สุวรรณภูมิ ยัน พบโดรนใกล้สนามบินจริง เร่งติดเครื่องป้องกัน ฮึ่ม ฝ่าฝืนเข้าเขตมั่นคง มีโทษสูง
สุวรรณภูมิ แถลงรับมือโดรน คุมเข้มรอบสนามบินแนะประชาชนสังเกตแยกแสงโดรน-อากาศยาน
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานด้านความมั่นคง แถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดมาตรการป้องกันการบินโดรน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงด้านการบิน หลังกรณีพบโดรนบินรุกล้ำพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นายกิตติพงศ์เปิดเผยว่า เมื่อทางสนามบินสุวรรณภูมิทราบว่ามีการรับแจ้งเหตุโดรนบินบริเวณใกล้เขตของสนามบินสุวรรณภูมินั้น เจ้าหน้าที่หน่วยงานรักษาความปลอดภัยได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิเป็นที่แรก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งกำลังออกไปตรวจโดยรอบพื้นที่ ทั้งนี้ ยืนยันว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นฝูงโดรนที่บินเข้ามาในสนามบินนั้น ไม่ได้บินเข้ามาเขตการบินแต่อย่างไร อยู่เพียงบริเวณเขตรั้วด้านนอก โดยหลังเกิดเหตุ สนามบินสุวรรณภูมิและหน่วยงานความมั่นคงได้ติดตั้งเครื่อง Jammer (แจมเมอร์) เพื่อป้องกันให้เข้ารุกล้ำเขตพื้นที่การบิน โดยได้มีการประสานการทำงานร่วมกับศูนย์วิทยุการบินแห่งประเทศไทย เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ การขึ้น-ลง ของเครื่องบินต้องปลอดภัย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักสากลของท่าอากาศยานนานาชาติ ย้ำว่า บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนนำโดรนเข้ามาบินในเขตสนามบิน ซึ่งเป็นเขตความมั่นคงสูงสุด มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต จึงขอให้ผู้ที่คิดจะกระทำการดังกล่าวตระหนักถึงผลกระทบทางกฎหมายให้ดี
นายกิตติพงศ์กล่าวว่า ทางที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีมติให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เร่งจัดหาอุปกรณ์ต่อต้านโดรนที่ทันสมัยที่สุด เพื่อรองรับภัยคุกคามในอนาคต แม้การจัดหาจะต้องใช้ระยะเวลา แต่เป็นมติให้เร่งรัดดำเนินการ โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากหน่วยความมั่นคงให้ประจำในพื้นที่สุวรรณภูมิไปก่อน
นายกิตติพงศ์กล่าวว่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนใช้สติในการสังเกต หากพบแสงบนท้องฟ้า ขอให้พิจารณาแยกแยะระหว่างโดรนกับอากาศยาน โดยทั่วไปโดรนจะมีไฟสีเขียวและแดง และมีเสียงชัดเจนเมื่อบินไม่สูง ขณะที่อากาศยานจะมีไฟกะพริบสีขาว (Strobe Light) ชัดเจน และมีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังต่อเนื่อง ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและหน่วยงานความมั่นคง ขอให้ความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการและนักท่องเที่ยวว่า พื้นที่สนามบินมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และเจ้าหน้าที่มีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ตลอดเวลา
ด้านพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า สำหรับมาตรการของเจ้าหน้าที่นั้น ตนได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจ (ว.43) วางกำลังรอบนอกสนามบินและทางเข้าทุกจุดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจค้นยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัยที่อาจนำอุปกรณ์โดรนเข้ามาในพื้นที่ มีการตรวจสอบคลังสินค้า กำชับให้มีการตรวจตราคลังสินค้าอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการซุกซ่อนวัตถุที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบฐานข้อมูลรายชื่อบุคคลที่ขึ้นทะเบียนครอบครองโดรนในพื้นที่ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าประชาสัมพันธ์ตามที่พักอาศัยและสถานประกอบการที่จำหน่ายอุปกรณ์โดรน
พล.ต.ท.วัฒนากล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวที่ว่าพบโดรนจำนวนมากถึง 40-50 ลำนั้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง” จากการตรวจสอบพบเพียง 2-3 ลำ บินสลับสับเปลี่ยนกันในระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 10-20 นาที บริเวณทิศตะวันออกของสนามบิน ส่วนกรณีพบโดรนตกที่พื้นที่บางโฉลง ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงโดรนของเล่นขนาดเล็ก ไม่มีน้ำหนักหรือศักยภาพก่ออันตรายต่อความมั่นคง อย่างไรก็ตาม เน้นย้ำว่า บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนนำโดรนเข้ามาบินในเขตสนามบิน ซึ่งเป็นเขตความมั่นคงสูงสุด มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุวรรณภูมิ ยัน พบโดรนใกล้สนามบินจริง เร่งติดเครื่องป้องกัน ฮึ่ม ฝ่าฝืนเข้าเขตมั่นคง มีโทษสูง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th