โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อารยธรรมกรีกโบราณ อู่อารยธรรมที่สำคัญของโลกตะวันตก ออกสอบบ่อย

Dek-D.com

เผยแพร่ 27 ต.ค. 2568 เวลา 04.02 น. • DEK-D.com
อารยธรรมกรีกโบราณ อู่อารยธรรมที่สำคัญของโลกตะวันตก ออกสอบบ่อย

ก่อนหน้านี้คอลัมน์ “รู้ไว้เผื่อออกสอบ” พาน้องๆ ไปทำความรู้จักกับอารยธรรมเมโสโปเตเมียและอารยธรรมอียิปต์กันไปแล้ว วันนี้เรามาต่อกันที่อีกหนึ่งอารยธรรมที่เป็น“อู่อารยธรรมที่สำคัญที่สุดในโลกตะวันตก” นั่นคือ “อารยธรรมกรีก” หลายคนคงนึกถึงเทพเจ้าซุส วิหารพาร์เธนอน และโอลิมปิก
แต่รู้ไหมว่า กรีกยังเป็นแหล่งกำเนิดทั้ง ประชาธิปไตย ปรัชญา คณิตศาสตร์ และศิลปะการละคร ที่ส่งอิทธิพลต่อโลกตะวันตกอย่างลึกซึ้ง และยังเป็นหนึ่งในอารยธรรมที่หล่อหลอมวิถีคิดของมนุษย์มาจนถึงปัจจุบัน วันนี้จะพาน้องๆ ชาว Dek-D ไปย้อนดูความรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมกรีกกัน

อารยธรรมกรีก คืออะไร?

อารยธรรมกรีก คืออารยธรรมที่มีแหล่งกำเนิดบริเวณทะเลอีเจียนและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีลักษณะเป็นอารยธรรมทางทะเลรากเหง้าของอารยธรรมกรีก ได้แก่ อารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization) และอารยธรรมไมซินี (Mycenaean Civilization) ที่มีอายุระหว่าง 2,000 - 1,200 ปีก่อนคริสต์ศักราช

อารยธรรมไมนวน vs อารยธรรมไมซินี

1. อารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization) เมื่อประมาณ 2,000 - 1,400 ปีก่อนคริสต์ศักราช เกิดขึ้นที่เกาะครีต ในทะเลอีเจียน

  • ชาวครีตันมีบทบาทสำคัญในการเดินเรือ และการค้าขายกับดินแดนต่างๆ สินค้าส่งออก ได้แก่ น้ำมันมะกอก เหล้าองุ่น เครื่องปั้นดินเผา โดยมีรัฐเป็นผู้ผูกขาดทางการค้า
  • ตัวอักษร : ใช้ตัวอักษรที่เรียกว่า ลีเนียร์ เอ ซึ่งเป็นอักษรที่ยังไม่สามารถอ่านให้ออกได้จนถึงเวลานี้ นักประวัติศาสตร์จึงศึกษาผ่านแหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ และงานศิลปะ
  • ศิลปกรรม : นักโบราณคดีชาวอังกฤษ “เซอร์อาเธอร์ เอเวนส์” ขุดสำรวจที่ตั้งของวัง “คนอสซุส (Knossos)” ทำให้ทราบว่า ชาวครีตันมีความสามารถในเชิงสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม
  • จิตรกรรม : มีภาพวาดปูนเปียก หรือเฟรสโก เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตผู้คน พบในพระราชวังคนอสซุส
  • ศาสนา :ชาวครีตันนับถือเทพมารดา สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสตรีชาวครีตัน ไม่นิยมสร้างศานสถาน นักบวชไม่มีบทบาทมากนัก
  • สังคม :เน้นดำเนินชีวิตในทางโลก เนื่องจากสภาพแวดล้อมส่งเสริมการประกอบอาชีพทางทะเล และปลอดภัยจากการรุกราน
  • การสิ้นสุดอารยธรรมไมนวน :สิ้นสุดเมื่อประมาณ 1,460 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยพวกไมซินีรุกรานและยึดครองเกาะครีต เนื่องจากเกาะครีตไม่มีกำแพงเมืองหรือป้อมปราการจึงถูกโจมตีง่าย

