ดนุพร ปุณณกันต์:โมเดล ‘เพื่อไทยมหานคร’ 4 ภารกิจยกระดับคุณภาพชีวิต
VoiceTV
อัพเดต 28 ต.ค. 2564 เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 05.16 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์พรรคเพื่อไทย ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น ในหัวข้อ “พรุ่งนี้เพื่อไทย : เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน” ซึ่งจะเป็นการปลุกความหวัง คืนความฝันให้พี่น้องประชาชนอีกครั้ง โดยนายดนุพร ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. และอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกวันนี้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองต้องเผชิญปัญหาในชีวิตประจำวันและถูกทำให้ยอมรับไปโดยปริยาย จะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเลี่ยงการจราจรที่คับคั่ง เสียเวลาในการพักผ่อนเพื่อคอยรถโดยสารประจำและเบียดเสียดกับคนนับร้อย ต้องเดินอยู่บนทางเท้าที่ไม่ปลอดภัยหรือต้องเสี่ยงกับมลภาวะ PM 2.5 และกลิ่นกองขยะริมทาง แม้เราจะตั้งใจขยันมากขึ้นเพื่อมีเงินมากขึ้นสำหรับซื้อความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตดีๆ แต่แท้จริงแล้วคุณภาพชีวิตดีๆ เราซื้อไม่ได้ด้วยเงิน แต่สามารถมีได้ถ้าผู้มีอำนาจบริหารนำเงินภาษีของเราไปพัฒนาและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เรา
ดนุพร กล่าวว่า เมืองคือศูนย์กลางของงาน เงินและค่าตอบแทน และเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครมีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียนและอันดับที่ 34 ของโลก แต่อาชีพมากมายที่เป็นฟันเฟืองให้กับสังคมเมืองกลับได้รับค่าแรงไม่สมเหตุสมผล ‘ยิ่งทำยิ่งจน’ แต่คนที่รวยขึ้นกลับเป็นนายทุน และ ‘ยิ่งทำยิ่งเจ็บ’ เพราะยิ่งทำงานสุขภาพทั้งกายและใจก็ยิ่งแย่ลง หลายคนมาทำงานในเมืองหวังเก็บเงินกลับไปใช้ แต่สุดท้ายเงินทั้งหมดที่หามาได้ก็หมดอยู่ในเมืองและไม่เห็นหนทางที่จะหลุดพ้นจากวัฏจักรนี้ ต่อให้เรียนจบปริญญาตรี เงินเดือนขั้นต่ำก็อยู่ที่ 15,000 บาทมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่ข้าวของกลับแพงขึ้นทุกปี
“พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก คนไทยควรได้ใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจเมืองไว้สร้างเนื้อสร้างตัว ไม่ใช่มีเมืองไว้เป็นกับดักความยากจน การพัฒนาเศรษฐกิจของเมือง ต้องใช้แนวคิด : Human-centered Capitalism หรือระบบเศรษฐกิจที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เราเชื่อว่าเมืองที่ดีคือเมืองที่ประชาชนมีความสุข เพราะฉะนั้นระบบเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องพึ่งพาอาศัย ต้องถูกออกแบบให้เกื้อหนุน ตอบรับและสนับสนุนความต้องการของประชาชนเป็นหลัก” อดีต ส.ส.กทม. กล่าว
ศูนย์รวมของชาติพันธุ์
ดนุพร กล่าวว่า ระบบเศรษฐกิจต้องถูกสร้างขึ้นเพื่อให้นำเงินเข้ากระเป๋าคนไทยได้ทุกคนโดยเท่าเทียม มีค่าแรงที่เป็นธรรม ลดค่าครองชีพและเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานของรัฐ รวมถึงมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ตั้งตัวได้ ทั้งนี้ตามแนวคิด Human-centered หรือการมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจเท่านั้นแต่ยังมีมิติอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นศูนย์รวมของชาติพันธุ์ อัตลักษณ์ที่หลากหลาย จึงต้องพัฒนาเมืองให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงออกและได้รับสิทธิต่างๆ อย่างเสรีสำหรับทุกอัตลักษณ์
ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่กรุงเทพมหานคร แต่ยังให้ความสำคัญกับคนในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เช่น ขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและมีประชากรมากกว่า 400,000 คนในอำเภอเมือง ซึ่งการพัฒนาต้องมุ่งเน้นการพิจารณาถึงอัตลักษณ์และความต้องการของคนขอนแก่นเป็นสำคัญ และในบางแง่มุมก็อาจมีความต้องการที่แตกต่างไปจากเมืองใหญ่อื่นๆ อาทิ ความต้องการพื้นที่สาธารณะที่จะสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของตนเอง
ดนุพร กล่าวอีกว่า พวกเราพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะร่วมหาแนวทางแก้ไขเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน การเข้าถึงทรัพยากรและการมีส่วนร่วมของประชาชน เมืองของเพื่อไทย นอกจากจะเป็นเมืองที่ร่ำรวยแล้วจะต้องเป็นเมืองที่ inclusive ด้วย นอกจากนี้เรื่องสิ่งแวดล้อม และระบบที่เกี่ยวกับองค์กรอำนาจรัฐ ราชการ กฏหมาย ก็ต้องมีการศึกษาวางแผนและลงมือทำให้สำเร็จ ปัญหาทั้ง PM2.5 การระบายน้ำท่วมขัง การจัดการขยะ การติดต่อหน่วยงานราชการ การศึกษา สิ่งเหล่านี้เป็น ‘คุณภาพชีวิตที่เงินซื้อไม่ได้’ แต่ต้องมีรัฐบาลที่เป็นนักบริหาร เข้าใจและมาจากประชาชนเท่านั้น จึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้
“เราต้องพัฒนาเมืองจากความต้องการที่หลากหลาย เพื่อสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เราได้มีการระดมสรรพกำลัง ผู้เชี่ยวชาญจากทุกวงการ ทุกสาขาอาชีพ ภายใต้ โปรเจ็กต์ ‘เพื่อไทยมหานคร’ ที่จะรวบรวมและนำเสนอนโยบายเพื่อการพัฒนาเมือง ด้วยแนวคิดและวิสัยทัศน์จาก ‘คนรู้จริง’ เพื่อนำไปปฏิบัติให้สำเร็จด้วย ‘คนทำจริง’ และไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่คือเมืองใหญ่ทั่วประเทศไทย” อดีต ส.ส.กทม. กล่าว และบอกด้วยว่ามี 4 ภารกิจ ประกอบด้วย
ภารกิจที่หนึ่ง พัฒนาแนวคิดใหม่ในการบริหารเศรษฐกิจเมือง เพื่อให้คนเมืองได้ใช้ประโยชน์จากเมืองในการสร้างรายได้ สร้างเนื้อสร้างตัว
ภารกิจที่สอง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม วางแผนป้องกันภัยพิบัติ เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และยกระดับสุขภาพกายและสุขภาพใจ
ภารกิจที่สาม ปรับปรุงระบบระเบียบราชการให้โปร่งใส ลดขั้นตอนยุ่งยาก เพิ่มความสะดวกให้ประชาชน
ภารกิจที่สี่ ส่งเสริมการพัฒนาเมือง ให้เกิดพื้นที่ในการแสดงออกของอัตลักษณ์ที่หลากหลาย ทุกเพศ ทุกวัย ที่สำคัญ ต้องปลอดภัย และมีสิทธิเสรีภาพที่เสมอกันภายใต้ระบอบประชาธิปไตย
“เพื่อไทยมหานครเชื่อว่า เมืองที่ดี คือเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน และเมืองจะดีได้ก็ต่อเมื่อประชาชนมีเงินในกระเป๋า และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีความสุข พรุ่งนี้ของมหานครไทย ให้เพื่อไทยมหานครดูแล” ดนุพร กล่าว