โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Christmas Time is Here สำรวจหนังสุดซ้ำซากที่น่าจะฮิตได้ไม่ยากในช่วงคริสต์มาสปีนี้

The Momentum

อัพเดต 15 ธ.ค. 2564 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2564 เวลา 13.34 น. • เอกศาสตร์ สรรพช่าง

คริสต์มาสเป็นหนึ่งในคุณค่าของคนในวัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แต่คุณค่าที่เราจะพูดถึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของศาสนา หากเป็นเรื่องการดูหนังของคนอเมริกันในช่วงวันหยุดยาวคริสต์มาสไปจนถึงปีใหม่ ซึ่งต้องถือว่าในสมัยที่บริการสตรีมมิงยังไม่ครองเมือง นี่คือช่วงเวลาทองของโรงหนังและบรรดาค่ายหนังต่างๆ ที่จะเข็นหนังเด็ดๆ ขวัญใจครอบครัวออกฉาย เป็นฤดูทำเงินโค้งสุดท้ายของหนังลงทุนสูง ก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนังสร้างชื่อช่วงต้นปีเพื่อรับกระแสออสการ์

ฉะนั้นสำหรับคอหนังสายแข็ง นี่คือช่วงตะลุยดูหนังยาวข้ามปีของจริง

ไม่มีใครรู้ว่าธรรมเนียมการดูหนังช่วงคริสต์มาสของคนอเมริกันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อใด หรือธรรมเนียมการสร้างหนังคริสต์มาสใครเป็นคนเริ่มกันแน่ แต่หากวิเคราะห์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมหนังสหรัฐอเมริกาในช่วง Golden Age ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ช่วง 1919-1960 หนังคริสต์มาสเติบโตตามการขยายตัวของชนชั้นกลาง โรงหนังและค่ายหนังก็เติบโตตามความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการหนังใหม่ๆ เช่นกัน

หากนับจากหนังเก่าๆ ที่เคยออกฉาย ที่มีเนื้อหาล้อไปกับช่วงเทศกาลคริสต์มาส หนังเรื่อง The Bell of St.Mary อาจถือเป็นหมุดหมายหนึ่งที่สำคัญของยุคแห่งการเริ่มต้นหนังคริสต์มาส หนังดังกล่าวนำแสดงโดยดาราดังคู่ขวัญในยุคนั้นอย่าง บิง ครอสบี (Bing Crosby) และ อิงกริด เบิร์กแมน (Ingrid Bergman) เนื้อหาเกี่ยวกับนักบวชและแม่ชีในโรงเรียนประจำ ที่ต้องช่วยนักเรียนซึ่งติดอยู่ในโรงเรียนช่วงคริสต์มาส (ฟังดูเหมือนหนังเรื่อง Home Alone เหมือนกัน) หนังออกฉายช่วงคริสต์มาสของปี 1948 และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม กลายเป็นต้นแบบของหนังคริสต์มาสแนวรอม-คอมในเวลาต่อมา

แล้วหนังคริสต์มาสเขานิยามกันที่ตรงไหนหนอ 

มีการวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานาว่า หนังประเภทไหนที่ควรเข้าข่ายเป็นหนังคริสต์มาส เพราะหนังที่เข้าฉายในช่วงคริสต์มาส บางคนก็ไม่ถือว่าเป็นหนังคริสต์มาส เช่นหนังอย่าง Die Hard หรือ Harry Potter แม้จะเข้าฉายช่วงปลายปี มีฉากที่เกี่ยวกับคริสต์มาสอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้นับว่าเป็นหนังคริสต์มาส