2. อารยธรรมไมซินี (Mycenaean Civilization)เมื่อประมาณ 1,400 - 1,120 ปีก่อนคริสต์ศักราช เกิดขึ้นบริเวณคาบสมุทรเพโรพอนนีซัส

  • พวกไมซินีเป็นชนเผ่าอินโด-ยุโรเปียน รับอารยธรรมไมนวนมาเป็นของตัวเองอาศัยเป็นชุมชน แต่ละชุมชนเป็นอิสระต่อกัน มีป้อมปราการเป็นศูนย์กลาง
  • มีความชำนาญในการเดินเรือและการรบโดยสามารถขยายอิทธิพลไปทั่วฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เข้ายึดเมืองทรอยในสงครามโทรจันได้
  • การค้า : กษัตริย์ทรงผูกขาดการค้าทุกประเภท มีฐานะเป้นกษัตริย์นักค้า ควบคุมขุนนางซึ่งช่วยกษัตริย์บริหารจัดการ และจดบันทึกผลผลิตและการจ่ายค่าแรงและเก็บภาษี
  • มรดกทางวัฒนธรรม : สิ่งที่ไมซินีได้ทิ้งไว้ในชาวกรีกรุ่นหลังคือ ความเชื่อทางศาสนา ได้แก่ รูปบุชาเทพซุส เฮรา และโพไซดอน รวมถึงการอุทฺศตรให้แก่การกีฬา
  • ศิลปกรรม : มีการรับอารยธรรมมาจากไมนวน และมาพัฒนาวิทยาการของตนเองทำให้มีการสร้างรูปปั้น เทพเจ้าซุส เป็นต้น
  • การสิ้นสุดอารยธรรมไมซินี : พวกดอเรียนรุกราน อารยธรรมไมซินีจึงเริ่มเสื่อมลง จึงทำให้อารยธรรมมบริเวณทะเลอีเจียนและคาบสมุทรเพโรพอนนีซัส เข้าสู่ยุคมืดของอารยธรรมกรีก

ยุคมืดของอารยธรรมกรีก (1,100 - 800 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

ยุคมืด เป็นยุคที่ไม่ปรากฏหลักฐานที่มีอารยธรรมอย่างรุ่งเรืองชัดเจน เนื่องจากอารยธรรมและวัฒนธรรมต่างๆ ในดินแดนกรีกล่มสลายลง จากการรุกรานของต่างชาติ และภัยพิบัติธรรมชาติ วิทยาการ และการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ได้สูญหายไปในยุคนี้

ยุคอาร์เคอิก (800 - 500 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

  • ยุคอาร์เคอิก หรือยุคกรีกโบราณถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกรีกที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ถือว่าเป็นยุคที่กรีกรุ่งเรืองและเฟื่องฟูมาก เนื่องจากมีการค้าขายกับโลกภายนอกเพิ่มขึ้น

  • มีการประพันธ์วรรณกรรม “มหากาพย์อีเลียต” และ “โอติสซีย์” ของ “มหากวีโฮเมอร์”

  • ประมาณ 776 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวกรีกมีการจัด “โอลิมปิก” แต่ไม่ได้เป็นการแข่งขันกีฬาแบบปัจจุบัน เน้นไปที่การบูชาเทพเจ้ามากกว่า

  • ยุคอาร์เคอิก ถือเป็นยุคที่ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และนักปรัชญาต่างๆ ของกรีกเด่นชัดที่สุดเช่น

  • มีการคิดค้นทฤษฎี “พีทาโกรัส (Pythagoras)” ที่โด่งดัง เป็นนักปราชญ์ชาวกรีกที่วางรากฐานวิชาเรขาคณิตให้เราได้เล่าเรียนกันในทุกวันนี้

    • อาร์คีมีดีส (Archimedes) หนึ่งในนักคณิตศาสตร์ที่ค้นพบค่าพาย (π)ที่ใกล้เคียงที่สุด และผู้ค้นพบวิธีหาปริมาตรของวัตถุโดยการแทนที่
  • เมื่อเข้าสู่ประมาณ 750-600 ปีก่อนคริสต์ศักราช เมืองต่างๆ ในกรีกเริ่มเฟื่องฟูขึ้น เป็นช่วงที่กรีกเริ่มเป็น “นครรัฐ (Polis)”โดยแต่ละนครรัฐจะมีการปกครองเป็นของตัวเอง ตัวอย่างที่โดดเด่น เช่น เอเธนส์ (Athens) ปกครองแบบ “ประชาธิปไตย”และสปาร์ตา (Sparta) ปกครองแบบเผด็จการทหาร ซึ่งสปาร์ต้าถือว่าเป้นชนชาติแรกที่มีการเกณฑ์ทหารอีกด้วย โดยแต่ละนครรัฐจะมีความเชื่อของตนเองว่ามีเทพเจ้าที่ปกครองนครรัฐของตนเองที่ต่างกันออกไป เช่น เอเธนส์ >> เทพอะธีนา (Athena) / สปาร์ตา >> เทพสปาร์ตา (Sparta)

