โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปวีณาเข้าช่วยเหลือ ครอบครัว แม่ติดยา-ติดพนัน ส่งลูกเล็กไปเดินยา เหลือลูกสาวคนเดียว หาเลี้ยงครอบครัว

อีจัน

อัพเดต 07 พ.ย. 2568 เวลา 17.14 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2568 เวลา 10.13 น. • อีจัน

สุดรันทด “น้องเอม” วัย 17 ปี ที่ต้องกลายมาเป็นเสาหลักของบ้าน เพราะแม่บังเกิดเกล้า ติดยา ติดปั่นสล็อตอย่างหนัก น้องเอมต้องออกจากโรงเรียนมาทำงาน เลี้ยง 10 ชีวิตในบ้าน และน้อง 7 ขวบที่พิการทางสมอง ซ้ำร้าย แม่ไถเงินวันละ 200 บาท ไปซื้อยาบ้า ถ้าไม่ให้ก็โดนทุบตี

วันที่ 7 พ.ย.68 เวลา 12.00 น. พลเมืองดีแจ้ง “มูลนิธิปวีณาฯ” เข้าช่วยเด็กน้อย 7 ชีวิต ที่แม่ติดยาบ้างอมแงม ติดพนันออนไลน์ปั่นสล็อต และต้องทำยอดส่งยาบ้า สั่งให้ลูกน้อยเดินยาตบตาตำรวจ ลูกเผยแม่มีลูก 9 คน อาศัยอยู่ในเพิงพักนอนเบียดเสียด ไม่เลี้ยงดู ไม่มีข้าวให้กิน เด็กๆ ไม่ให้เรียนหนังสือ ปล่อยตามยถากรรม

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า เคสนี้มีพลเมืองดีมาขอความช่วยเหลือ โดยบอกว่า มีครอบครัวที่น่าสงสารมากๆครอบครัวหนึ่ง แม่มีลูก 9 คน คนโต แยกออกไปมีครอบครัว และลูกคนที่ 3 อายุ 15 ปี พาแฟนเข้ามาบ้านไม่ได้ทำงานอะไร เหลือน้องๆ อีก 6 คน อายุ 7-11 ปี คนสุดท้องอายุ 7 ปี พิการทางสมอง ทั้งครอบครัวต้องอาศัย “น้องเอม” ลูกสาวคนที่ 2 อายุ 17 ปี สู้ชีวิตดิ้นรนทำงานรับจ้างหาเงิน ได้วันละ 300 บาท ต้องเลี้ยงทั้งบ้าน 10 ชีวิต มียาย แม่ และพี่น้อง ซ้ำยังถูกแม่บังคับข่มขู่เอาเงินไปทุกวัน วันละ 200 บาท มีครั้งหนึ่งแม่ติดเงินค่ายาบ้ากับเอเย่นต์ จนถูกตามทวง ต้องหาเงินไปจ่าย ถ้าน้องเอม อิดออดจะถูกทุบตีทำร้าย จึงต้องจำยอม

ในทุกวันทำงานของน้องเอม ช่วงพักกลางวันต้องหาข้าวไปส่งทำอาหาร ต้มโครงไก่ให้น้องกินประทังชีวิต น้องเอมยังต้องดูแลน้องชายคนสุดท้าย อายุ 7 ขวบ ที่พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ชีวิตเด็กๆ ทั้ง 7 คน น่าสงสารมาก เหมือนอยู่ในนรกตลอดเวลา

คนในบ้านอยู่รวมกัน 10 ชีวิต น้องทุกคนไม่ได้เรียนหนังสือ น้องเอมต้องเป็นเสาหลักคอยหาเงินมาเลี้ยงดูทุกคน น้องทำงานได้วันละ 300 บาท แต่ใช้จ่ายจริงได้แค่วันละ 100 บาท เพราะแม่ที่ติดยางอมแงม บังคับให้น้องต้องเอาเงินให้แม่ วันละ 200 บาท เพื่อซื้อยาบ้ามาเสพ ขณะที่คนเป็นแม่ ติดยาเสพติดงอมแงม ไม่ทำงาน วันๆเอาแต่เล่นพนันออนไลน์ ปั่นสลอต ไม่เคยสนใจเลี้ยงดูลูก แถมยังให้ลูกเล็กๆ ไปเดินยา รับยา เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ความเลวร้ายยังไม่จบ เพราะแม่ใช้รูป น้องเอม ไปตั้งเป็นโปร์ไฟล์ในเฟซบุ๊ก เพื่อหลอกเงินคนที่คุยด้วยในโซเชียล แล้วเอาไปซื้อยาเสพติดมาเสพ