สตีเฟน ฟอลโลว์ นักวิจารณ์และนักวิจัยเกี่ยวกับภาพยนตร์ เคยวิเคราะห์เกี่ยวกับหนังคริสต์มาสไว้อย่างน่าสนใจ เขากล่าวว่าหนังคริสต์มาสสำหรับฮอลลีวูดควรมีองค์ประกอบอย่างน้อยสองสามข้อ เช่น หนังที่เคลมตัวเองว่าเป็นหนังคริสต์มาสน่าจะต้องมีเพลงที่เกี่ยวกับคริสต์มาสประกอบในหนัง (คุณน่าจะเดาได้ว่าเพลงที่ถูกใช้มากที่สุดในหนังคริสต์มาสคือเพลงอะไร-ถูกต้อง Jingle All The Way ตามมาด้วย Deck The Hall และ Joy to the World) มีช่วงเวลาในการออกฉายก่อนคริสต์มาสไม่เกินสองเดือน และแก่นแกนของหนังต้องสอดคล้องกับความคาดหวังของคนดู ที่ต้องการเห็นอะไรที่เกี่ยวกับคริสต์มาสไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และควรเป็นหนังฟีลกู้ดที่เรารู้ว่าตอนจบจะไม่ทำร้ายจิตใจเราให้ย่อยยับ

หนังคริสต์มาสในช่วงตั้งแต่ปี 1988-2017 จะนิยมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประมาณ 7-3 สัปดาห์ ก่อนสัปดาห์ของวันหยุดยาวจะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่หนังจะมีโอกาสทำเงินได้ดีที่สุด ธรรมเนียมของหนังคริสต์มาสจะเริ่มเข้าฉายตั้งแต่หลังวันหยุดเทศกาลขอบคุณพระเจ้าเรื่อยไป ใครที่ยืนระยะได้นานก็จะมีโอกาสเก็บเกี่ยวได้มาก หากเข้าสู่ช่วงวันหยุดคริสต์มาสคนอาจเลือกออกมาดูหนังน้อยลง ทั้งเพราะอากาศที่หนาว กิจกรรมกับครอบครัว ฯลฯ พวกเขาอาจเลือกหนังจากบริการของเคเบิลมากกว่า หรือสมัยนี้ก็ต้องสตรีมมิง มากกว่าจะออกไปโรงหนัง ส่วนหนังที่เขาฉายในช่วงนี้ไม่ทันด้วยประการทั้งปวง ก็อาจเลื่อนไปฉายในช่วงปีใหม่เลยไปจนถึงต้นกุมภาพันธ์ แต่ก็มักไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้

จากสถิติที่ผ่านมา หนังคริสต์มาสที่ประสบความสำเร็จในแง่ของการจดจำมากที่สุด จากการจัดอันดับของ IMDb อันดับหนึ่ง เป็นของหนังแฟรนไชส์ Home Alone มีคนนึกถึงหนังเรื่องนี้เกือบ 70% เมื่อพูดถึงหนังคริสต์มาส ส่วนอันดับสองได้แก่Elf และอันดับสาม The Santa Clause เวอร์ชันที่นำแสดงโดย ทิม อัลเลน (Tim Allen) ในปี 1992

แต่หากจะพูดถึงอันดับหนังคริสต์มาสที่ทำเงินสูงสุด อันดับหนึ่งตกเป็นของ The Grinch หนังแอนิเมชันในปี 2018 ที่ทำรายได้แซงหน้า Home Alone ซึ่งมาเป็นที่สองในตารางของหนังคริสต์มาสที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล

เสน่ห์ของหนังคริสต์มาสคือความไม่มีพิษภัย โดยเฉพาะใครที่เป็นแฟนหนังแนวโรแมนติกคอเมดี้ นี่คือช่วงเวลาที่คุณมีโอกาสเลือกดูหนังแนวนี้เต็มไปหมด

สัปดาห์นี้ เราเลือกหนังน่าดูจากหลากหลายผู้ให้บริการสตรีมมิงที่หาดูได้ในบ้านเรามาแนะนำกัน ลองมาดูกันว่ามีหนังใหม่ๆ เรื่องไหนที่น่าดูบ้าง

