โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยอดผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการจู่โจมของสหรัฐฯ ลักพาตัว นิโคลัส มาดูโร เพิ่มเป็นอย่างน้อย 80 ราย

JS100

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 23.40 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 23.39 น. • JS100:จส.100
ยอดผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการจู่โจมของสหรัฐฯ ลักพาตัว นิโคลัส มาดูโร เพิ่มเป็นอย่างน้อย 80 ราย

นิวยอร์กไทม์สรายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวเนซุเอลาปาดริโน โลเปซ รัฐมนตรีกลาโหมของเวเนซุเอลา ยืนยันว่าบรรดาผู้คนที่ถูกกองกำลังสหรัฐฯสังหารในปฏิบัติการจู่โจมจับกุมนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นคณะทำงานด้านความปลอดภัยของมาดูโร แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขใดๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่เวเนซุเอลา ยังกล่าวหาสหรัฐโจมตีใส่พื้นที่พลเรือนเช่นกัน แต่ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่คิวบาเผยว่าพลเรือนของพวกเขา 32 คน ในนั้นรวมถึงบุคลากรทางทหาร เสียชีวิตในปฏิบัติการจู่โจมดังกล่าวของสหรัฐฯ และทางประธานาธิบดี มิเกล ดิอาซ-คาเนล แห่งคิวบา ประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศเป็นเวลา 2 วัน ในวันจันทร์ที่ 5 มกราคม และวันอังคารที่ 6 มกราคม

อีวาน กิล ปินโต รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา กล่าวสรรเสริญชาวคิวบาที่ล่วงลับ ต่อการสละชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในฐานะส่วนหนึ่งของภารกิจความร่วมมือและการป้องกันประเทศ พร้อมให้คำจำกัดความปฏิบัติการจู่โจมของสหรัฐฯ ว่าเป็น "การก่ออาชญากรรมและน่าอับอาย"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ คุยโวว่าไม่มีทหารอเมริการายใดเสียชีวิต แต่บ่งชี้ว่ามีกำลังพลบางส่วนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 รายซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม ให้ข้อมูลกับนิวยอร์กไทม์ส ว่ามีทหารราวๆ 6-7 นายได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการจับกุมมาดูโรและภรรยา

รายงานของสื่อมวลชนบ่งชี้ว่าปฏิบัติการทิ้งบอมบ์ของสหรัฐฯเล็งเป้าโจมตีที่ตั้งทางทหารสำคัญๆ โครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมและคลังต่างๆ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่อเมริกาอ้างว่าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ มีเจตนาอำพรางการเข้าจับกุมมาดูโร เพื่อพาตัวเขาไปดำเนินคดีในอเมริกา ตามข้อกล่าวหาค้ายาเสพตติดและอาวุธ

#เวเนซุเอลา

#สหรัฐรุกราน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...