โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ความต้องการน้ำมันมากมายและเพื่อปกป้องอิทธิพลอเมริกัน คือเบื้องหลังการรุกรานเวเนซุเอลา

The Better

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • THE BETTER

ในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกและสมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะบุกเวเนซุเอลาถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนเหตุการณ์ในเดือนมกราคม 2026 แทบไม่มีผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิเคราะห์คนใดคาดการณ์ว่าการบุกโจมตีทางบกจะเกิดขึ้น

ย้อนกลับไปในสมัยแรก ในปี 2017 ทรัมป์กล่าวว่าเขา "จะไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรการทางทหาร" เพื่อแก้ไขวิกฤตที่เลวร้ายลงในเวเนซุเอลา โดยในการประชุมเมื่อเดือนสิงหาคม 2017 เกี่ยวกับการคว่ำบาตรทางการทูตและการเงินต่อเวเนซุเอลา ทรัมป์ได้สอบถามที่ปรึกษาอาวุโสเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการบุกเวเนซุเอลา ในขณะนั้น ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เอช. อาร์. แมคมาสเตอร์ และผู้ช่วยคนอื่นๆ ได้ให้คำแนะนำอย่างหนักแน่นไม่ให้ใช้ปฏิบัติการทางทหาร โดยเตือนว่าอาจส่งผลเสียต่อตนเอง และพันธมิตรในภูมิภาคต่างคัดค้านมาตรการดังกล่าว

ทรัมป์ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือกับผู้นำลาตินอเมริกาในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งที่ 72 ในปี 2017 แม้ว่าพวกเขาจะปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างเป็นเอกฉันท์ รัฐบาลทรัมป์จึงดำเนินนโยบายคว่ำบาตรและกดดันทางการทูตต่อเวเนซุเอลา พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม

ในปี 2020 อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ฟ้องร้องมาดูโรในข้อหาก่อการร้ายยาเสพติด (ซึ่งทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีอำนาจจับกุมตัวเขาได้) โดยหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นทรัมป์ประกาศในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในเดือนเมษายน 2020 ว่าสหรัฐฯ กำลังส่งเรือพิฆาตของกองทัพเรือ เครื่องบินลาดตระเวน และกำลังพลเพิ่มเติมไปยังทะเลแคริบเบียนใกล้กับเวเนซุเอลา สำนักข่าวเอพีรายงานว่า "ไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆ … ว่ามีการวางแผนการรุกรานของสหรัฐฯ แต่อย่างใด"

จนกระทั่ง ในเดือนสิงหาคม 2025 ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง สหรัฐอเมริกาได้ส่งกำลังทหารจำนวนมากไปยังทะเลแคริบเบียนในปฏิบัติ Operation Southern Spear โดยระบุว่าการต่อสู้กับแก๊งค้ายาเสพติดเป็นเป้าหมายหลัก ในเวลานั้น สำนักข่าว AP รายงานว่า "รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้ส่งสัญญาณถึงแผนการบุกโจมตีทางบกจากกำลังพลหลายพันนายที่ถูกส่งไป และนักวิเคราะห์ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลทั้งในปัจจุบันและอดีต ต่างมองว่าไม่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการรุกรานเวเนซุเอลา"

จนกระทั่ง ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 3 มกราคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานการระเบิดหลายครั้งในกรุงการากัส ตามรายงานของ CBS News เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าทรัมป์ได้สั่งโจมตีเป้าหมายในเวเนซุเอลา รวมถึงฐานทัพทหาร ประธานาธิบดีมาดูโรประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อตอบโต้การโจมตีดังกล่าว ต่อมา ทรัมป์ อ้างว่าสหรัฐฯ จับกุม มาดูโร และภรรยาของเวเนซุเอลาได้สำเร็จระหว่าง "การโจมตีครั้งใหญ่" ในประเทศ ระบุว่าปฏิบัติการนี้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ และทั้งคู่ถูก "นำตัวออกจากประเทศ"

แต่แท้จริงแล้วปฏิบัติการนี้อาจมีเจตนาทางการเมือง โดยมีความเป็นไปได้ในการแทรกแซงในเวเนซุเอลาตั้งแต่ช่วง "วิกฤตการณ์ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา" (การชิงอำนาจระหว่างนิโคลัส มาดูโร ที่ต่อต้านสหรัฐฯ กับ ฮวน ไกวโด ที่สหรัฐฯ สนับสนุนระหว่างปี 2019 ถึง 2023) ในเวลานั้น คิมเบอร์ลี เบรเออร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการซีกโลกตะวันตก กล่าวว่า "แม้ว่านโยบายของเราจะยึดหลักการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ แต่เราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าทุกทางเลือกยังคงเปิดกว้างอยู่"

จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติในขณะนั้น ได้ตีพิมพ์ในหนังสือ The Room Where It Happened ในปี 2020 ว่าทรัมป์กล่าวว่าการบุกเวเนซุเอลาจะเป็นเรื่อง "เท่" เพราะเวเนซุเอลาเป็น "ส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาจริงๆ" ความคิดนี้สืบเนื่องมาจากการที่สหรัฐฯ มองว่าลาตินเมริกาคือเขตอิทธิพลของตน แต่ในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้ เวเนซุเอลาซึ่งเคยเป็นแหล่งพลังงานใหญ่ให้สหรัฐฯ มีรัฐบาลฝ่ายซ้ายที่เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐฯ ทั้งยังกลายเป็นพันธมิตรของรัสเซีย จีน และอิหร่าน

มาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา ถูกถามในการแถลงข่าวหลังได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2025 ว่าเธอสนับสนุนการรุกรานของสหรัฐอเมริกาหรือไม่ เธอตอบว่า "เวเนซุเอลาถูกรุกรานไปแล้ว" โดยยกตัวอย่างการปรากฏตัวของสายลับรัสเซียและอิหร่าน กลุ่มค้ายาเสพติดโคลอมเบีย และกลุ่มฮามาสและฮิซบอลลาห์ "ที่ปฏิบัติการอย่างอิสระตามระบอบการปกครอง" ทำให้ "เวเนซุเอลากลายเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมของทวีปอเมริกา" เธอกล่าวหาว่า "สิ่งที่ค้ำจุนระบอบการปกครอง" คือเงินทุน "จากการค้ายาเสพติด จากตลาดมืดน้ำมัน จากการค้าอาวุธ และจากการค้ามนุษย์ เราจำเป็นต้องตัดกระแสเหล่านี้"

แน่นอนว่า การรุกรานเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ อีกสาเหตุคือเรื่องน้ำมันในฐานะที่เวเนซุเอลามีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโก ในหนังสือบันทึกความทรงจำ The Threat ในปี 2019 อดีตรองผู้อำนวยการ FBI แอนดรูว์ แมคเคบ ได้อ้างคำพูดของทรัมป์เกี่ยวกับเวเนซุเอลาว่า "นั่นคือประเทศที่เราควรทำสงครามด้วย พวกเขามีน้ำมันทั้งหมดและอยู่ติดกับประตูหลังของเรา" และในเดือนมิถุนายน 2023 ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวที่รัฐนอร์ทแคโรไลนาว่า "ตอนที่ผมจากไป เวเนซุเอลากำลังจะล่มสลาย เราคงจะเข้ายึดครองมันได้ และเราคงจะเก็บน้ำมันทั้งหมดไว้ได้"

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ภาพชุดนี้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2025 โดยแสดงภาพประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา (ซ้าย) ในเมืองแกรนด์แรพิดส์ รัฐมิชิแกน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 และประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา (ขวา) ในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2024 (Photo by KAMIL KRZACZYNSKI / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...