเหล่านี้มันเป็นทั้งเรื่องข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เราจึงต้องร่วมประชุมกับอัยการสำนักงานการสอบสวนให้เรียบร้อยก่อน

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกต ทางคดีนี้ ว่า กกต. อ้างว่าทางดีเอสไอ ส่งไปผิดช่องทางกรณีเรื่องที่ดีเอสไอส่งหลักฐานมาให้ กกต. พิจารณาตามมาตรา 49 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. ซึ่งทาง กกต. จึงไม่ได้รับพยานหลักฐานจากดีเอสไอ เพราะ กกต. อ้างว่าไม่เป็นไปตามมาตรา 24 นั้น ในเรื่องดังกล่าว อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงว่า ในทุก ๆ ประเด็น ทางดีเอสไอ จะขอคุย กับพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวนให้เรียบร้อยก่อน โดยจะร่วมประชุมกับอัยการ เพื่อหารือในทุกประเด็น ให้เร็วที่สุด

อธิบดี ดีเอสไอ ยังย้ำด้วยว่า ความผิดมูลฐานมันมีการเกิด อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นแล้ว จึงสามารถดำเนินคดีความผิดฟอกเงินได้อยู่แล้วตามกฎหมาย เพียงแต่ว่าอัยการอยากให้ กกต. มีการพิจารณาในเรื่องนี้ก่อน เพื่อจะได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...