โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กรมเจ้าท่า เผยสปีดโบ๊ตชนเรือประมง นทท.ดับ 1 เหตุผู้ควบคุมเรือประมาท จ่อดำเนินคดี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ม.ค. เวลา 11.35 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. เวลา 11.35 น.

กรมเจ้าท่า เผยสปีดโบ๊ตชนเรือประมง นทท.ดับ 1 เหตุผู้ควบคุมเรือประมาท จ่อดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 11 มกราคม นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ได้รับรายงานจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 (กบ.) แจ้งว่า เจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือเกาะพีพีได้รับแจ้งเหตุเรือประมงชนกับเรือบรรทุกคนโดยสารประเภทสปีดโบ๊ต บริเวณใกล้เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ส่งผลให้เรือโดยสารอับปางและจมลงในทะเล ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดขึ้นจากน้ำอย่างปลอดภัย และนำตัวส่งโรงพยาบาลเกาะพีพีทันที

นายกริชเพชร กล่าวว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า เรือทั้งสองลำเดินทางออกมาจากจังหวัดภูเก็ต กรมเจ้าท่าจึงประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 (ภูเก็ต) ซึ่งได้รับรายงานว่า เรือโดยสารที่ประสบเหตุเป็นเรือสปีดโบ๊ตชื่อ “กรวิชญ์ มารีน 888” หมายเลขทะเบียน 665100308 ขนาด 23.18 ตันกรอส ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่บนเรือทั้งหมด 55 คน แบ่งเป็นคนประจำเรือ 3 คน และผู้โดยสาร 52 คน ออกเดินทางจากท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อนำนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวบริเวณเกาะพีพี

นายกริชเพชร กล่าวว่า ส่วนเรือประมงคู่กรณีชื่อ “พิชัยสมุทร 1” หมายเลขทะเบียน 238306458 ได้แจ้งออกทำการประมงจากศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า–ออกเรือ (PIPO) จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 มีคนประจำเรือและแรงงานประมงรวม 10 คน โดยขณะเกิดเหตุเรือประมงกำลังลากอวนทำการประมงอยู่ในพื้นที่ โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณพิกัด 7°40.670’ เหนือ และ 98°42.14’ ตะวันออก ใกล้เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เรือสปีดโบ๊ตได้ขับเข้าไปชนกับเรือประมงที่กำลังลากอวน ส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรง และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย

นายกริชเพชร กล่าวว่า สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุ เบื้องต้นพบว่าคือความประมาทของผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ต ซึ่งขับเรือเข้าไปใกล้เรือประมงมากเกินไป ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวมีคลื่นลมแรง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ทำให้การควบคุมเรือในระยะใกล้เป็นไปได้ยาก เมื่อเรือเสียหลักจึงพุ่งเข้าชนเรือประมงอย่างรุนแรง ผู้ควบคุมเรืออาจประเมินสถานการณ์ผิดพลาด แม้จะมีประสบการณ์ในการเดินเรือ แต่การตัดสินใจเฉพาะหน้าอาจจะคลาดเคลื่อน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทัน จนนำไปสู่อุบัติเหตุและความสูญเสียในครั้งนี้

ขณะที่ผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ตอยู่ภายใต้การควบคุมของพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเข้ามาดูแลในประเด็นการสอบสวน การเยียวยา รวมถึงเรื่องประกันภัยและการช่วยเหลือผู้เสียชีวิต”นายกริชเพชร กล่าว

นายกริชเพชร กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากความสูญเสียต่อชีวิตนักท่องเที่ยวแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก กรมเจ้าท่าได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวด โดยจะสอบสวนผู้ควบคุมเรืออย่างละเอียด หากผลสอบสวนชี้ชัดว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จะมีการลงโทษตามกฎหมาย รวมถึงการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับเรือที่เกิดเหตุทันที

นายกริชเพชร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ตนได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต กระบี่ และพังงา จัดประชุมเร่งด่วนร่วมกับผู้ประกอบการและผู้ควบคุมเรือ เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย เน้นย้ำเรื่องการไม่ประมาทในการเดินเรือ และให้เห็นถึงผลกระทบและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจเพียงเล็กน้อย โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการย้ำมาตรการเพิ่มเติมจากที่เคยดำเนินการไปแล้วก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูท่องเที่ยว(ไฮซีซัน)

นายกริชเพชร กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราเรือก่อนออกจากท่า ตรวจสอบความพร้อมของเรือ อุปกรณ์ความปลอดภัย และความเหมาะสมของสภาพอากาศอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางน้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมเจ้าท่า เผยสปีดโบ๊ตชนเรือประมง นทท.ดับ 1 เหตุผู้ควบคุมเรือประมาท จ่อดำเนินคดี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...