พูดคุยกับ ‘ALAN’ จากวง BUS because of you i shine ศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างงดงาม
LSA Thailand
อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 16.01 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • Lifestyle Asia Thailandแม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่วงการT-POP ได้ไม่นาน แต่ ‘อลัน พศวีร์ ศรีอรุโณทัย’ ก็เป็นหนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่ง ด้วยเส้นทางที่เริ่มต้นจากการเป็นเด็กฝึกในสังกัดTADA Entertainment ก่อนเข้าร่วมแข่งขันในรายการ 789SURVIVAL และคว้าตำแหน่งหนึ่งใน12 ผู้ชนะ จนเดบิวต์เป็นสมาชิกของวง BUS because of you i shine พร้อมรับบทบาทสำคัญในฐานะ ลีดเดอร์ของวง ความมุ่งมั่นและการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ชื่อของเขาโดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในฐานะศิลปิน นักร้อง และ แร็ปเปอร์
ในวัยเพียง23 ปี ‘อลัน’ ลีดเดอร์แห่งวงบอยกรุ๊ป BUS because of you i shineได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความมุ่งมั่นและความตั้งใจสามารถพาเด็กคนหนึ่งจากหลังกล้อง กลายมาเป็นศิลปินแถวหน้าที่ผู้คนจับตามอง วันนี้เขามานั่งพูดคุยกับ Lifestyle Asia Thailand ควบคู่กับการขึ้นปกดิจิทัล Vol. 26 พร้อมเปิดเส้นทางที่เริ่มจากความไม่มั่นใจ สู่การเป็นศิลปินที่ค้นพบความหมายของชีวิต และนี่คือบทสนทนาที่ทำให้เราได้รู้จักศิลปินหนุ่มคนนี้มากขึ้น ทั้งความคิด ความเชื่อ และความตั้งใจที่ผลักดันให้เขายืนอยู่บนเส้นทางนี้อย่างภาคภูมิใจ
อลันเล่าย้อนถึงวันแรกที่รู้ว่าจะได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการ ว่า“เส้นทางนี้ เป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับผม จากเด็กที่เคยเขินกล้อง เลยเลือกอยู่เบื้องหลังมาตลอด และ ไม่เคยคาดคิดว่าจะเข้าวงการบันเทิง แต่แล้วโชคชะตาก็ทำให้ผมได้เข่าร่วมกับ นาดาว บางกอก ต่อด้วยSonray Music และท้ายที่สุดก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมรายการ789SURVIVAL จากตอนแรกที่ผมไม่ได้สนใจ กลายเป็นว่าผมตกหลุมรักมันเองโดยไม่รู้ตัว” จากคนที่ ไม่ค่อยร้องเพลง เต้นไม่ค่อยได้ กลายเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ชื่อถูกประกาศในรอบFinal Stage และเป็นหนึ่งใน12 คนผู้ได้เดบิวต์กับวงBUS เส้นทางเทรนนีตลอดสองปีเต็มทำให้เขาเห็นภาพความฝันชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนวันนี้ เมื่อย้อนไปมอง อลันบอกว่า“มันคือจุดเริ่มต้นของชีวิตจริง ๆ หลังจากที่เราใช้เวลาทั้งเด็กและวัยรุ่นค้นหาว่าโตไปอยากเป็นอะไร พอรู้ว่าจะได้เดบิวต์กับกรุ๊ปนี้ เรารู้เลยว่าชีวิตมีความหมายแล้ว”
