โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ชื่อ 'ณัฐวุฒิ บัวประทุม' 'เด็กอ่างทอง' ผู้ฝันจะเห็นประเทศนี้ดีขึ้น

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 02.35 น.

เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี

ปัจจุบัน หลายคนอาจรู้จัก “ณัฐวุฒิ บัวประทุม” ส.ส.บัญชีรายชื่อวัย 48 ปี จากพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ)

แต่คอการเมืองจำนวนมากอาจไม่ค่อยรู้จักตัวตน-ภูมิหลังของผู้แทนราษฎรรายนี้มากนัก

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณัฐวุฒิเคยให้สัมภาษณ์รายการ “เอ็กซ์-อ๊อก talk ทุกเรื่อง” ทางช่องยูทูบมติชนทีวี โดยบอกเล่าเรื่องราวชีวิตและการทำงานการเมืองของตนเอง

มีรายละเอียดน่าสนใจดังนี้

จาก “เด็กอ่างทอง” สู่รั้ว “ธรรมศาสตร์”

ก่อนอภิปรายในสภาทุกครั้ง นอกจากจะเอ่ยชื่อ นามสกุล และสถานะ “ส.ส.บัญชีรายชื่อ” ของตนเองแล้ว ณัฐวุฒิยังมักกล่าวปิดท้ายประโยคแนะนำตัวว่าเขาเป็น “คนจังหวัดอ่างทอง”

ส.ส.วัย 40 ปลาย เล่าว่าเขาเกิดในครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นข้าราชการ โดยทั้งบิดา มารดา รวมถึงลุงและป้า ล้วนเป็นอดีตนักศึกษายุค 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งชอบสนทนาเรื่องการเมือง และมีหนังสือการเมืองจำนวนมากอยู่ในบ้าน

ณัฐวุฒิจบชั้นประถมศึกษาที่จังหวัดอ่างทอง ก่อนเข้ามาศึกษาระดับ ม.ต้น ที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แต่เพราะเริ่มใช้ชีวิต “เขวๆ” ด้วยการไม่ค่อยเข้าเรียนและชอบไปเตะบอล เขาจึงถูกดึงตัวกลับไปอยู่กับพ่อแม่และเรียน ม.ปลาย ที่โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม

ต่อมา เด็กอ่างทองผู้นี้ได้สอบเข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโควต้า “นักศึกษาช้างเผือก”

ด้านหนึ่ง ณัฐวุฒิคือนักกีฬาตัวยง ซึ่งเป็นทั้งนักฮอกกี้มหาวิทยาลัย และนักฟุตบอลทีมถ้วย ค. ของธรรมศาสตร์ แต่อีกด้าน เขาก็เป็นนักกิจกรรมในยุครอยต่อระหว่างหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 กับการเคลื่อนไหวเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540

ณัฐวุฒิเคยดำรงตำแหน่งรักษาการอุปนายกองค์การนักศึกษา มธ. และเคยทำงานร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ในรุ่นใกล้เคียงกับ “ชัยธวัช ตุลาธน” จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ “ศรายุทธิ์ ใจหลัก” จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ทั้งยังเป็นรุ่นพี่นักกิจกรรมของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. และเป็นรุ่นพี่คณะนิติศาสตร์ของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” (แต่ทั้งคู่ไม่ได้สนิทสนมกันสมัยเรียน)

เกือบ 2 ทศวรรษ
กับการเป็น “เอ็นจีโอด้านสิทธิเด็ก”

แม้จะเรียนนิติศาสตร์และมีลุงเป็นอัยการ แต่ณัฐวุฒิไม่เคยใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการ ตรงกันข้าม เขากลับอยากทำงานในภาคประชาสังคม

“จริงๆ สนใจเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ แต่วันนั้นมาดูว่า ใครมือสั้นที่สุด ก็ไปพบเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กที่ถูกละเมิด เด็กหลายคนที่ผมเคยดูแล บางครั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่พ่อแม่ทำร้ายตัวเองลงไปคือการถูกทำร้ายแล้ว เพราะบางคนยังคิดว่านี่คือความรักที่พ่อแม่มอบให้

“ฉะนั้น พอเราไปเห็นปัญหาแบบนี้ เรารู้สึกว่ารอไม่ได้ เราอยากใช้ความเป็นนักกฎหมายของเราไปดูแลเขา ท้ายสุด ก็เลยตัดสินใจไปเป็นเอ็นจีโอด้านสิทธิเด็กทั้งหมด 18 ปีเต็ม”

หลังจากทำงานที่มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กเกือบ 2 ทศวรรษ หนุ่มใหญ่จากอ่างทองก็เริ่มตระหนักว่าการตามแก้ปัญหาให้เด็กๆ เป็นรายคนนั้นอาจไม่มีศักยภาพเท่ากับการอาสาเข้าไปแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ

ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 42

แม้จะเคยทำกิจกรรมนักศึกษาร่วมกับบรรดาผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ แต่ณัฐวุฒิมิใช่สมาชิกรุ่นบุกเบิกของพรรคการเมืองนี้ ทว่า เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2562 เพื่อหวังจะเติมเต็มงานด้านเด็ก สตรี และประชากรกลุ่มเปราะบางให้พรรค

คราวนั้น อดีตเอ็นจีโอคนนี้มีสถานภาพเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 42 ซึ่งไม่เคยคาดหวังว่าตัวเองจะได้โอกาสเข้าสภา และคิดจะเป็นเพียงพลังสายซัพพอร์ตที่ช่วยผลักดันให้แกนนำพรรคเข้าไปเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านกลไกสภาผู้แทนราษฎร

แต่ท้ายที่สุด ณัฐวุฒิก็ได้เป็น ส.ส. อย่างพลิกล็อก จากการประสบความสำเร็จเกินคาดหมายในสนามเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่

การอภิปรายใหญ่ครั้งแรกในสภาของเขา คือการอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลพลังประชารัฐ โดยได้รับมอบหมายให้พูดถึงกลุ่มเปราะบางต่างๆ วันเดียวกับที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แจ้งเกิดจากการอภิปรายเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาของเกษตรกรไทย ผ่านแนวคิด “กระดุมห้าเม็ด”

“ผมก็พูดห้าประเด็นนะ แต่ไม่ดังแบบกระดุมห้าเม็ด”

แต่อย่างน้อยที่สุด ประเด็นที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อหน้าใหม่อภิปราย ก็ทำให้ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทยขณะนั้น ต้องเร่งรัดให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหา

นี่คือข้อพิสูจน์ว่าคนเป็น “นักการเมือง” นั้น “เสียงดัง” กว่า “เอ็นจีโอ” จริงๆ

บทเรียนของ “ผู้แทนราษฎร”

หลังทำงานเป็น ส.ส. มาสองสมัย 6 ปี ณัฐวุฒิได้เรียนรู้ในสามเรื่องหลักๆ

เรื่องแรก คือ การรู้จักรอจังหวะเวลา

“ตอนที่เราเป็นเอ็นจีโอ เรารู้สึกว่าเสียงของเราดัง คือมันต้องทำทันที มันต้องเปลี่ยน ไอ้นั่นทำไมไม่ทำ ไอ้นี่ทำไมไม่ทำ แต่พอมาเป็นนักการเมือง มาทำงานในสภา เจอหน่วยงาน เจอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เจอความเป็นพรรครัฐบาล-พรรคฝ่ายค้านต่างๆ เราก็ต้องยอมรับว่า หลายเรื่องมันไม่สามารถทำทันทีได้

“ก็พยายามเรียกร้องกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านว่า บางเรื่องก็ต้องทำความเข้าใจ หรือบางเรื่องมันไม่ถึงขนาดต้องอยู่ให้เป็น เย็นให้พอ แต่ก็ต้องรอจังหวะเวลาของมัน”

เรื่องถัดมา คือ การพยายามประพฤติตัวเป็น “คนปกติ” เหมือนเดิม จนเมื่อขับรถญี่ปุ่นมือสองเข้าสภา ก็ยังถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจอยู่เสมอ

“ยิ่งเป็น ส.ส. ตัวท่านยิ่งต้องต่ำลง ยิ่งมีคอมเมนต์ในโซเชียล ท่านก็ยิ่งต้องฟัง ไม่ใช่มองทันทีว่าไอ้นี่ไอโอแน่ๆ”

ข้อสุดท้าย นักการเมืองไม่สามารถทำงานคนเดียว-พรรคเดียวได้

“ถ้าไม่แสวงความร่วมมือเลย มันผลักดัน (ประเด็น) ไม่ได้ เพียงแต่การแสวงความร่วมมือ ก็ต้องไม่เสียจุดยืนของเรา”

นักประสานสิบทิศ

ด้วยความที่เคยทำงานกับเด็กๆ มาก่อน ณัฐวุฒิจึงมีบุคลิกการทำงานที่ประนีประนอม และถือเป็นหนึ่งใน “มือประสานสิบทิศ” ของพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล-ประชาชน ซึ่งคอยประสานความร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นในสภา

“ผมเคยมีเด็กที่ต่อยครูในโรงเรียน แล้วไม่สามารถเรียน (ต่อ) ได้ เพิ่ง ม.1 เอง ครอบครัวก็ไม่เอา ผมก็ทำงาน คุยกับเขา ไปเยี่ยมเขาหลายวัน จนกระทั่งวันหนึ่งเขายกหู (โทรศัพท์) หาผมบอกว่า พี่ วันนี้พี่จะมาอีกไหม ผมอยากกินกุ้งอบวุ้นเส้น ผมวิ่งไปซื้อกุ้งอบวุ้นเส้นไปหาเขาเลย หลายบาทด้วย กุ้งอบวุ้นเส้นท่าดินแดง

“พอไปเจอเด็กปุ๊บ เรารู้เลยว่า วันนี้วันที่เขายกหูหาเรา คือเขารู้สึกไว้วางใจเรา นี่คือจุดเริ่มต้นที่จะทำงานกับตัวเขา เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของเขา

“ฉะนั้น ด้วยประสบการณ์ที่เราทำงานกับคน มันก็เลยอาจจะทำให้คนรู้สึกว่าพูดคุย (กับเรา) ได้สบายใจ”

สายสัมพันธ์ “ภูมิใจไทย”?