  • ด้วยความที่อยู่กันเป็นนครรัฐ มีความเชื่อ มีการปกครองที่แตกต่างกัน ทำให้อาจมีการทะเลาะกันอยู่บ้าง แต่เมื่อถึงคราวที่กรีกถูกรุกรานจากชาวต่างชาติต่างถิ่น นครรัฐต่างๆ ก็ร่วมมือกันช่วยเหลือปกป้องกรีกไว้

  • ยุคนี้เกิดสงครามกรีก-เปอร์เซียเอเธนส์และนครรัฐกรีกอื่นๆ จึงรวมกำลังทำสงครามต่อต้านเปอร์เซียที่รุกรานกว่า 40 ปีในที่สุดฝ่ายกรีกก็ได้รับชัยชนะ และเอเธนส์จึงได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำกรีก ทำให้เอเธนส์มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก และทำให้กรีกเริ่มเข้าสู่ยุคคลาสสิก

ยุคคลาสสิก (480 - 323 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

ยุคคลาสสิก ถือว่าเป็นยุคทองของเอเธนส์อารยธรรมกรีกเบ่งบานถึงขีดสุด โดยเฉพาะศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น

  • Acropolis แปลว่า เมืองที่อยู่ที่สูง ชาวกรีกมักจะตั้งเมืองบริเวณเนินและมีเมืองที่เป็นฝ่ายปกครองอยู่ที่สูง และบ้านของประชาชนทั่วไปจะรายล้อมอยู่รอบๆ ตัวอย่างเช่น

  • วิหารพาร์เธนอน (Parthenon)เป็น Acropolis ของเอเธนส์ เป็นสถาปัตยกรรมที่เน้นความสวยงาม สร้างด้วยหินอ่อน หลังคาหน้าจั่ว เสาเรียงราย

    • รูปปั้นนักขว้างจักร Discobolusซึ่งเป็นหนึ่งในกีฬาประเภทรวด หรือ ปัญจกรีฑา ที่นิยมแข่งกันในสมัยกรีก โดยผู้ที่แข่งปัญจกรีฑาส่วนใหญ่จะได้รับการยกย่องด้านความงามของรูปร่าง เนื่องจากมีกล้ามเนื้อที่ดูดี ทำให้บรรดาศิลปินนักปั้นยุคนี้จึงนิยมนำมาสร้างชิ้นงาน
  • มี 3 นักปรัชญาที่โด่งดังด้านประวัติศาสตร์และการเมืองผู้เป็นต้นกำเนิดวิชาปรัชญาในปัจจุบันเกิดขึ้นในยุคนี้

  • โสคราตีส (Socrates) ผู้วางรากฐานปรัชญาตะวันตก

    • เพลโต (Plato) บิดาแห่งวิชาปรัชญาการเมือง
    • อริสโตเติล (Aristotle) บิดาแห่งวิชารัฐศาสตร์
  • เกิดสงครามเพโลพอนนีเซียน ระหว่างเอเธนส์และสปาร์ตา ยาวประมาณ 30 ปี ซึ่งการต่อสู้ของทั้งสองนครรัฐนี้ ส่งผลกระทบให้ทั้งเอเธนส์ และสปาร์ตาเสื่อมอำนาจ ทำให้ฟิลิปที่ 2 หรือพ่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช แห่งมาซิโดเนียเข้ายึดครองนครรัฐกรีกได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นยุคที่จักรวรรดิกรีกได้ขยายดินแดนต่ออย่างกว้างขวาง