เมื่อกล่าวถึงบทบาทลีดเดอร์ ที่ต้องดูแลเพื่อนร่วมวงถึง11 คนอลันยอมรับว่าความรับผิดชอบนั้นหนักกว่าที่คิด“แน่นอนครับ ว่าพอเราได้รับตำแหน่งลีดเดอร์ มีหน้าที่และภาระต่าง ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ มีเพื่อนร่วมวงที่ผมต้องดูแล แต่มันเป็นสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติของเราอยู่แล้ว ผมชอบเทคแคร์คน เพียงแต่เมื่อมีคำว่า“ลีดเดอร์” กำกับ มันทำให้ผม กดดันตัวเองมากขึ้น ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากลีดเดอร์หลายคนอย่างRM (BTS), บังชาน(Stray Kids) รวมถึงSeventeen และEnhypen ที่แต่ละวงมีสไตล์การนำทีมต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ‘ความอบอุ่นและความเชื่อมั่นในทีม’ อลันกล่าวว่าเขาอยากเป็นแบบนั้น มองเพื่อนเป็นศูนย์กลาง และอยากทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัย แต่เขาก็ยอมรับว่าช่วงหนึ่งความกดดันนั้นทำให้ความสัมพันธ์ในวงไม่ค่อยดีอย่างที่ควรจะเป็น เพราะเขาพยายามแบกทุกอย่างไว้คนเดียว ทั้งการร้อง เต้น แร็ป และมาตรฐานที่อยากให้เพอร์เฟ็กต์“แต่พอเวลาผ่านไปเกือบสองปี ผมเริ่มหาจุดสมดุลของตัวเองเจอ เรียนรู้ที่จะรับฟังเพื่อนมากขึ้น ให้ทุกคนออกไอเดีย พูดคุย ประเมินงานร่วมกัน ทำให้BUS เติบโตอย่างแข็งแรง ในระยะยาวมันมีความสุขกว่ากับทั้งผมและเพื่อนๆ ด้วย แม้บางทีจะต้องมีมุม ดุบ้าง จำเป็นต้องเข้มงวดบ้าง จริงๆ ผมไม่ชอบเลยที่ผมต้องดุ แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำอยู่ดี เพื่อให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง”
ในอีกบทบาทหนึ่ง อลันยังคงเป็นนักศึกษาคณะCreative Technology ซึ่งเขาบอกว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยเติมเต็มเส้นทางศิลปินอย่างมาก เพราะเรียนทั้งทฤษฎีดนตรี คีย์บอร์ด และต่อไปอาจได้เรียนMusic Production ที่จะทำให้เขาพัฒนาตัวเองจนถึงขั้นโปรดิวซ์บีทหรือทำเพลงให้BUS ในอนาคต
เมื่อถามว่า หากเปรียบตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของรถหนึ่งคัน เขาเปรียบตัวเองเป็นทั้งที่ปัดน้ำฝนและเกียร์รถ“ผมขอเป็นที่ปัดน้ำฝนละกันครับ เพราะผมเป็นคนช่วยเคลียร์ปัญหาที่ทำให้มองไม่ชัด อีกส่วนหนึ่งคือ เกียร์ ครับ ผมคอยปรับสปีดให้เพื่อน ๆ บางทีต้องเบรก บางทีต้องเร่ง บางทีต้องค่อย ๆ พาให้ทุกคนมองเห็นจังหวะเดียวกัน เพื่อให้ทุกคนเดินไปด้วยกันอย่างมั่นคง”
การเป็นไอดอล แน่นอนว่าต้องมีวันที่เหนื่อยหรือท้อ อลันได้แชร์ถึงวิธีที่เขาเลือกจัดการกับอารมณ์เหล่านั้น“ผมฟังเพลงที่ชอบ แล้วร้องเพลงออกมาดัง ๆ ครับ โดยเฉพาะเวลาขับรถอยู่คนเดียวจากมหาวิทยาลัยเข้ามาในเมือง ที่กลายเป็นช่วงเวลาที่ผมได้ปลดปล่อยแบบไม่มีใครเห็น ผมจะเปิดเพลงดัง ๆ โปรเจกต์เสียงร้องเต็มที่ ล่าสุดคือZombie ของYungblud เพลงที่ช่วยให้ผมระบายความกดดันและย้ำเตือนว่าอารมณ์เหล่านั้นสามารถไหลผ่าน และ หายไปได้เสมอ”
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า นอกจากบทบาทการเป็นศิลปินแล้ว อลันยังเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพมาก ๆ หากได้จัดนิทรรศการภาพถ่ายของตัวเอง เขาเลือกชื่อนิทรรศการนั้นว่า Iridescent “ผมจะใช้ชื่อว่าIridescent ละกันครับ ที่ใช้ชื่อนี้เพราะว่า ผมเคยขึ้นไปถ่ายภาพที่ตึกใบหยก แล้ววันนั้นผมได้ถ่ายภาพเมฆน้ำวนที่มีสายรุ้งพาดผ่าน มันเรียกว่าIridescent Cloud ครับ ผมชอบภาพนั้นมาก ๆ ผมใช้ภาพนั้นเป็นวอลเปเปอร์จนถึงทุกวันนี้ แล้วอีกอย่างความหมายของคำนี้สะท้อนสไตล์ภาพของเขาผมได้ดีเลยครับ เพราะผมชอบภาพที่เต็มไปด้วยสีและพลังบางอย่างที่ส่องแสงออกมาจากตัวเองครับ”
