โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

NER มีแผนออกหุ้นกู้ 2,650 ล้านบาท อายุ 5 ปี ทริส ให้เรทติ้ง “BBB-”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ม.ค. เวลา 14.51 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. เวลา 07.51 น.

ทริส จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ของ NER ที่ระดับ “BBB-” รวมมูลค่า 2,650 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 5 ปี นำเงินเป็นทุนหมุนเวียน คืนหุ้นกู้เดิม

9 ม.ค. 2569 - ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ของ บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 ที่ระดับ “BBB-” รวมมูลค่า 2,650 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 5 ปี บริษัทมีแผนจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้นี้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานและเพื่อชำระคืนหุ้นกู้เดิมของบริษัทที่ยังคงค้างอยู่ อันดับเครดิตหุ้นกู้ดังกล่าวใช้ทดแทนอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดเดิมมูลค่าไม่เกิน 2,652.8 ล้านบาท ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “BBB-” และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ของบริษัทที่ได้รับการค้ำประกันเต็มจำนวนโดย Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) ที่ระดับ “AAA” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ด้วย

อันดับเครดิตสะท้อนถึงรายได้ของบริษัทที่เติบโต รวมถึงความสามารถในการทำกำไรที่มั่นคง และคณะผู้บริหารที่มีประสบการณ์ อย่างไร ก็ตาม อันดับเครดิตดังกล่าวก็ถูกจำกัดด้วยความผันผวนของราคายางธรรมชาติ ตลอดจนความต้องการเงินทุนหมุนเวียนในระดับสูงของบริษัท รวมถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดที่กระจุกตัวและกฎระเบียบใหม่ ๆ

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของทริสเรทติ้ง โดยบริษัทมีรายได้รวมที่ระดับ 2.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมทั้งมี EBITDA อยู่ที่ระดับ 2.1 พันล้านบาท และมี EBITDA Margin อยู่ที่ 9.3% ในช่วงเดียวกัน

ในส่วนของภาระหนี้สินทางการเงินของบริษัทนั้นก็สอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้งด้วยเช่นกัน โดยบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.6 เท่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ส่วนในอนาคตคาดว่าบริษัทจะมีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณการขายยางที่เพิ่มขึ้นและราคายางธรรมชาติซึ่งคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงหลายปีข้างหน้าเนื่องจากอุปทานที่ยังคงต่ำกว่าความต้องการ

ทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทจะยังคงมีสภาพคล่องที่เพียงพอในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเงินสดในมือจำนวน 169 ล้านบาท ตลอดจนวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้จำนวน 3.6 พันล้านบาท และเงินทุนจากการดำเนินงานที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.9 พันล้านบาท ในขณะเดียวกัน บริษัทมีภาระที่จะต้องชำระหนี้เงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 1.1 พันล้านบาทและหนี้สินตามสัญญาเช่าจำนวน 3.7 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนที่จำนวนราว 2.0 พันล้านบาทเพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ซึ่งจะมีการกู้ยืมเงินเพิ่มเติมจากธนาคารและใช้กระแสเงินสดภายในบริษัทเป็นเงินทุนอีกด้วย

ณ เดือนกันยายน 2568 หนี้สินทางการเงินคงค้างของบริษัทซึ่งไม่นับรวมหนี้สินจากสัญญาเช่าทางการเงินมีจำนวนทั้งสิ้น 1.03 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนจำนวนประมาณ 4 พันล้านบาทซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนที่ระดับ 39%

ตามข้อกำหนดทางการเงินที่สำคัญของหุ้นกู้นั้น บริษัทต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ต่ำกว่า 2.5 เท่า ซึ่ง ณ เดือนกันยายน 2568 อัตราส่วนนี้อยู่ที่ 1.1 เท่า

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจยางธรรมชาติได้ต่อไปโดยสามารถรักษาสถานะสภาพคล่องและสร้างความแข็งแกร่งของงบดุลให้เพียงพอที่จะรองรับผลกระทบจากความผันผวนของราคายางธรรมชาติได้

ส่วนแนวโน้มอันดับเครดิตของหุ้นกู้ที่ได้รับการค้ำประกันของบริษัทนั้นสะท้อนถึงคุณภาพเครดิตของผู้ค้ำประกันคือ CGIF แต่เพียงประการเดียว

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

ทริสเรทติ้งอาจพิจารณาปรับเพิ่มอันดับเครดิตหากบริษัทมี EBITDA เกินกว่าระดับ 2.5 พันล้านบาทและมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ต่ำกว่า 2.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การปรับลดอันดับเครดิตสามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกินกว่าระดับ 5 เท่าเป็นระยะเวลานาน ในขณะที่การดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ซึ่งอาจจะเนื่องมาจากอุปสงค์ของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ความท้าทายในการจัดหาวัตถุดิบ หรือการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นก็อาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตของบริษัทได้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ อันดับเครดิตหุ้นกู้ที่ได้รับการค้ำประกันของบริษัทอาจเปลี่ยนแปลงหากอันดับเครดิตของผู้ค้ำประกันคือ CGIF มีการเปลี่ยนแปลง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...