  • ยุคคลาสสิกสิ้นสุดเมื่อพระเจ้าอเล็กซ์ซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์ ทำให้อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่ท่านรวบรวมและสร้างไว้นั้นไม่มีใครสามารถควบคุมได้ ทำให้เข้าสู้ยุคเฮลเลนิสติก

ยุคเฮลเลนิสติก (323-31 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

ในยุคเฮลเลนิสติก เป็นยุคที่เสื่อมถอยของอารยธรรมกรีกโบราณอาณาจักรแตกแยกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน

  • นายพลของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช 4 คน เป็นผู้ควบคุมโดยนายพลแต่ละคนได้พัฒนาบ้านเมืองจนกลายเป็นราชวงศ์สำคัญ 3 ราชวงศ์ ได้แก่

  • ราชวงศ์เซลูซิดแห่งซีเรียและเปอร์เซีย (The Seleucids of Syria)

    • ราชวงศ์ทอเลมีแห่งอียิปต์ (The Ptolemies of Egypt) ราชวงศ์ต้นตระกูลของคลีโอพัตรา
    • ราชวงศ์แอนติโกนิดแห่งกรีก และมาซิโดเนีย(The Antigonids of Greece and Macedonia)
  • ยุคเฮลเลนิสติก เป็นยุคที่ไม่ได้มีอารยธรรมยาวนานเหมือนยุคอื่นๆ เนื่องจากถูกโรมันที่มีความแข็งแกร่งด้านการรบ เอาชนะได้ทำให้อารยธรรมของกรีกเสื่อมลง ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยความรุ่งเรืองของอารยธรรมโรมัน

สรุปจุดเด่นอารยธรรมกรีกโบราณ

การเมืองการปกครอง

  • การตั้งถิ่นฐานของชาวกรีกแยกออกจากกันเป็นอิสระ เป็นที่มาของการปกครองแบบโปลิส (polis/poleis) หรือแบบ ‘นครรัฐ (City state)’ ที่แต่ละรัฐมีอำนาจปกครองตนเองและเป็นอิสระออกจากกัน นครรัฐสำคัญที่ในเวลานั้น ได้แก่ นครรัฐเอเธนส์ (Athens) ปกครองแบบ “ประชาธิปไตย” และ นครรัฐสปาร์ต้า (Sparta) ปกครองแบบเผด็จการทหาร

  • สำหรับการปกครองของเอเธนส์เป็นประชาธิปไตยแบบโดยตรงหมายความว่าประชาชนในเมืองสามารถเข้ามานั่งในสภา เพื่อออกสิทธิ์ออกเสียงได้เนื่องจากจำนวนประชาชนไม่ได้มีเยอะจึงทำได้ แต่ปัจจุบันมีจำนวนประชากรมากขึ้น จึงต้องเลือกตั้งผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาแทน

  • ทั้งนี้ก็ถือว่ายังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแบบ 100% เพราะว่าจำกัดเฉพาะพลเมืองเอเธนส์ผู้ชาย หรือคนที่เสียภาษีจำนวนมาก มามีส่วนร่วมทางการเมืองทั้งนี้ที่กรีกมีการปกครองแบบประชาธิปไตย เนื่องจากชาวกรีกมีอุปนิสัยเฉพาะ 3 รูปแบบ ดังนี้

  • มนุษย์นิยมมีความเชื่อว่า มนุษย์เก่ง มีความสามารถ มีปัญญา ใช้เหตุผลเป็น

    • ปัจเจกชนนิยม เชื่อว่า มนุษย์มีความเชื่อมั่นในตนเอง
    • ธรรมชาตินิยมมีความสนใจศึกษาธรรมชาติและสิ่งรอบตัว

เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของกรีกที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าการเกษตร อุตสาหกรรม งานหัตถกรรม

  • สินค้าการเกษตร เช่น การทำเหล้าองุ่น น้ำมันมะกอก
  • อุตสาหกรรม เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องถ้วยชาม
  • งานหัตถกรรมเช่นการส่งออกผ้าฝ้าย

สถาปัตยกรรมและประติมากรรม

  • สถาปัตยกรรมที่สำคัญในยุคกรีกมักเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาและเทพเจ้าเช่น วิหารเทพเจ้า อนุเสาวรีย์รูปสลักเทพเจ้า โรงละคร

