24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 มกราคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 มกราคม 2569
>> คนร้ายลอบวางระเบิด เผาปั๊มน้ำมัน 11 แห่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ ปิดกั้นพื้นที่
01.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา รายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ลอบวางระเบิดและลอบวางเพลิงปั๊มน้ำมัน รวมถึงร้านสะดวกซื้อหลายจุด ในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
โดยพื้นที่จังหวัดยะลา (4 จุด) ปั๊มน้ำมัน อ.กาบัง ปั๊ม บันนังสตา อ.บันนังสตา ปั๊ม บูเกะคละ ริมถนนสายยะลา–รามัน ต.บุดี อ.เมือง และปั๊ม ถนนสาย 418 (ปัตตานี–ยะลา) ขาเข้าตัวเมืองยะลา ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา
จังหวัดนราธิวาส (5 จุด) ปั๊ม หมู่ 4 บ้านโคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง ปั๊ม ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ ปั๊ม อ.ระแงะ ปั๊ม อ.แว้ง และ ปั๊ม อ.สุไหงโก-ลก
จังหวัดปัตตานี (2 จุด) ปั๊ม อ.เมือง และ ปั๊ม อ.กะพ้อ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย และอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเข้มงวด
>> ระทึก! สปีดโบ๊ตพุ่งชนเรือประมงใกล้เกาะพีพี 13 ทัวริสต์บาดเจ็บ รัสเซียเสียชีวิต
09.10 น. ศรชล.ภาค 3 ได้รับแจ้งจากศูนย์นเรนทรอันดามัน ว่าเกิดอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ตชนกับเรือประมงในพื้นที่ใกล้เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ภายหลังรับแจ้ง พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3 ได้สั่งการให้ ศูนย์ปฏิบัติการ ศรชล.ภาค 3 ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และออกอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเรือสปีดโบ๊ตชื่อ “กรวิชญ์ มารีน” ของบริษัท A Timer มีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 55 คน ประกอบด้วย นักท่องเที่ยว 50 คน ไกด์ไทย 1 คน ไกด์ต่างชาติ 1 คน และลูกเรือ 3 คน เบื้องต้นมีรายงานผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ และต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์
ศูนย์ปฏิบัติการ ศรชล.ภาค 3 ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที โดยได้รับการยืนยันจากศูนย์ไข่มุก จังหวัดภูเก็ต ว่าได้จัดเรือเข้าช่วยเหลือในพื้นที่แล้วจำนวน 2 ลำ พร้อมกันนี้ยังสั่งการให้ ศรชล.จังหวัดกระบี่ และ ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดกระบี่ (ศคท.จว.กบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ อำนวยการช่วยเหลือ และประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ความคืบหน้าล่าสุด รายงานยืนยันว่า ผู้ประสบภัยทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือและนำส่งขึ้นฝั่ง ณ เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 13 ราย เสียชีวิต 1 รายเป็นหญิงอายุ 18 ปีชาวรัสเซีย ขณะที่ ศรชล.ภาค 3 ได้ประสานหน่วยงานบนเกาะพีพี เตรียมพื้นที่รองรับให้เรือไข่มุกเข้าเทียบ เพื่อรับผู้บาดเจ็บและผู้ประสบภัย ส่งต่อเข้าสู่ระบบการแพทย์และการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
>> รวบแรงงานต่างด้าว 30 ราย! ลอบเข้าเมือง ที่อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี สารภาพหนีความอดอยาก มาหางานทำที่ไทย
10.56 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีการตรวจพบและจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ด่าน ตม.โป่งน้ำร้อน สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 30 ราย เป็นชาย 10 ราย หญิง 10 ราย และเด็ก 10 ราย พร้อมผู้นำพา จำนวน 1 ราย และยานพาหนะ ได้ในพื้นที่ บ้านแหลมใหม่ ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขณะพยายามลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า สาเหตุสำคัญมาจาก ความยากลำบากในการดำรงชีวิตและภาวะความอดอยากในฝั่งประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นปัญหาสะสมจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ จนตัดสินใจหลบหนีความอดอยากเข้ามาแสวงหางานทำในประเทศไทย ทั้งที่ทราบถึงความเสี่ยงจากมาตรการควบคุมและป้องกันชายแดนของฝ่ายความมั่นคงไทยที่มีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง
>> นราธิวาส ประกาศใช้กฎอัยการศึก เคอร์ฟิว 21.00-05.00 น. ห้ามออกบ้าน
13.30 น. หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศฉบับที่ 29/2569 เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังสถานการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุลอบวางระเบิดและการก่อความรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ต้องยกระดับการควบคุมพื้นที่ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ประกาศระบุว่า การบังคับใช้กฎอัยการศึกในจังหวัดนราธิวาสครอบคลุมทุกอำเภอ เป็นไปตามประกาศและพระบรมราชโองการก่อนหน้านี้
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ สาระสำคัญของมาตรการ ประกอบด้วยการเพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย โดยควบคุมการเข้า–ออกของยานพาหนะทุกประเภท การเดินทางของประชาชน และการค้าขายสินค้าทุกชนิด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
พร้อมกันนี้ มีการประกาศ ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างเวลา 21.00–05.00 น. เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่
ด้านการปฏิบัติการ หน่วยงานทหารในพื้นที่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการด้านยุทธการ การตรวจค้น การห้าม และมาตรการด้านความมั่นคง ตามมาตรา 6, 8, 9 และ 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 รวมถึงอำนาจอื่นตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เพื่อยุติความรุนแรงและสร้างความสงบเรียบร้อย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนถูกกำชับให้สนับสนุนการทำงานของฝ่ายทหารอย่างใกล้ชิด ส่วนประชาชนในพื้นที่ขอให้ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ประกาศ ณ วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569
