โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สุวรรณภูมิ ยัน พบโดรนใกล้สนามบินจริง เร่งติดเครื่องป้องกัน ฮึ่ม ฝ่าฝืนเข้าเขตมั่นคง มีโทษสูง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 09.52 น.

สุวรรณภูมิ แถลงรับมือโดรน คุมเข้มรอบสนามบินแนะประชาชนสังเกตแยกแสงโดรน-อากาศยาน

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานด้านความมั่นคง แถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดมาตรการป้องกันการบินโดรน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงด้านการบิน หลังกรณีพบโดรนบินรุกล้ำพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายกิตติพงศ์เปิดเผยว่า เมื่อทางสนามบินสุวรรณภูมิทราบว่ามีการรับแจ้งเหตุโดรนบินบริเวณใกล้เขตของสนามบินสุวรรณภูมินั้น เจ้าหน้าที่หน่วยงานรักษาความปลอดภัยได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิเป็นที่แรก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งกำลังออกไปตรวจโดยรอบพื้นที่ ทั้งนี้ ยืนยันว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นฝูงโดรนที่บินเข้ามาในสนามบินนั้น ไม่ได้บินเข้ามาเขตการบินแต่อย่างไร อยู่เพียงบริเวณเขตรั้วด้านนอก โดยหลังเกิดเหตุ สนามบินสุวรรณภูมิและหน่วยงานความมั่นคงได้ติดตั้งเครื่อง Jammer (แจมเมอร์) เพื่อป้องกันให้เข้ารุกล้ำเขตพื้นที่การบิน โดยได้มีการประสานการทำงานร่วมกับศูนย์วิทยุการบินแห่งประเทศไทย เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ การขึ้น-ลง ของเครื่องบินต้องปลอดภัย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักสากลของท่าอากาศยานนานาชาติ ย้ำว่า บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนนำโดรนเข้ามาบินในเขตสนามบิน ซึ่งเป็นเขตความมั่นคงสูงสุด มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต จึงขอให้ผู้ที่คิดจะกระทำการดังกล่าวตระหนักถึงผลกระทบทางกฎหมายให้ดี

นายกิตติพงศ์กล่าวว่า ทางที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีมติให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เร่งจัดหาอุปกรณ์ต่อต้านโดรนที่ทันสมัยที่สุด เพื่อรองรับภัยคุกคามในอนาคต แม้การจัดหาจะต้องใช้ระยะเวลา แต่เป็นมติให้เร่งรัดดำเนินการ โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากหน่วยความมั่นคงให้ประจำในพื้นที่สุวรรณภูมิไปก่อน

นายกิตติพงศ์กล่าวว่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนใช้สติในการสังเกต หากพบแสงบนท้องฟ้า ขอให้พิจารณาแยกแยะระหว่างโดรนกับอากาศยาน โดยทั่วไปโดรนจะมีไฟสีเขียวและแดง และมีเสียงชัดเจนเมื่อบินไม่สูง ขณะที่อากาศยานจะมีไฟกะพริบสีขาว (Strobe Light) ชัดเจน และมีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังต่อเนื่อง ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและหน่วยงานความมั่นคง ขอให้ความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการและนักท่องเที่ยวว่า พื้นที่สนามบินมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และเจ้าหน้าที่มีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ตลอดเวลา

ด้านพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า สำหรับมาตรการของเจ้าหน้าที่นั้น ตนได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจ (ว.43) วางกำลังรอบนอกสนามบินและทางเข้าทุกจุดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจค้นยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัยที่อาจนำอุปกรณ์โดรนเข้ามาในพื้นที่ มีการตรวจสอบคลังสินค้า กำชับให้มีการตรวจตราคลังสินค้าอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการซุกซ่อนวัตถุที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบฐานข้อมูลรายชื่อบุคคลที่ขึ้นทะเบียนครอบครองโดรนในพื้นที่ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าประชาสัมพันธ์ตามที่พักอาศัยและสถานประกอบการที่จำหน่ายอุปกรณ์โดรน

พล.ต.ท.วัฒนากล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวที่ว่าพบโดรนจำนวนมากถึง 40-50 ลำนั้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง” จากการตรวจสอบพบเพียง 2-3 ลำ บินสลับสับเปลี่ยนกันในระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 10-20 นาที บริเวณทิศตะวันออกของสนามบิน ส่วนกรณีพบโดรนตกที่พื้นที่บางโฉลง ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงโดรนของเล่นขนาดเล็ก ไม่มีน้ำหนักหรือศักยภาพก่ออันตรายต่อความมั่นคง อย่างไรก็ตาม เน้นย้ำว่า บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนนำโดรนเข้ามาบินในเขตสนามบิน ซึ่งเป็นเขตความมั่นคงสูงสุด มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุวรรณภูมิ ยัน พบโดรนใกล้สนามบินจริง เร่งติดเครื่องป้องกัน ฮึ่ม ฝ่าฝืนเข้าเขตมั่นคง มีโทษสูง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...