  • วิหารที่โดดเด่นในยุคกรีกคือวิหารพาร์เธนอน (Parthenon) เป็น Acropolis หรือ เมืองที่อยู่ที่สูงของเอเธนส์ เป็นสถาปัตยกรรมที่เน้นความสวยงาม สร้างด้วยหินอ่อน หลังคาหน้าจั่ว เสาเรียงราย
    อารยธรรมกรีกโบราณจะเด่นเรื่องระบบเสาและคาน แบ่งเป็น 3 แบบ

  • ดอริก (Doric)มีลักษณะโคนเสาใหญ่และเรียวขึ้นไปจนถึงยอด ตามลำเสาเป็นร่องเว้าตามแนวตั้งยี่สิบร่องรอบเสา ตอนบนเป็นหัวเสาเรียบที่บานออกไปจากคอลัมน์ไปบรรจบกับแผ่นสี่เหลี่ยมที่ขวางกับคานแนวนอนที่วางเหนือเสา

    • ไอออนิก (Ionic) มีลักษณะเสาเรียวสง่า แผ่นหินบนเสาเป็นรูปโค้งย้อยม้วนลงมาทั้งสองข้าง เหนือขึ้นไปเป็นรูปฐาน 3 ชั้น บริเวณเสาถูกรองรับด้วยฐานใต้เสา ซึ่งเป็นคนละชิ้นแยกจากกัน บริเวณยอดหรือหัวเสา มักจะตกแต่งด้วยลายประดับรูปไข่
    • โครินเธียน (Corinthian)เป็นประเภทเสาที่มีความหรูหรามากที่สุด รูปแบบสถาปัตยกรรมนี้โดดเด่นด้วยร่องเสาที่เรียวยาวและหัวเสาบรรจงตกแต่งด้วยลายใบอะแคนทัสและปลายโค้งงอ
  • ประติมากรรมสำคัญในยุคกรีกโบราณได้แก่

  • ประติมากรรมที่โดดเด่น เช่นเครื่องปั้นดินเผาลายดำ (Black-figure)ที่ใช้เทคนิคสลิปสีดำสร้างลวดลายบนพื้นผิวสีส้มแดง และเครื่องปั้นดินเผาลายแดง (Red-figure)

    • งานประติมากรรมลอยตัวที่มีการแสดงถึงสรีระและกล้ามเนื้อแบบสมจริง ผ่านการจำลองท่าทางเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม เช่น รูปปั้นนักขว้างจักร (Discobolos), รูปปั้นเทพีไนกี้แห่งซาโมเทรซ (Wing Victory of Samothrace) และรูปปั้นวีนัส เดอ มิโล (Venus de Milo)

วรรณกรรมและนาฏยกรรม

  • วรรณกรรมที่สำคัญในยุคนี้ คือ "มหากาพย์" ได้แก่"มหากาพย์อีเลียด (The Iliad)" และ “มหากาพย์โอดิสซีย์ (Odyssey)” ประพันธ์โดย “โฮเมอร์ (Homer)” ภายในนำเสนอเกี่ยวกับตำนานการทำสงครามระหว่างนักรบกรีกและนักรบกรุงทรอย
  • นาฏยกรรม หรือการละครในยุคนี้เฟื่องฟูเรื่องของการเล่นละคร ประกอบด้วยการเต้นรำ การขับลำนำ การเล่นดนตรี มักเป็นบทละครแบบโศกนาฏกรรม (Tragedy) และสุขนาฏกรรม (Comedy) ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นต้นแบบการแสดงละครเวทีกลางแจ้งในปัจจุบัน โดยเชื่อว่าการเล่นละครนี้เป็นการถวายให้กับเทพเจ้าไดโอนิซุส (Dionysus) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งไวน์ ความอุดมสมบูรณ์ และเทศกาล

นักปรัชญาคนสำคัญ

  • พีทาโกรัส (Pythagoras)เจ้าของทฤษฎีความสัมพันธ์ของสามเหลี่ยมมุมฉาก “ทฤษฎีพีทาโกรัส ” ที่โด่งดัง เป็นนักปราชญ์ชาวกรีกที่วางรากฐานวิชาเรขาคณิตให้เราได้เล่าเรียนกันในทุกวันนี้
    อาร์คีมีดีส (Archimedes) หนึ่งในนักคณิตศาสตร์ที่ค้นพบค่าพาย (π) ที่ใกล้เคียงที่สุด และผู้ค้นพบวิธีหาปริมาตรของวัตถุโดยการแทนที่
  • ยูคลิด (Euclid) ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งวิชาเรขาคณิต” เนื่องจากผลงานชิ้นเอกของเขาใน “หนังสือ Elements” เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นทฤษฏีบทเรขาคณิต พีชคณิต เรขาคณิตเชิงพีชคณิตเบื้องต้น และทฤษฎีจำนวนเบื้องต้น เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นผลงานของนักคณิตศาสตร์รุ่นก่อนที่ได้คิดค้นเอาไว้ เช่น พีทาโกรัสและยูโดซุส แต่ยุคลิดนำมารวบรวมเข้าด้วยกันอย่างมีระบบและเป็นลำดับเหตุผลต่อเนื่องกัน
  • โสคราตีส (Socrates) ผู้วางรากฐานปรัชญาตะวันตก เป็นผู้คิดค้น “วิธีการโสกราตีส (Socratic Method)” เป็นกระบวนการตั้งคำถามอย่างเป็นระบบเพื่อค้นหาความจริงและกระตุ้นการคิดเชิงวิพากษ์ ไม่มีงานเขียนโดยตรง แต่แนวคิดของเขาถูกถ่ายทอดผ่านงานของเพลโต
  • เพลโต (Plato) เป็นศิษย์เอกของโสกราตีส และเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบ (Forms) ซึ่งอธิบายว่าความจริงที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในโลกวัตถุ แต่เป็นอุดมคติที่เหนือกว่าสิ่งที่เราเห็น ยังเป็นนักเขียนปรัชญาที่ทรงอิทธิพล ผลงานของเขามักเขียนในรูปแบบบทสนทนา
  • อริสโตเติล (Aristotle) เป็นศิษย์ของเพลโต และเป็นอาจารย์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เป็นนักคิดที่วางรากฐานของตรรกศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และจริยศาสตร์ ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อการศึกษาของยุโรปในยุคกลางและต่อมาจนถึงปัจจุบัน
  • ฮิปโปรเครติส (Hippocrates)ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก” เป็นคนแรกที่ทำบันทึกอาการและประวัติคนไข้ ที่ยังคงยึดถือจนถึงปัจจุบัน
  • เฮโรโดตัส (Herodotus) บิดาแห่งประวัติศาสตร์สากล คนแรกที่บันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบและเรียงลำดับเหตุการณ์ให้คนที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ผลงานที่โดดเด่นที่สุด คือ Histories เป็นบันทึกที่บรรยายถึงเหตุการณ์สงครามระหว่างกรีกและเปอร์เซีย รวมถึงวัฒนธรรมต่างๆ ประเพณี ภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ ทำให้ผลงานชิ้นนี้เป็นแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี

มาทดสอบความรู้กัน

นอกจากเกร็ดความรู้เกี่ยวกับอารยธรรมกรีกโบราณที่นำมาฝากแล้ว พี่แป้งยังมีแนวข้อสอบเกี่ยวกับอารยธรรมกรีกโบราณ 2 ข้อมาให้น้องๆ ฝึกสมองลองฝีมือกันด้วยค่ะ

ข้อใดเป็นมรดกที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมกรีก (O-NET สังคมศึกษา ปีการศึกษา 2559)
1. ภาษาสเปน
2. ปฏิทินจูเลียน
3. กฎหมายสิบสองโต๊ะ
4. มหากาพย์อีเลียต
5. งานเขียนเรื่องบันทึกสงครามกอล


ข้อใดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอารยธรรมกรีก(O-NET สังคมศึกษา ปีการศึกษา 2561)
1. เซอร์อาเธอร์ เอเวนส์ (Sir arthur Evans)
2. จอห์น คาลวินส์ (John Calvin)
3. วิหารพาร์เธนอน
4. เฮโรโดตัส (Herodotus)
5. หัวเสาแบบดอริก

น้องๆ ชาว Dek-D คิดว่าแต่ละข้อตอบอะไรบ้าง มาคอมเมนต์คำตอบด้านล่างได้เลย!

สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ วิชาสังคมบทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ถ้าน้อง ๆ มีประเด็นที่น่าสนใจ หรือความรู้จากวิชาอะไร ที่อยากให้นำมาเล่า หรือแจกทริคการจำ ก็สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...