>> กองทัพมดขนยาเหิมยิงทหารเปิดทาง จวนตัวทิ้ง 5 แสนเม็ดหนีไร้ร่องรอย
เมื่อเวลา 14.00 น. พลตรีสาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก ธวัฒน์ อินกอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิงปะทะกันระหว่าง กำลังทหารร้อยม.4 และชุดปฏิบัติการกองร้อยเคลื่อนที่เร็ว หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง กับกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติด ที่บริเวณบ้านวังลาว หมู่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้จำนวนประมาณ 500,000 เม็ด
การปะทะกันครั้งนี้เจ้าหน้าที่ ร้อย.ม.4 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการกองร้อยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย บริเวณ บ้านวังลาว ชายแดนไทย-เมียนมา ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยแบกกระสอบเดินมาตามเส้นทางภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที กลุ่มคนร้ายได้ล่าถอย และทิ้งกระสอบไว้แล้วอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไป
โดยผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ยาบ้า ประมาณ 500,000 เม็ด บรรจุอยู่ในกระสอบฟาง จำนวน 5 กระสอบ กระสอบละ 100,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> ผบ.ตร.สั่งด่วน รอง ผบ.ตร. – ภ.9 ล่า กลุ่มคนร้ายวางบึ้ม เผา 11 ปั๊มน้ำมัน เผยมีความคืบหน้าหลายจุดแล้ว สั่งดูแล ร.ต.อ.ที่โดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ด้านความมั่นคง) ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ผบ.ศปก.ตร.สน.) และพล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 เร่งตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิด วางเพลิง ปั๊มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน รวม 11 แห่ง ในพื้นที่ จ.ยะลา นราธิวาส และปัตตานี เหตุเกิดตั้งแต่เวลา 00.55 น. ของวันที่ 11 ม.ค.69 ต่อเนื่องหลายพื้นที่ ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อได้รับความเสียหาย เบื้องต้นเป็นเหตุให้มีประชาชนและตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 ราย
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ผบ.ตร. กำชับให้ติดตามกลุ่มคนร้ายก่อความไม่สงบมาดำเนินคดีโดยเร็ว ย้ำให้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ โดยรับรายงานเบื้องต้นว่า เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ สร้างสถานการณ์ความรุนแรงในคืนก่อนเลือกตั้ง อบต. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าในหลายจุด ขณะที่ผบ.ตร.ย้ำให้ตำรวจทุกหน่วยในพื้นที่ ทั้งตำรวจภูธรจังหวัด และตำรวจตระเวนชายแดน สืบสวนติดตามการข่าวอย่างเข้มข้น ยกระดับดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกมิติ รักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.ห่วงใยตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย ฝากกำลังใจให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง พร้อมให้ผู้บังคับบัญชากวดขันในเรื่องมาตรการความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกนาย และให้เข้าไปดูแลสร้างขวัญกำลังใจอย่างใกล้ชิด
>> รถจักรยานยนต์ขับลงเขา เสียหลักตกทางลาดชัน พ่อแม่เสียชีวิตคาที่ ลูกสาววัย 2 ขวบเจ็บสาหัส
17.20 น. ศูนย์วิทยุมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ตกเขา บริเวณถนนคอนกรีตทางลงภูเขาไปไร่ยายพัน หมู่ที่ 3 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย มีผู้บาดเจ็บหลายราย
ที่เกิดเหตุเป็นถนนคอนกรีตทางลาดชันลงจากภูเขา ซึ่งเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้ขึ้นลงไปยังไร่ยายพัน พบร่องรอยรถจักรยานยนต์เสียหลักขณะขับลงจากเขา ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายศราวุฒิ อายุ 39 ปี และนางสาวธนาภรณ์ อายุ 35 ปี สภาพเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้พบเด็กหญิงอายุประมาณ 2 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรของทั้งสองคน นอนหมดสติ เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเกาะสมุยเป็นการด่วน
นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีส้ม ทะเบียน จ.สุราษฎร์ธานี สภาพพังเสียหายทั้งคัน เบื้องต้นมีรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้พบเห็นครอบครัวดังกล่าวเดินทางไปรับประทานอาหาร และกำลังขับรถลงจากภูเขาจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว
>> รวบอีก 2 มือปืน เด็กช่างไล่ยิงอริกลางแยก ทำชาวบ้านถูกลูกหลง
19.25 น. จากกรณี กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุยิงปืน บริเวณแยกนิด้า ฝั่งขาเข้า ใกล้เคียงศูนย์ฯ 50 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ทำให้มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 3 ราย เป็นนักศึกษา 2 ราย และถูกลูกหลง 1 รายเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน บช.น. , ผกก.สน.บึงกุ่ม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกับกุม ร่วมกันจับกุมตัวนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแพ่งมีนบุรี และศาลอาญามีนบุรี แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ลงวันที่ 11 ม.ค.2569 ตามลำดับ โดยกระทำความผิดฐาน “ร่วมกัน พยายามฆ่าผู้อื่น” โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก จ.จันทบุรี จากการสอบถามนายเอ (นามสมมติ) รับว่าเป็นคนใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงผู้บาดเจ็บจริง โดยมีนายบี (นามสมมติ) พร้อมกับผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 ราย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมาดำเนินคดีได้ครบทุกคน พร้อมของกลาง และยานพาหนะ ที่ใช้ก่อเหตุทั้ง 2 คัน เนื่องจากเคยมีสาเหตุโกรธเคือง เป็นคู่อริที่มีเรื่องกันมาก่อน หลังก่อเหตุแล้วแยกย้ายกันหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ทั้ง 4 ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป