ทิสโก้ เปิดยุทธศาสตร์ 3 ปี มุ่งเสริมแกร่ง บริหารความเสี่ยงเชิงรุก
วันที่ 14 ม.ค. นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป หรือ กลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจและธุรกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเร่งเสริมศักยภาพการแข่งขันเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กลุ่มทิสโก้จึงเดินหน้าปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยกำหนดยุทธศาสตร์การเติบโตระยะ 3 ปี (2569–2571) เพื่อรับมือความไม่แน่นอนในอนาคต พลิกความท้าทายสู่โอกาส พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
กลุ่มทิสโก้ก้าวสู่ช่วงของการเติบโตที่มุ่งขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคง เราเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และเสริมความคล่องตัวในการทำงาน พร้อมผสานความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาเข้ากับไลฟ์สไตล์ความต้องการของลูกค้าและโจทย์ทางสังคม เพื่อมอบคำแนะนำทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ
ในขณะเดียวกัน กลุ่มทิสโก้จะนำปัญญาประดิษฐ์มาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการให้บริการ เพื่อให้รวดเร็ว ตรงจุด และตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละรายมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลและความเข้าใจเชิงลึกในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคล พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก ผ่านการประเมินและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งหมดนี้สะท้อนความตั้งใจขององค์กรในการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงให้กับลูกค้าและสังคมในระยะยาว
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ 3 ปีของกลุ่มทิสโก้ตั้งอยู่บนความยืดหยุ่น และการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย บนพื้นฐานของกระบวนการและระบบที่มีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมพลังด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้าง Ecosystem ทางการเงินที่ครบวงจร ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างรับผิดชอบควบคู่กับการสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน เรามุ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยายนต์ การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป การออกกองทุนที่เน้นความยั่งยืน และการจัดหาเงินทุนสีเขียว (Green Financing) เพื่อสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันยังยึดมั่นในบทบาทการสร้างโอกาสทางการเงิน การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน เพื่อยืนหยัดเป็น สถาบันการเงินที่ทุกคนเชื่อมั่นไว้วางใจได้ (Your Truted Financial Advisor) และเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2569 ประกอบด้วย ธุรกิจรายย่อย มีสัดส่วนราว 70% ของสินเชื่อรวม โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ รถยนต์มือสอง รถจักรยานยนต์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” ซึ่งจากนี้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจะมุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการดิจิทัลครบวงจร ควบคู่การใช้ AI Virtual Coach และระบบอัตโนมัติยกระดับประสิทธิภาพสาขา
พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ดีนัก แม้อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่นเดียวกับสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์จะเน้นการเติบโตแบบคัดเลือกพื้นที่ศักยภาพสูง พร้อมเสริมธุรกิจนายหน้าประกันภัยด้วยโมเดลที่เหมาะสมกับลูกค้า และเตรียมระบบรองรับสินเชื่อ EV เพื่อส่งเสริมการใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมาย 30% ของสินเชื่อใหม่เป็นสินเชื่อรถไฟฟ้า (BEV)
ธุรกิจขนาดใหญ่ จะใช้กลยุทธ์ Selective Growth ในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ พลังงาน รวมถึงขยายไปยังกลุ่มธุรกิจ Healthcare และ Data Center พร้อมผลักดันสู่การเงินสีเขียว (Green Financing) เพื่อจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรทางการเงินสนับสนุนโครงการและธุรกิจที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้า 25% ของสินเชื่อองค์กรเป็นโครงการพลังงานสะอาดภายในปี 2573 ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอี จะขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และหอการค้าจังหวัดเพื่อเจาะตลาดท้องถิ่น เพิ่มโอกาสปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) โดยป้องกันความเสี่ยงด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อ
ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) มุ่งสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิด การให้คำปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม (Holistic Financial Advisory) ที่ครอบคลุมทุกมิติทางการเงิน ตั้งแต่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การลงทุน ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ การวางแผนเกษียณ ไปจนถึงการวางแผนมรดก โดยผสานความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาทางการเงินกับเทคโนโลยี ผ่านโปรแกรม TISCO My Goal และแพลตฟอร์ม My Wealth เพื่อรบประสบการณ์ที่เหนือกว่าและตอบโจทย์เฉพาะบุคคล พร้อมคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพจากพันธมิตรชั้นนำ และพัฒนาระบบนิเวศทางการเงิน (Financial Health & Wealth Ecosystem) โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Mass Affluent ที่มีสินทรัพย์ลงทุน (AUM) ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติของชีวิตทางการเงิน
ธุรกิจบริหารจัดการกองทุน (Asset Management) มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลและเครือข่ายตัวแทน ควบคู่กับการออกแบบกองทุนที่ตอบโจทย์ผู้เกษียณอายุ มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงเพื่อความมั่นคงระยะยาว พร้อมจ่ายปันผลเพื่อสร้างรายได้เสริม และเสริมด้วยแคมเปญ “Debt-Free, More Savings” เพื่อส่งเสริมการออมและลดภาระหนี้สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
ธุรกิจหลักทรัพย์ (Securities Brokerage) มุ่งเพิ่มโอกาสการลงทุนที่ง่ายและสะดวกให้กับลูกค้า พร้อมสร้างแหล่งรายได้ใหม่ผ่านการนำ AI มาประยุกต์ใช้ โดยพัฒนาแพลตฟอร์ม Investifi+ ให้เป็นที่ปรึกษาการลงทุนครบวงจร เพิ่มฟังก์ชัน AI Smart Agents เพื่อยกระดับประสบการณ์ พร้อมขยายสินทรัพย์ซื้อขายให้หลากหลายขึ้น อีกทั้งเสริมบริการลูกค้าสถาบันผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Jefferies
ธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) มุ่งมั่นให้บริการที่ปรึกษาด้านประกันระดับพรีเมียม โดยคัดสรรและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ภายใต้แพลตฟอร์ม Open Architecture ที่เกิดจากความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ พร้อมขับเคลื่อนผ่านแคมเปญ Family First เพื่อมอบทางเลือกที่เหมาะสมและตรงใจสำหรับแต่ละบุคคล