โจ๊ก ร้องฟันวินัย 'ผบ.ตร.' ปมไม่จับบิ๊กต่อ รับส่วยพนัน ลุยฟ้องรองปธ.ศาลฯ-คณะ 61 ราย ละเว้นหน้าที่
บิ๊กโจ๊ก ร้องฟันวินัย ‘ผบ.ตร.’ อ้างประวิงเวลาไม่ดำเนินคดี 32 ตำรวจ-บิ๊กต่อ รับส่วยเว็บพนัน ลุยฟ้องกราวรูด รองปธ.ศาลปกครองสูงสุด และองค์คณะ 61 ราย ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เสียหาย
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่สำนักงานจเรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ หรือ ก.ร.ตร. เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. คณะกรรมการสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 177/2568 ซึ่งมี พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช อดีตรอง ผบ.ตร. เป็นประธาน
โดยมาร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และดำเนินคดีอาญากับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กรณีที่ละเว้น ประวิงเวลา ไม่มีการดำเนินการทางวินัย และดำเนินคดีอาญากับตำรวจ 32 นาย รับส่วยเว็บพนัน ที่จ่ายโดยนางสาวพิมพ์วิไล ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ตนเองได้ไปยื่นต่อ นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แล้ว
วันนี้จึงมายื่นกับ ก.ร.ตร.ด้วย ซึ่งในจำนวนตำรวจ 32 นายนั้น มีตัวสำคัญคือ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจชาติ ซึ่งมีเส้นเงินไปถึงภรรยา พี่ชาย และพี่สาว ซึ่งทาง ก.ร.ตร.ก็ได้ชี้มูลความผิดกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ไปแล้ว แต่ในทางกลับกัน กรณีนี้ของตนเองกลับถูกกลั่นแกล้งจนถึงขั้นถูกไล่ออกจากราชการ เพราะถูกกล่าวหาว่ารับเงินเว็บพนัน จึงต้องมาร้องเรียนเพื่อให้ตนเองได้รับความยุติธรรม และเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต้องปราบตำรวจที่รับส่วยเว็บพนันให้ได้
นอกจากนี้ยังชี้แจงกรณีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษายกฟ้องบัญชีม้าของ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตรอง ผกก.ป.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ลูกน้องคนสนิท ว่าบัญชีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ถือใช้ไม่ได้ มีเส้นเงิน หรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน จึงไม่ถือว่าเป็นบัญชีม้า ฉะนั้นตนเองจึงไม่มีส่วนกับการรับเงินส่วยเว็บพนันด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงาน จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เดินทางไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้อง นายสุชาติ มงคลเลิศลพ รองประธานศาลปกครองสูงสุด และองค์คณะ ธุรการศาลปกครองทั้งหมดรวม 61 คน ที่ทำหน้าที่พิจารณา และมีความเห็นในคดีของตนเอง ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มีมติอันชอบด้วยกฎหมายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตนเอง หนึ่งในนั้นมี นายสุชาติ มงคลเลิศลพ รองประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นฟ้องฐานความผิดหนึ่งแล้ว แต่การยื่นฟ้องครั้งนี้ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด
ต่อมาบิ๊กโจ๊ก ยื่นฟ้อง นายสุชาติ มงคลเลิศลภ รองประธานศาลปกครองสูงสุด เพิ่มอีกกระทง พร้อมด้วยองค์คณะที่ประชุมใหญ่ราว 60 คน ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิดตาม มาตรา 157 และละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ขัดต่อหลักนิติธรรม ปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน
อดีตรอง ผบ.ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์เป็นอดีต ผบ.ตร. หากไม่ทำอะไรที่ชัดเจนปรากฏ จะไม่เสียหายเฉพาะตัว แต่จะเสียหายไปทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผนวกกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐไม่ทำความจริงให้ปรากฏในการดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญากับตำรวจที่รับส่วยเว็บพนัน หากจะหาพยานหลักฐานไม่ยาก เพราะความชัดเจนหลักฐานจากการโอนเงินจาก น.ส.พิมพ์วิไล โอนตรงไปเข้าบัญชีเงินเดือนของข้าราชการตำรวจคนนั้น ไม่ต้องไปไล่เส้นทางเงินให้ยุ่งยาก รับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้และผู้บังคับบัญชาที่ยังไม่ดำเนินการอะไรกับลูกน้องที่กระทำแบบนี้ แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไรถ้าพวกเราทำกันแบบนี้ ช่วยเหลือตำรวจที่กระทำความผิด ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ รับส่วยโดยตรงโดยไม่มียางอาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โจ๊ก ร้องฟันวินัย ‘ผบ.ตร.’ ปมไม่จับบิ๊กต่อ รับส่วยพนัน ลุยฟ้องรองปธ.ศาลฯ-คณะ 61 ราย ละเว้นหน้าที่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th