โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ส่องกฎหมาย 'ซื้อสิทธิ์-ขายเสียง' โทษหนัก! ทั้งจำทั้งปรับ

PostToday

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 21.57 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 06.30 น.

ทำความเข้าใจอาชญากรรมทางเลือกตั้งที่เรียกว่า "การซื้อสิทธิ์-ขายเสียง" ข้อกฎหมายและบทลงโทษที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

1. ความผิดของผู้ซื้อเสียง
การซื้อเสียงเป็นการกระทำที่บิดเบือนเจตจำนงของประชาชนอย่างชัดเจน ซึ่งกฎหมายให้ความสำคัญกับการลงโทษผู้กระทำผิดในส่วนนี้อย่างเข้มงวดที่สุด เนื่องจากถือเป็นผู้เริ่มต้นการทุจริต
ลักษณะความผิดและบทลงโทษ

- ความผิดฐานซื้อเสียงโดยตรง: กฎหมายกำหนดโทษแก่ผู้ที่ให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนหรืองดเว้นการลงคะแนน (ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม) รวมถึงการจัดเลี้ยง จัดพาหนะ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในลักษณะที่ไม่สุจริต

- บทลงโทษทางอาญาที่รุนแรง: ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- บทลงโทษทางการเมือง : ศาลจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นเป็นระยะเวลา 20 ปี

ขอบเขตผู้กระทำผิด

บทลงโทษนี้ใช้กับ ผู้สมัคร สส., หัวคะแนน, ตัวแทนพรรคการเมือง, หรือบุคคลใดๆ ที่กระทำการซื้อเสียง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากฎหมายมุ่งเอาผิดกับทุกฝ่ายที่พยายามใช้เงินเข้าครอบงำผลการเลือกตั้ง

2. ความผิดของผู้ขายเสียง

การขายเสียงถือเป็นการสมยอมให้เกิดการทุจริต
แม้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยอมรับเงินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อแลกกับการลงคะแนน จะไม่ได้มีบทบาทเป็นผู้ริเริ่ม แต่การกระทำดังกล่าวถือเป็นการสมยอมให้เกิดการทุจริตและมีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน

ลักษณะความผิดและบทลงโทษ
- ความผิดฐานขายเสียง : คือการเรียก, รับ, หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อแลกกับการลงคะแนนหรืองดเว้นการลงคะแนนให้ผู้สมัครใด

- บทลงโทษทางอาญา: ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- บทลงโทษทางการเมือง: ศาลจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นเป็นระยะเวลา 10 ปี

ความสำคัญของบทลงโทษ

การถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งถึง 10 ปี ถือเป็นบทลงโทษที่ร้ายแรงทางสิทธิพลเมือง ซึ่งตอกย้ำว่า กฎหมายถือว่าการขายเสียงเป็นความผิดที่ส่งผลกระทบต่อความบริสุทธิ์ของระบอบประชาธิปไตย

ผลที่ตามมาทางกฎหมายเพิ่มเติมสำหรับนักการเมือง (มาตรการลงโทษสูงสุด)
หากผู้สมัครหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกพิสูจน์ว่ากระทำการซื้อเสียง นอกเหนือจากโทษอาญาที่ระบุข้างต้นแล้ว ยังมีมาตรการทางกฎหมายเพิ่มเติมที่รุนแรง และมีผลกระทบต่อตำแหน่งทางการเมืองในระยะยาว

- การถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบแดง) : หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบหลักฐานการทุจริต และการเลือกตั้งนั้นได้ประกาศผลไปแล้ว กกต. มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่และมีคำสั่ง เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบแดง) ของผู้สมัครนั้น

- เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต : ในกรณีที่ความผิดร้ายแรงและมีการตัดสินถึงที่สุดโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาจนำไปสู่การ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

การกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงและครอบคลุมทั้งจำคุก ปรับ และการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง เป็นมาตรการที่รัฐใช้เพื่อปกป้องความบริสุทธิ์ของระบบเลือกตั้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตยไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...