งามเข้าอีก! "ตะกร้อเขมร" โดนแบนห้ามแข่งเอเชียนเกมส์ หลังถอนตัวซีเกมส์
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่บ้านอัมพวัน ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ และประธานมนตรีซีเกมส์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารโอลิมปิคฯ โดยการประชุมครั้งนี้ มีวาระสำคัญที่หารือคือ การเตรียมความพร้อมการจัดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ของไทย ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 20 ธันวาคม 2568 รวมถึงการรับฟังปัญหาในการเตรียมนักกีฬาของแต่ละสมาคมฯ
ด้านนายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานฯ ยืนยันว่า คณะกรรมการโอลิมปิกกัมพูชา ได้แจ้งขอถอนส่งนักกีฬาเข้าร่วมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เพิ่มมาอีก 1 ชนิดกีฬาคือ วอลเลย์บอล โดยก่อนหน้านี้ขอถอนไปแล้ว 8 ชนิดกีฬา ซึ่งทำให้เหลือนักกีฬากัมพูชาที่ยังจะเข้าร่วมแข่งขัน อีก 12 ชนิดกีฬาคือ ว่ายน้ำ, เจ็ตสกี, เทคบอล, ยูยิตสู, เทควันโด, ฟันดาบ, คิกบ็อกซิ่ง, ยิมนาสติก, ขี่ม้า, กรีฑา, ไตรกีฬา และอีสปอร์ต ส่วนกีฬาที่ถอนไป 9 ชนิดกีฬา คือ คาราเต้, ฟุตบอล, ปันจักสีลัต, เปตอง, มวยปล้ำ, วูซู, ยูโด, เซปักตะกร้อ และวอลเลย์บอล
นอกจากนี้ นายชัยภักดิ์ เปิดเผยว่า สหพันธ์เซปักตะกร้อโลก และเอเชีย ได้แจ้งมาว่า จะลงโทษกัมพูชาด้วยการห้ามเข้าร่วมการแข่งกีฬาเอเชียนเกมส์ ที่ประเทศญี่ปุ่นในปีหน้า หลังจากถอนตัวไม่ร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ขณะที่กีฬาอื่น ๆ ก็ขึ้นอยู่กับสหพันธ์กีฬานั้น ๆ จะเป็นผู้พิจารณาต่อไป เพราะถือว่าเป็นการทำผิดกฎถอนตัวหลังจากได้ยืนยันส่งรายชื่อนักกีฬาเข้าสู่ระบบการแข่งขันแล้ว ส่วนที่เหลือ 12 ชนิดกีฬาทางกัมพูชาก็ยืนยันว่าจะไม่มีถอนเพิ่มอีกแล้ว