น้องเอม ต้องอดทนสู้ชีวิต เรียนจบแค่ป.5 ต้องออกมาหางานทำเลี้ยงน้องกับคนในบ้าน ทำงานได้เงินเท่าไหร่แม่เอาเงินไปหมด ถ้าไม่ให้ก็จะถูกทุบตีทำร้าย จิกกระชากผม ตบตี กระทืบ ด่าหยาบประจาน ทุกวัน น้องเอม รับจ้างเป็นพนักงานทำความสะอาด ในแต่ละวันต้องใช้เวลาช่วงพักเที่ยง ขอหัวหน้าขี่รถจักรยานยนต์กลับมาบ้าน เพื่อมาหาข้าวปลาให้น้องทั้ง 7 คน และเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องคนเล็กที่พิการ จนบางครั้งตัวเองไม่ได้กินข้าว ขอแค่ให้น้องๆ ได้กินอิ่มไม่ต้องอด ก่อนจะกลับไปเข้าทำงานตอนบ่ายโมงต่อ

พลเมืองดีเมื่อรู้เรื่องราวชีวิตของน้องเอมแล้ว ไม่รู้จะช่วยเหลือน้องได้อย่างไร จึงนึกถึงมูลนิธิปวีณาฯ เป็นที่แรก พร้อมกับพาน้องเอม เข้าพบนางปวีณา เพื่อขอความช่วยเหลือ

เมื่อทราบเรื่อง นางปวีณา ได้เชิญ พ.ต.อ.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ ผกก.สภ.ธัญบุรี , ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ , นางสาวสุภชา พรหมศร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี , นางสาวอารีย์รัตน์ นฤดมพงศ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ สนง.พมจ.ปทุมธานี มาประชุมร่วมกันที่มูลนิธิปวีณาฯ ก่อนลงพื้นที่ทันที เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กๆ ทั้ง 7 คน

น.ส.เอม กล่าวว่า “ตั้งแต่เล็กจนโตแม่ไม่เคยเลี้ยงดูหนูกับน้องเลย เราอยู่กันในเพิงพักที่เรียกว่า “บ้าน” หนูเห็นแม่เสพยาบ้ามาตั้งแต่จำความได้ ตั้งแต่เด็กหนูเคยเห็นตำรวจมาจับพ่อเสพยาบ้า แล้วพ่อบอกว่า “จำไว้นะ อย่ามาเป็นแบบพ่อ” หนูจึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด “หนูไม่ใช่ลูกรักของแม่ แต่เป็นลูกชัง” เพราะหนูไม่ชอบที่เห็นแม่เสพยาบ้า เวลาแม่ใช้ให้หนูไปเอายา ถ้าหนูไม่ยอมไปก็จะถูกทุบตี แต่หนูไม่ยอมทำเด็ดขาด! หนูได้เรียนแค่ป.5 เพราะต้องออกจากโรงเรียนมาเลี้ยงน้อง เห็นเพื่อนๆ เขาได้ไปโรงเรียนกัน ก็คิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวทำงานหาเงินได้แล้ว ค่อยเรียน กศน. ก็ได้ หนูทำงานตั้งแต่อายุ 14 ปี ต้องเลี้ยงคนทั้งบ้าน ที่บ้านเคยถูกตัดไฟ ไม่มีไฟฟ้าใช้ หนูหาเงินได้ก็ไปขอต่อไฟจากข้างบ้านมาใช้ หนูจะต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ แม่จะโยนหน้าที่ทุกอย่างมาให้หนูคนเดียว ถ้าไม่จ่าย ไม่ให้เงินแม่ ก็ถูกตบตี หนูกลัวมาก ทุกวันนี้หนูทำงานได้เงินวันละ 300 บาท แม่ข่มขู่ว่าต้องให้แม่วันละ 200 บาทเพื่อเอาไปซื้อยาบ้า แม่เคยติดเงินค่ายาบ้ากับเอเย่นต์เกือบ 5,000 บาท ก็บังคับให้หนูไปจ่ายเงิน ไม่นานมานี้แม่ไล่หนูออกจากบ้านจนต้องไปอาศัยบ้านเพื่อนอยู่ เวลาแม่อยากได้เงินไปซื้อยาบ้าก็จะตามมาอาละวาดเอาเงินกับหนู ทุกวันนี้หนูห่วงน้องๆ ทั้ง 7 คนที่สุด เพราะแม่ไม่เคยหาข้าวให้น้องกิน ช่วงพักกลางวันหนูต้องรีบเข้าไปบ้านหาข้าวให้น้องกิน เช็ดตัวน้องที่พิการ ไม่อยากให้น้องต้องอยู่ในสภาพนี้ อยากให้ทุกคนได้ไปเรียนหนังสือ และขอให้น้องชาย 7 ขวบที่พิการได้รับการรักษาดูแลให้มีสภาพชีวิตที่ดีกว่านี้”