สมัย “อนุทิน ชาญวีรกูล” ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เคยปรากฏภาพณัฐวุฒิไปร่วมกิน “ผัดไทย” ฝีมือ “มท.หนู” ขณะลงพื้นที่ จ.อ่างทอง ซึ่งเจ้าตัวชี้แจงที่มาของภาพดังกล่าวว่า

“วันนั้น ท่านไปเปิดงานที่อ่างทอง เราเป็นผู้แทนราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ เขาก็เชิญเรา เราก็ไปร่วมงาน ท่านก็หันซ้ายหันขวา เอาใครดีวะ ณัฐวุฒิมาชิม (ผัดไทย) แล้วกัน ก็ต้องขออนุญาตบอกท่านอนุทินว่า ท่านใส่น้ำปลามากไปนิดหนึ่ง”

นอกจากนั้น ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ คน จ.อ่างทอง ณัฐวุฒิยังตรวจสอบถ่วงดุลและทำงานร่วมกับ “ภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล” สอง ส.ส.เขต จากพรรคภูมิใจไทย ได้อย่างไม่มีปัญหา เนื่องจากทั้งคู่เป็น “รุ่นน้องธรรมศาสตร์” ขณะที่ผู้อาวุโสประจำจังหวัดอย่าง “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” ก็ให้คำแนะนำหลายอย่างแก่เขา

ดังที่ประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ยอมรับเองว่า ตลอด 6 ปีมานี้ เขาต้องเริ่มต้นเรียนรู้ปัญหาในเชิงรายละเอียดของพื้นที่จังหวัดบ้านเกิดใหม่หมด

“ตอนที่เราเป็น ส.ส.ปี 2562 เราไม่เคยเข้าใจเรื่องพวกนี้ (ปัญหาพื้นที่) เลย แต่พอมีเวลามานั่งดู ถึงเข้าใจมากยิ่งขึ้น คลองเจ็ดซ้ายมันไปทางไหน คลองเจ็ดขวามันเป็นอย่างไร ถ้าเปิดประตูน้ำยางมณีกี่ชั่วโมงน้ำจะไหลไปได้เท่าไร เปิดประตูน้ำชันสูตรจะทำอย่างไร ไอ้ประตูน้ำที่เข้ามาพระงามมันจะไปตรงไหน เป็นความรู้ใหม่หมดเลย

“ถนนไหนเป็นถนนของทางหลวง ถนนไหนเป็นของทางหลวงชนบท ถนนไหนสร้างโดย อบจ. ผมต้องขอขอบคุณท่าน ผอ.แขวงทางหลวงชนบท ให้ (แผนที่) ผมมาแผ่นหนึ่ง ค่อยยังชั่วหน่อย เรื่องแบบนี้ต้องเรียนรู้ ผมก็เรียกร้องว่า ส.ส.เรา (พรรคประชาชน) ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ทั้งหมด จำเป็นต้องเข้าใจ

“ราคาข้าว ทำไมภาคกลางปลูกข้าวไม่ได้กินเอง ขายเป็นอาหารสัตว์ ทำไมเรายังต้องใช้การปลูกที่ถี่ขนาดนี้ ข้าวระยะสั้นเพราะอะไร ราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างไร ทำไมถึงขาย (ข้าว) ได้ราคาน้อย พวกนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ”

ความฝัน
ของประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ

ย้อนไปเมื่อครั้งเข้าสู่กระบวนการรับคัดเลือกเป็นผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ ณัฐวุฒิเคยเขียนอีเมลไปถามเลขาธิการพรรคและอดีตเพื่อนแอคติวิสต์อย่างชัยธวัชว่า “เรายังฝันเหมือนกันใช่ไหม?”

พออีกฝ่ายตอบกลับมาสั้นๆ ว่า “ใช่” อดีตเอ็นจีโอชาวอ่างทองก็ยิ่งมั่นใจในเส้นทางสายการเมืองที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

เมื่อถามต่อว่า “ฝันที่เหมือนกัน” ของเขาและชัยธวัชคืออะไร?

“ณัฐวุฒิ บัวประทุม” ตอบกลับมาอย่างกระชับแต่ตีความได้มหาศาลว่า “ฝันเห็นประเทศนี้มันดีขึ้น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ชื่อ ‘ณัฐวุฒิ บัวประทุม’ ‘เด็กอ่างทอง’ ผู้ฝันจะเห็นประเทศนี้ดีขึ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...