โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ซัมซุง” เร่งเกม AI ดันอุปกรณ์ใช้ Gemini แตะ 800 ล้านเครื่อง ท้าชน Apple-ค่ายจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ม.ค. เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 04.54 น.

"ซัมซุง" วางแผนเพิ่มจำนวนสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้ฟีเจอร์ AI จาก Google Gemini เป็น 2 เท่าในปี 2569 ท่ามกลางการแข่งขัน AI ระดับโลกที่ดุเดือด

วันที่ 5 มกราคม 2568 เวลา 10.06 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Samsung Electronics วางแผนเพิ่มจำนวนอุปกรณ์พกพาที่มีฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Google Gemini เป็น 2 เท่าในปี 2569 ตามการเปิดเผยของประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (co-CEO) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทจากเกาหลีใต้ได้เปรียบคู่แข่ง ในช่วงที่การแข่งขันด้าน AI ทั่วโลกทวีความร้อนแรง

ซัมซุง ซึ่งได้นำฟีเจอร์ AI ที่รองรับ Gemini ไปใช้กับอุปกรณ์พกพาประมาณ 400 ล้านเครื่อง รวมถึงสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต ภายในปีที่ผ่านมา มีแผนเพิ่มจำนวนดังกล่าวเป็น 800 ล้านเครื่องในปี 2569

ที.เอ็ม. โรห์ กล่าวกับรอยเตอร์ส ในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง co-CEO ของ Samsung Electronics เมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า “เราจะนำ AI ไปใช้กับทุกผลิตภัณฑ์ ทุกฟังก์ชัน และทุกบริการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

แผนของซัมซุงในฐานะผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มมือถือ Android รายใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าจะช่วยหนุน Google อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกำลังแข่งขันกับ OpenAI และผู้เล่นรายอื่น ๆ เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานทั่วไปให้มาใช้โมเดล AI ของตน ทั้งนี้ซัมซุงตั้งเป้าทวงคืนตำแหน่งผู้นำตลาดสมาร์ตโฟนจาก Apple และรับมือการแข่งขันจากคู่แข่งจีน ไม่เฉพาะในตลาดโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่รวมถึงโทรทัศน์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของโรห์

ข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด Counterpoint ระบุว่าบริษัทจะนำเสนอบริการ AI แบบบูรณาการในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค เพื่อขยายความได้เปรียบเหนือ Apple ในด้านฟีเจอร์ดังกล่าว แม้ Apple จะเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอันดับหนึ่งของโลกในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้บริษัทแม่ของ Google อย่าง Alphabet เปิดตัว Gemini เวอร์ชันล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน โดยชูจุดเด่นว่า Gemini 3 มีประสิทธิภาพเหนือกว่าในหลายตัวชี้วัดมาตรฐานของอุตสาหกรรม เพื่อตอบโต้ Gemini 3 มีรายงานว่าแซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI ได้ประกาศโค้ดเรดภายในองค์กร ระงับโครงการที่ไม่ใช่แกนหลัก และระดมทีมเร่งพัฒนาโมเดล ส่งผลให้ผู้พัฒนา ChatGPT เปิดตัวโมเดล GPT-5.2 เพียงไม่กี่สัปดาห์ถัดมา โดยโรห์คาดว่าการยอมรับเทคโนโลยี AI จะเร่งตัวขึ้น โดยผลสำรวจของซัมซุงพบว่าการรับรู้แบรนด์ Galaxy AI เพิ่มขึ้นเป็น 80% จากราว 30% ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี

“แม้เทคโนโลยี AI อาจดูน่ากังขาอยู่บ้างในตอนนี้ แต่ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี เทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น”

นอกจากฟีเจอร์ค้นหาซึ่งเป็นการใช้งาน AI บนมือถือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแล้ว ผู้บริโภคยังใช้เครื่องมือ AI เชิงสร้างสรรค์ (generative AI) สำหรับการแก้ไขภาพ งานด้านประสิทธิภาพการทำงาน การแปลภาษา และการสรุปเนื้อหาอย่างแพร่หลาย

ทั้งนี้ภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลกเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์หลักของซัมซุง แต่กลับกดดันอัตรากำไรของธุรกิจสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหญ่อันดับสองของบริษัท

“สถานการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่มีบริษัทใดรอดพ้นจากผลกระทบ” โรห์กล่าว พร้อมระบุว่าวิกฤตดังกล่าวกระทบไม่เฉพาะโทรศัพท์มือถือ แต่รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคอื่น ๆ ตั้งแต่ทีวีไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า

เขาไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นราคาสินค้า โดยยอมรับว่าผลกระทบบางส่วนหลีกเลี่ยงไม่ได้จากราคาชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ดีซัมซุง ซึ่งเป็นผู้ผลิตทีวีอันดับหนึ่งของโลก กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อวางกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว

นักวิจัยตลาดอย่าง IDC และ Counterpoint คาดว่าตลาดสมาร์ตโฟนโลกจะหดตัวในปี 2570 เนื่องจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำมีแนวโน้มดันราคามือถือสูงขึ้น

โรห์ยังกล่าวว่าตลาดโทรศัพท์พับได้ซึ่งซัมซุงเป็นผู้บุกเบิกตั้งแต่ปี 2562 เติบโตช้ากว่าที่คาด เนื่องจากความซับซ้อนด้านวิศวกรรมและการขาดแอปพลิเคชันที่เหมาะสมกับฮาร์ดแวร์ แต่คาดว่ากลุ่มสินค้านี้จะเข้าสู่ตลาดกระแสหลักในอีก 2–3 ปีข้างหน้า พร้อมระบุว่าผู้ใช้โทรศัพท์พับได้ในสัดส่วนสูงมาก เลือกซื้อโทรศัพท์ในกลุ่มเดียวกันอีกครั้งเมื่อเปลี่ยนเครื่อง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ข้อมูลจาก Counterpoint ระบุว่าซัมซุงครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนพับได้เกือบสองในสามในไตรมาส 3 ปี 2568 อย่างไรก็ดี บริษัทกำลังเผชิญการแข่งขันจากบริษัทจีนอย่าง Huawei รวมถึง Apple ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวโทรศัพท์พับได้รุ่นแรกภายในปีนี้

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...