นางปวีณาได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านของครอบครัวน้องเอม ก็พบว่า สภาพบ้านของน้องเอม เป็นเพิงพักริมถนน ใช้ผ้าใบและสังกะสีทำเป็นฝาผนังผุพังทรุดโทรม รก และมีกลิ่นเหม็น ทั้ง 10 ชีวิต นอนรวมกันเบียดเสียด ห้องน้ำไม่มีประตู ใช้เพียงผ้าคลุมกั้นไว้ สภาพบ้านความเป็นอยู่ไม่มีความปลอดภัย ขณะที่เด็กๆ ออกไปวิ่งเล่นกันตามถนนเสี่ยงอันตราย ส่วนน้องพิการวัย 7 ขวบ ต้องทนนอนอยู่บนพื้นที่มีผ้าปูรองสกปรก ไม่มีใครดูแล จะขับถ่ายก็ทำอยู่ได้เพียงบนที่นอนเท่านั้น

จากการตรวจสอบภายในบ้านพบอุปกรณ์การเสพยาบ้าของแม่ที่เก็บไว้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวแม่และยายไปที่สภ.ธัญบุรี เพื่อทำการตรวจหาสารเสพติด พบว่าแม่ฉี่สีม่วงมีสารเสพติดในร่างกายและแม่รับสารภาพว่า เสพยาบ้าจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีข้อหา เสพยาบ้า ก่อนนำตัวส่งเข้ารับการบำบัดยาเสพติดต่อไป ส่วนน้องๆอีก 6 คนนั้น ดร.ตฤณ จะส่งเข้าโรงเรียนประจำเพื่อเรียนหนังสือ โดยขั้นตอนแรก กระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะเข้ามาดูแลก่อน เด็กทุกคนจะได้รับการประเมินทั้งร่างกายและจิตใจ ตำรวจจะเร่งขยายผลจับเครือข่ายยาบ้า ที่นับวันจะยิ่งใช้เด็กเล็กๆ ลงไปเป็นเครื่องมือทำมาหากินส่งยากันเรื่อยๆ เพื่อตัดเส้นทางเลวร้ายนี้ ให้ลดลงไปได้เสียที

ทั้งนี้ ทางนางปวีณา ได้ขอบคุณพลเมืองดีที่มาแจ้งให้ช่วยเหลือ และขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมบูรณาการร่วมกัน และขอประชาสัมพันธ์ว่า หากใครพบเห็นเด็กเข้าไปพัวพันยาเสพติด ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือมูลนิธิปวีณาฯ ได้ทันที ที่เบอร์โทร 1134, 062-560-1636, 081-890-1355, 098-478-8991

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...