นักวิเคราะห์คาด “เงินบาท” จ่ออ่อนค่าสู่ระดับ 32.10 บาท/ดอลลาร์ ใน Q1/69
นักวิเคราะห์คาด "เงินบาท" จ่ออ่อนค่าสู่ระดับ 32.10 บาท/ดอลลาร์ ใน Q1/69 หลังธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มมาตรการสกัดเงินทุนไหลเข้าและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำ
วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 06.50 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักกลยุทธ์มองว่าการแข็งค่าของ "เงินบาท" อาจเริ่มแผ่วลง หลังธนาคารกลางเพิ่มความพยายามสกัดความแข็งแกร่งของค่าเงิน ขณะเดียวกันความเสี่ยงทางการเมืองจากการเลือกตั้งก็กลับมาเป็นปัจจัยกดดันอีกครั้ง
ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงสู่ระดับ 32.10 บาทต่อดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2569 จากราว 31.51 บาทในช่วงต้นการซื้อขายวันจันทร์ ตามค่ากลางของผลสำรวจนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย Bloomberg โดยเงินบาทหยุดสถิติแข็งค่าต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ หลังธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งให้สถาบันการเงินรายงานธุรกรรมเงินตราต่างประเทศตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ขึ้นไป เพื่อควบคุมแรงแข็งค่าของค่าเงิน
การแข็งค่าราว 8% ในปี 2568 ส่งให้เงินบาทเป็นสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนดีเป็นอันดับสองในเอเชีย แต่การปรับขึ้นแรงดังกล่าวเองกลับทำให้นักวิเคราะห์เริ่มระมัดระวัง หลังผู้กำหนดนโยบายเตือนว่าการแข็งค่าของเงินบาทเร็วเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานรองรับ แนวโน้มการแทรกแซงของทางการเพื่อชะลอการแข็งค่า รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ กำลังกระตุ้นมุมมองว่าเงินบาทอาจเข้าสู่ช่วงปรับฐาน
คริสโตเฟอร์ หว่อง นักกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนจาก Oversea-Chinese Banking Corp. ระบุว่า มาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบเงินทุนไหลเข้า การตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำอย่างใกล้ชิดขึ้น จะช่วยจำกัดความแข็งแกร่งที่มากเกินไปของเงินบาทในช่วงเข้าสู่ไตรมาสแรกปี 2569 นอกจากนี้หากราคาทองคำปรับฐานแรง และแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแอ ก็จะยิ่งกดดันค่าเงินบาท
การแข็งค่าล่าสุดของเงินบาทได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ฤดูกาลท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยหนาแน่น และราคาทองคำที่พุ่งขึ้นกว่า 60% ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ค่าเงินที่แข็งเกินไปอาจกระทบต่อภาคส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทย
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า ธปท.จะเลือกใช้มาตรการแบบค่อยเป็นค่อยไปในการดูแลค่าเงิน โดยทางการได้สั่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับการขายดอลลาร์ โดยเฉพาะธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับการค้าทองคำ เพื่อควบคุมเงินทุนไหลเข้า
ธนาคารกลางยังอยู่ระหว่างหารือกับผู้ค้าทองคำ เพื่อหาวิธีลดอิทธิพลที่มากเกินไปของราคาทองคำต่อค่าเงินบาท โดยวิทัยระบุว่ากระแสเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการค้าทองคำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และบางช่วงคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20% ของกิจกรรมทั้งหมดในตลาด ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้เงินบาทแข็งค่า
นักกลยุทธ์ยังชี้ว่าการอ่อนค่าของเงินวอนเกาหลีใต้อย่างรุนแรงเมื่อไม่นานมานี้ หลังเจ้าหน้าที่ออกมาแสดงความเห็นเชิงนโยบาย ทำให้นักลงทุนจับตาว่าธปท.อาจดำเนินการในลักษณะเดียวกัน วี คุน ชอง นักกลยุทธ์ตลาดอาวุโสประจำเอเชียแปซิฟิกจาก BNY กล่าวว่า “ความบิดเบือนของเงินวอนเกาหลีได้รับการแก้ไขไปแล้ว ทำให้เงินบาทไทยกลายเป็นเป้าหมายถัดไปที่อาจเผชิญการกลับทิศทาง”
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่สนับสนุนมุมมองว่าแรงแข็งค่าของเงินบาทอาจชะลอลง ธนาคารกลางอาจผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกครั้ง หากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแรงลงหรือความเสี่ยงเงินฝืดเพิ่มสูงขึ้น โดยนักลงทุนจะจับตาตัวเลขเงินเฟ้อไทยซึ่งจะประกาศในวันที่ 7 มกราคม 2569 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่บลูมเบิร์กสำรวจคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนธันวาคมจะหดตัว 0.3% เมื่อเทียบรายปี หลังจากลดลง 0.49% ในเดือนพฤศจิกายน
ความเสี่ยงทางการเมืองก็เป็นอีกปัจจัยกดดัน หลังอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เปิดทางให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ประเทศไทยอยู่ภายใต้รัฐบาลรักษาการที่มีขีดความสามารถด้านการคลังจำกัด ซึ่งอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มนโยบายและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
หว่องจาก OCBC กล่าวว่า “เมื่อเข้าใกล้ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ปัจจัยภายในประเทศอาจเริ่มมีบทบาทมากขึ้นต่อทิศทางของเงินบาท ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ซึ่งยังคงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”
เหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญสัปดาห์นี้
- จันทร์ 5 ม.ค. PMI ภาคบริการ China RatingDog, ยอดค้าปลีกสิงคโปร์
- อังคาร 6 ม.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภคฟิลิปปินส์
- พุธ 7 ม.ค. CPI ออสเตรเลีย (พ.ย.), CPI ไต้หวัน (ธ.ค.), CPI ไทย, ประมาณการ GDP ปีงบประมาณ 2569 ของอินเดีย
- พฤหัสบดี 8 ม.ค. ค่าจ้างแรงงานญี่ปุ่น, ดุลการค้าออสเตรเลีย
- ศุกร์ 9 ม.ค. ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมมาเลเซีย, ดุลบัญชีเดินสะพัดเกาหลีใต้, ดุลการค้าไต้หวัน
อ้างอิง : htwww.bloomberg.com