ปี 68 เวียดนาม ส่งออก “ทุเรียน” ทะลุ 4 พันล้านดอลล์ จีนตลาดหลักดันสัดส่วนรายได้รีเทลเกษตรครึ่งประเทศ
เวียดนาม เผยยอดส่งออก ทุเรียน พุ่งแตะ 50% ของมูลค่าผลไม้รวม หลังผู้ประกอบการยกเครื่องมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารขนานใหญ่ รับมือมาตรการกีดกันทางภาษีและเทคนิค (TBT) ของจีนได้สำเร็จ ดันปริมาณส่งออกช่วงปลายปีฟื้นตัวก้าวกระโดด เร่งยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และรหัสโรงคัดบรรจุ เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานเกษตรส่งออกระยะยาว
8 มกราคม 2569 รายงานล่าสุดจากสื่อท้องถิ่นเวียดนามวันนี้ ระบุถึงความสำเร็จเชิงพาณิชย์ของอุตสาหกรรมเกษตรเวียดนาม โดยมูลค่าการส่งออกทุเรียนในปี 2568 ทะยานขึ้นแตะระดับ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นตัวเลขประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงศักยภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปัจจุบันทุเรียนกลายเป็นสินค้าเกษตรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ทั้งหมดของประเทศ
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม วิเคราะห์ว่า จีน ยังคงรักษาตำแหน่งคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลสูงสุดต่อทิศทางราคาและปริมาณการผลิต โดยข้อมูลจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่าปริมาณการส่งออกเฉพาะไปยังตลาดจีนสูงถึง 885,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าสะสม 3,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ตัวเลขรวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ในเชิงโครงสร้างรายไตรมาสพบว่า อุตสาหกรรมทุเรียนเวียดนามต้องเผชิญกับบททดสอบสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เมื่อทางการจีนประกาศยกระดับมาตรการควบคุมสุขอนามัยพืช (SPS) โดยเฉพาะการตรวจสอบสารพิษตกค้างจากยาฆ่าแมลงและมาตรฐานทางเทคนิคที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้การส่งออกในช่วงดังกล่าวเกิดการชะลอตัวชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่ 3 เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเร่งแก้ไข "อุปสรรคทางเทคนิค" (Technical Barriers) โดยมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการทำเกษตรกรรมให้เข้าสู่มาตรฐานสากลมากขึ้น
"การฟื้นตัวของการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง เป็นผลโดยตรงจากการยกระดับมาตรฐานในพื้นที่เพาะปลูก และความเข้มงวดในระบบรหัสโรงคัดบรรจุ (Packing House Codes) ที่ตอบโจทย์ข้อกำหนดใหม่ของคู่ค้า" รายงานระบุ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามสามารถกวาดรายได้มหาศาลคือการลงทุนในระบบดิจิทัลเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะ ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) ซึ่งกลายเป็นใบเบิกทางสำคัญในการเจรจาการค้าเสรีกับจีน
การที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ (ฟาร์ม) ไปจนถึงปลายน้ำ (โลจิสติกส์ข้ามพรมแดน) ไม่เพียงแต่ช่วยลดอัตราการถูกตีคืนสินค้า แต่ยังช่วยสร้างอำนาจต่อรองในระดับราคาที่สูงขึ้น
บทสรุปของความสำเร็จในปี 2568 นี้ จึงเป็นสัญญาณเตือนถึงประเทศผู้ส่งออกทุเรียนรายอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทย ว่าเวียดนามได้ปรับเปลี่ยนโมเดลจากการพึ่งพาปริมาณ (Volume-driven) มาเป็นการเน้นมาตรฐานและความแน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน (Quality-driven) อย่างเต็มตัว เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในจีนที่มีมูลค่ามหาศาล