พระราชบันทึกลับ ร.7 ถึงรัฐบาลคณะราษฎร เรื่อง “รัชทายาท” หลังทรงสละราชย์
พระราชบันทึกในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ถึงรัฐบาลคณะราษฎร เรื่องผู้สืบราชสันตติวงศ์ หลังทรงสละราชย์ กับเจ้านาย 2 พระองค์ที่เป็นทางเลือกของรัฐบาล
ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 รัชกาลที่ 7 ก็ทรงสละราชสมบัติใน พ.ศ. 2477 โดยไม่มีพระราชโอรส ทั้งยังสละพระราชสิทธิที่จะมอบราชสมบัติให้เจ้านายในพระบรมราชจักรีวงศ์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง อย่างไรก็ตาม ทรงมี “พระราชบันทึก” พระราชทานตรงถึงรัฐบาลคณะราษฎร นำโดยพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี ในลักษณะทรงเสนอ “ทางเลือก” ไว้ด้วย
พระราชบันทึกข้างต้นปรากฏใน “รายงานการประชุมลับ”ของสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2477 ความว่า [ปรับย่อหน้าใหม่และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]
“ทางที่เลือกได้มีดังนี้ ๑. พระองค์เจ้าอานันทมหิดลซึ่งอ้างได้ว่าเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ ทางนี้มีผลดีอยู่มาก คือเป็นทางที่ตรงตาม Legality แต่เสียที่ยังเป็นเด็ก แม้การเป็นเด็กนั้นเอง ก็อาจเป็นของดี เพราะถ้ามีการอะไรผิดพลาดไป ก็มิกระทบกระเทือนถึงองค์พระมหากษัตริย์ ไม่มีใครซัดทอดไปถึง ซึ่งจะเป็นของดีมาก
ข้อสำคัญอยู่ที่การเลือกผู้สำเร็จราชการ ซึ่งฉันเห็นว่าเจ้าฟ้ากรมพระนริศหรือทูลกระหม่อมหญิงวไลยองค์ใดองค์ ๑ ทรงดำรงตำแหน่งนี้แล้ว จะเป็นที่เคารพนับถือแก่คนทั่วไป และไม่น่าจะเป็นศูนย์กลางแห่งการแตกร้าวกันระหว่างคณะการเมืองต่างๆ ด้วย
๒. พระองค์เจ้าจุลจักพงษ์ (สะกดตามต้นฉบับ-ผู้เขียน)ซึ่งอาจยินดียอมรับตำแหน่ง และฉันได้ทราบแน่นอนว่า มีความเห็นอยู่หลายอย่างในทางที่จะทำให้พระมหากษัตริย์กับคณะราษฎรหมดข้อบาดหมางกันได้ และดำเนิน Policy บางอย่างที่จะเป็นที่พอใจคณะราษฎร เช่น จะยกสมบัติของพระคลังข้างที่ให้รัฐบาล และจะขอเงินก้อนประจำปีแทน จะเลิกทหารรักษาวัง และยอมให้รัฐบาลตั้งข้าราชการในราชสำนักได้ตามใจ วิธีการเหล่านี้ล้วนเป็นของที่ฉันเองยอมไม่ได้ และจะต้องวิวาทกับรัฐบาลอีกต่อไปอย่างแน่นอน เว้นแต่รัฐบาลจะผ่อนผันตาม
ทางเสียนั้น เห็นจะไม่ต้องอธิบาย เพราะใครๆ ก็นึกเห็นได้
ในสองทางที่เลือกได้นี้ ฉันพร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่ แล้วแต่รัฐบาลและสภาจะเลือกทางไหน”
สำหรับส่วนที่กล่าวถึง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ แล้วทรงบอก “ข้อเสีย” ว่า “เห็นจะไม่ต้องอธิบาย เพราะใครๆ ก็นึกเห็นได้”ทรงหมายถึงการที่พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ทรงมีมารดา (หม่อมคัทริน) เป็นชาวต่างชาติ คือชาวรัสเซียนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การที่ทรงเสนอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ให้รัฐบาลและรัฐสภาพิจารณา ก็สะท้อนให้เห็นว่าพระองค์ทรงยอมรับในพระชาติกำเนิดของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ หรืออาจเป็นเพราะตอนที่ทรงสละราชสมบัติเป็นช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว และรัฐบาลคณะราษฎรมีบทบาทในการบริหารกิจการบ้านเมือง ธรรมเนียมเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์จึงไม่ได้เคร่งครัดเหมือนเดิม
ท้ายที่สุดรัฐบาลคณะราษฎรได้พิจารณาเลือกเจ้านายผู้สืบสันตติวงศ์คือ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลพระโอรสในสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กับหม่อมสังวาลย์ ด้วยทรงเป็นเจ้านายลำดับแรกในสายการสืบราชสันตติวงศ์ ตามมาตรา 9 แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467
เนื่องจากพระองค์เจ้าอานันทมหิดลทรงเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) การเสวยราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 จึงทำให้ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ในสายของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สายเดียวกับรัชกาลที่ 7) สิ้นสุดลง
อ่านเพิ่มเติม :
- 2 มีนาคม 2477 รัชกาลที่ 7 ทรงประกาศสละราชสมบัติ
- “พระตำหนักเวน คอร์ต” ในอังกฤษ ที่ประทับของรัชกาลที่ 7 หลังสละราชย์
- พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เชื้อพระวงศ์ขวัญใจคณะราษฎร 2475
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
วีรยุทธ ปีสาลี. สะใภ้เจ้า : จากสตรีสามัญชน สู่สายสัมพันธ์แห่งราชตระกูล.นิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับสิงหาคม พ.ศ. 2561.
บันทึกการสอบสวนกรณีสวรรคตรัชกาลที่ ๘ (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล) : เอกสารประวัติศาสตร์.(2547). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการดำเนินงานฉลอง 100 ปี ชาตกาล นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ภาคเอกชน.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 ธันวาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระราชบันทึกลับ ร.7 ถึงรัฐบาลคณะราษฎร เรื่อง “รัชทายาท” หลังทรงสละราชย์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com