และเมื่อถามถึง “YOU” ในประโยคbecause of you i shine อลันตอบอย่างไม่ลังเลว่า เส้นทางของเขามีคนมากมายที่เป็น“YOU” ทั้งเพื่อนในวง ครอบครัว พี่ย้ง และคนที่คอยซัพพอร์ตเขามาตลอด แต่ในฐานะศิลปิน YOU ของเขาก็คือ BEUS “ผมเป็นคนคิดมาก คิดว่าต้องเป็นอย่างไรในกล้อง และบางครั้งความคิดนั้นทำให้ทุกอย่างดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ทุกครั้งที่ขึ้นเวทีและมองลงมา เห็นแฟนคลับที่ยอมรับตัวตนของผมอย่างที่ผมเป็น ผมรู้ทันทีว่าผมไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก พลังนั้นทำให้ผมเป็นตัวเองแบบที่ดีที่สุด ผมมีBEUS ที่ยอมรับผมที่ผมเป็นอยู่แล้ว พวกเขาเป็นของขวัญที่พิเศษที่สุดของผม ผมไม่ต้องพยายามที่จะเป็นใคร แค่เป็นตัวของตัวเองก็พอ พวกเขาเหมือนพลังงานความรักที่บริสุทธฺิ์จริง ๆ ทำให้เราเป็นตัวเองในแบบที่ไม่ต้องคิดมาก และผมให้ค่ากับพวกเขาเสมอครับ”
สำหรับคำว่า‘เติบโต’ อลันให้นิยามสั้น ๆ ว่า “การยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต” ถือว่าเป็นการเติบโตสำหรับเขา“คำว่า เติบโต คือ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต หลังจากที่ผมเชื่อมาตลอดว่าการทำงานหนักจะพาไปได้ทุกที่ ผมเพิ่งค้นพบความจริงใหม่ว่า“การพักก็เป็นงานเหมือนกัน” และเป็นส่วนหนึ่งของความเติบโตที่ทำให้ผมอยู่กับเส้นทางนี้ได้อย่างยั่งยืน ไม่ฝืน และเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ด้วยความคิดที่โตขึ้น”
เมื่อบทสนทนาเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย อลันยังคงพูดคุยด้วยด้วยแววตาเดิม แววตาของคนที่รักในสิ่งที่ทำอย่างแท้จริง และพร้อมเติบโตไปพร้อมกับผู้คนที่เขารัก ทั้งเพื่อนร่วมวง ทีมงาน และแฟนๆ ที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด เขาบอกว่าในปีต่อๆ ไป เขาอยากพา BUS ไปให้ไกลกว่าเดิม ทั้งในฐานะทีม และในฐานะศิลปินที่อยากสร้างพื้นที่ของตัวเองบนเส้นทางนี้ เขากล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมเชื่อว่าความพยายามมันไม่เคยหายไปไหนเลยครับ มันจะกลับมาหาเราในเวลาที่ถูกต้อง”
และเมื่อมองภาพของ ‘อลัน พศวีร์ ศรีอรุโณทัย’ วันนี้ จากเด็กฝึกที่เคยล้มลุกคลุกคลานบนเวทีรายการแข่งขัน สู่การเป็นลีดเดอร์ของBUS ในวัยเพียง23 ปี ก็ยิ่งชัดเจนว่าทุกก้าวของเขาถูกขับเคลื่อนด้วยความตั้งใจ ความเชื่อ และ ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเอง นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของศิลปินที่ยังไปได้อีกไกล และเราทุกคนก็กำลังดูเขาเติบโต ในทุกผลงาน และทุกความฝันไปพร้อมกัน
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.