โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสียงคนบันเทิง กรณีรีเซลบัตรคอนเสิร์ตแพง-นำบัตรฟรีขายต่อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 11.41 น.

มองความเห็นคนบันเทิงต่อกรณีกว้านซื้อบัตรคอนเสิร์ตแล้วนำมารีเซลแบบโก่งราคา จนถึงการนำบัตรฟรีไปขายต่อ มองเป็นการฉวยโอกาส-เอาเปรียบคนอยากไปคอนเสิร์ตจริง ชี้ไม่สนับสนุนและปล่อยพ่อค้า-แม่ค้าขาดทุน ต้องใช้เวลาแต่ได้ผลชัวร์

กลายเป็นกรณีที่ได้รับความสนใจอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย เมื่อมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รายหนึ่ง โพสต์เล่าถึงการลงทุนซื้อบัตรคอนเสิร์ตเพื่อนำมาขายต่อ โดยลงทุนรับซื้อบัตรรวมกันกว่า 300 ใบ ใช้เงินร่วม 850,000 บาท จนกระทั่งเริ่มเจอปัญหาเทขายตัดราคากันเองในบรรดาพ่อค้า-แม่ค้า และมีปัญหาเรื่องของหนี้สินจากการจำนำ การนำรถเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำมาลงทุน

ประเด็นดังกล่าว ทำให้เกิดการแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ถึงการขายต่อบัตรคอนเสิร์ต ซึ่งที่ผ่านมาคอคอนเสิร์ตหลาย ๆ คนมักเจอปัญหาการซื้อบัตรต่อจากผู้ขายต่อ ว่ามีราคาที่สูงเกินควร บ้างก็ถูกโกง จ่ายค่าบัตรแล้วแต่กลับไม่ได้รับบัตรคอนเสิร์ต

ป๋าเต๊ด-ยุทธนา บุญอ้อม ผู้จัดคอนเสิร์ตชื่อดัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นการรับซื้อบัตรคอนเสิร์ตและนำมาขายต่อ โดยมองว่าการขายบัตรต่อไม่ใช่เรื่องผิด แต่การกว้านซื้อบัตรแล้วอัพราคาสูง จนถึงการนำบัตรฟรีไปขายต่อ เป็นการฉวยโอกาสและเอาเปรียบผู้ที่ต้องการซื้อจริง ๆ

ป๋าเต๊ด โพสต์ข้อความระบุว่า “ข่าวเรื่องการขายบัตรที่ห้ามซื้อขายตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ตอนแรกว่าจะไม่ออกมาแสดงความเห็นเพราะมีผู้แสดงความเห็นกันมากแล้ว แต่ในฐานะผู้จัดงานถ้าไม่ออกมาพูดเรื่องนี้บ้างเลยก็คงจะไม่เหมาะ จึงขอใช้พื้นที่แสดงความเห็นในบางประเด็น

1. ในฐานะผู้จัดเราก็ต้องปรับปรุงระบบการซื้อขายบัตรให้ดียิ่งๆขึ้นต่อไปเพื่อให้ผู้ที่ต้องการเข้าชมซื้อบัตรได้ในราคาที่กำหนดไว้ ไม่ต้องไปซื้อต่อในราคาที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่มีขั้นตอนที่วุ่นวายเกินไป เรารับปากว่าจะพัฒนาเรื่องนี้ต่อไปครับ

2. บัตรห้ามซื้อขาย บัตร Complimentary หรือที่หลายๆคนเรียกกันติดปากว่าบัตรอ่อน ยังคงมีเหตุจำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทำให้เราต้องผลิตออกมาตามจำนวนที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ (เหตุผลที่ต้องมีบัตรเหล่านี้รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมผมจะเล่าให้ฟังนะครับ ไม่อยากให้น้องๆที่ทำงานอยู่ต้องทำงานลำบาก) แต่เราก็จะเพิ่มข้อจำกัดหลายๆอย่างเพื่อไม่ให้ได้สิทธิเทียบเท่าผู้ซื้อบัตรตามปกติ เช่น จำกัดเวลาในการแลกสายรัดข้อมือเข้างาน หรือมอบสายรัดข้อมือที่แตกต่างจากผู้ซื้อบัตรทั่วไป ซึ่งในแต่ละงานหรือแต่ละพื้นที่ก็จะใช่มาตรการแตกต่างกันไปตามข้อจำกัดต่างๆ

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้การนำบัตรไปขายต่อนั้นยากขึ้น (ทั้งที่ได้ไปฟรี ส่วนใครที่บอกว่ามีต้นทุนก็ต้องไปเช็คต้นทางว่ารับมากี่ทอด) แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังห้ามไม่ได้ แต่เราก็ไม่ท้อครับ จะดำเนินการให้ดีขึ้น ให้เอาไปขายต่อยากขึ้นต่อไป แต่ถ้าจะบอกว่าก็ไม่ต้องมีบัตรอ่อนสิ ก็ต้องตอบตรงนี้ว่า ถ้าทำได้พวกเราผู้จัดทุกคนก็ทำไปนานแล้วครับ ไม่มีใครอยากปวดหัวเรื่องนี้หรอกครับ และจริงๆแล้ว ก็มีหลายหน่วยงานก็จำเป็นต้องได้รับบัตรเหล่านี้เพื่อเข้ามาสังเกตการณ์ หรือเป็นการตอบแทนในความช่วยเหลือต่างๆที่มอบให้แก่เรา

3. สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ที่สำคัญมากคือ เมื่อไม่มีผู้ซื้อ ก็ไม่มีผู้ขาย เมื่อมีผู้ตุนบัตรไว้มากแต่ไม่ผู้ซื้อ คนที่เจ็บปวดที่สุดก็คือผู้ตุนบัตร นี่คือวิธีที่ได้ผลทันทีแต่ต้องแลกด้วยความอดทน ถ้าเราซื้อบัตรไม่ทัน ก็อดทน ไว้ดูงานอื่น ปล่อยให้พ่อค้าเหล่านี้ขาดทุนไป ทุกวันนี้มีงานเกิดขึ้นใหม่มากมาย เลือกสนับสนุนได้ตามสะดวก หยุดสนับสนุนคนที่ไม่ควรได้รับการสนับสนุน

4. เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด การขายบัตรต่อไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ ในกรณีที่เราซื้อบัตรไว้แล้วเกิดเหตุที่ทำให้ไปร่วมงานไม่ได้ แม้การที่จะบวกราคาบัตรเพิ่มขึ้นในแบบที่เหมาะสมก็ไม่ใช่เรื่องผิด เป็นสิทธิที่ทำได้ตามความพึงพอใจของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ต่อไปเราจะพยายามพัฒนาระบบให้ซื้อขายบัตรต่อกันได้อย่างปลอดภัย ไม่มีการโก่งราคาเกินไป ไม่มีการโกงกัน

แต่สิ่งที่เราไม่เห็นด้วยคือการกว้านซื้อบัตรเพื่อไปขายต่อในราคาสูง การนำบัตรฟรีบัตรห้ามซื้อขายไปขายต่อ ที่ถือเป็นการฉวยโอกาส และเอาเปรียบผู้ที่ต้องการซื้อบัตรไปชมจริงๆ

หวังว่าเหตุการณ์นี้จะปลุกให้เราทั้งคนในวงการ และผู้บริโภคได้คุยเรื่องนี้กันอย่างสร้างสรรค์ และนำไปสู่การพัฒนาวงการอีเว้นท์ของบ้านเราให้ดีขึ้นครับ”

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือ การที่มีการซื้อ-ขายบัตรคอนเสิร์ตประเภทอภินันทนาการ (Complimentary) ที่ผู้จัดมักทำไว้เพื่อแจกผ่านผู้สนับสนุนหรือแจกให้เฉพาะผู้ที่ได้รับการเชิญเท่านั้น

บอม-ณพวัชร คชาชีวะ มือเบสวง Retrospect แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของวง Retrospect ถึงการนำบัตร Complimentary มาจำหน่ายต่อ โดยมองว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของวงการดนตรีและวงการเทศกาลดนตรี และเรียกร้องให้สังคมไทยหยุดสนับสนุนการซื้อขายบัตรในลักษณะนี้

ณพวัชร แสดงความเห็นระบุว่า “กรณีการนำบัตรคอนเสิร์ตประเภท Complimentary Ticket ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า “ห้ามซื้อขาย” มานำเสนอเพื่อจำหน่าย ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และส่งผลกระทบในเชิงลบต่อภาพรวมของวงการดนตรีและวงการเทศกาลดนตรีโดยรวม

บัตรลักษณะดังกล่าวถูกจัดสรรขึ้นเพื่อการเชิญ การสนับสนุน หรือการดำเนินงานในกรอบที่ผู้จัดกำหนด ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า ไม่ว่าจะเป็นการขายในราคาต่ำหรือการรีเซลในราคาสูง เมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น ย่อมเป็นการละเมิดเจตนารมณ์ของผู้จัดงานอย่างชัดเจน

ภาพที่ปรากฏนี้เป็นหนึ่งในภาพจากบุคคลที่เป็นกรณีที่มีการโพสต์ประกาศขายบัตรรูปแบบดังกล่าวบนสื่อออนไลน์ ทั้งที่บนตัวบัตรระบุข้อห้ามไว้อย่างชัดเจน การกระทำในลักษณะนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อระบบการจัดจำหน่ายบัตรเท่านั้น แต่ยังเพิ่มภาระและปัญหาให้กับผู้จัดงาน รวมถึงกระทบต่อความเป็นธรรมของผู้ชมที่ปฏิบัติตามกติกา

ขอเรียกร้องให้สังคมไทยหยุดสนับสนุนการซื้อขายบัตรในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะ ยิ่งมีผู้ซื้อ ก็ยิ่งเกิดการนำมาขายมากขึ้น และท้ายที่สุดจะกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนของวงการดนตรีในระยะยาว

การเคารพกติกา คือความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งผู้จัด ผู้แสดง และผู้ชมทุกคน

ผมอยากให้ไทยมีงาน Festival ให้ผมได้เล่น ได้ไป ได้เข้าร่วม ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม ไปนานๆ อยากให้วงการดนตรีไทยเติบโต แข็งแรง และไปต่อได้ไกลยิ่งๆขึ้นไป เลยอยากฝากทุกๆท่านถึงเรื่องนี้ด้วยครับ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เสียงคนบันเทิง กรณีรีเซลบัตรคอนเสิร์ตแพง-นำบัตรฟรีขายต่อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...