Love Hard | Netflix

เรื่องราวของสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ออนไลน์ บนแพลตฟอร์มชื่อดังที่อับเฉาเรื่องความรัก จนกระทั่งเธอได้เจอกับชายหนุ่มบนแอพฯ เดต ซึ่งอยู่ต่างเมือง เรื่องเริ่มไปกันใหญ่เมื่อเธอตัดสินใจไปเจอหนุ่มคนนั้น แต่เรื่องราวทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคาดไว้ เพราะคนที่คิดว่าใช่กลับไม่ใช่ ทว่าเรื่องราวก็กลับตาลปัตรอีกครั้ง เมื่อความไม่ใช่กำลังทำให้เธอได้เจอรักใหม่ที่ดูเหมือนน่าจะลงตัว

หนังดูน่ารัก เรื่องราวเดาได้เกือบหมดตั้งแต่ดูตัวอย่างหนัง แต่มันก็ยังน่าดูอยู่ดี เนื้อหาดูร่วมสมัยดูเพ้อฝันนิดๆ สไตล์ซีรีส์เกาหลี เอาเป็นว่าคุณสามารถดูได้โดยไม่รู้สึกเสียเวลา

A Castle For Christmas | Netflix 

หนังเอาใจผู้ใหญ่ เรื่องราวของนักเขียนรุ่นใหญ่ (นำแสดงโดย บรูก ชีลด์ส) ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมาตลอด จนกระทั่งหนังสือเล่มล่าสุดของเธอที่โดนวิจารณ์เละและล้มเหลวไม่เป็นท่า เธอตัดสินใจเดินทางไปพักผ่อนที่สกอตแลนด์ และพบว่าเธอตกหลุมรักที่นั่น และต้องการจะซื้อปราสาทหลังหนึ่งที่เธอถูกใจ แต่ก็ต้องผ่านด่านแสนหินคือเจ้าของปราสาท (นำแสดงโดย แครี เอลส์) ที่ไม่ยอมขายให้เธอง่ายๆ

หนังให้อารมณ์พ่อแง่แม่งอน แต่บอกตามตรงว่าหนังความรักแบบผู้ใหญ่ที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะอิน ความสนใจอย่างเดียวสำหรับเราที่ทำให้คลิกเข้าไปดูคือชื่อผู้กำกับที่ทำซีรีส์แนวดราม่าหนักๆ อย่าง The Blacklist มาก่อน แต่หันมากำกับหนังรักเบาๆ ผลจะออกมาเป็นอย่างไร อันนี้ต้องไปตามดูกันเอง

8-Bit Christmas | HBOGO

หนังโปรโมตไว้ว่ามาจากทีมผู้สร้าง Elf ซึ่งเป็นหนังที่ทำเงินในช่วงคริสต์มาสสูงสุดตลอดกาล เรื่องนี้จึงดูมีเครติดขึ้นมาทันที และดูน่าสนุก หากคุณเป็นคนในรุ่น Gen X ก็น่ารู้สึกร่วมสมัยอยู่บ้าง

นี่คือเรื่องราวของพ่อ (นำแสดงโดย นีล แพทริก แฮริส) ที่เล่าวีรกรรมของเขาตอนเป็นเด็กอายุสิบขวบ (นำแสดงโดย วินสโลว เฟกลีย์) ในชิคาโก ที่ตามล่าหาของขวัญที่เป็นที่ใฝ่ฝันของเด็กทั่วโลกมากที่สุดในยุคนั้น นั่นคือเครื่องเล่นเกมนินเทนโด เนื้อเรื่องดูน่าสนุก การไล่ล่าหาเกมของเด็กๆ ให้ความรู้เหมือนกับที่ตัวละครในหนังพูดว่า นี่คือสงครามเวียดนามสำหรับเด็กสิบขวบ

Single All The Way | Netflix

ความน่าสนใจที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ ความพยายามจะฉายภาพวิถีชีวิตของเกย์หนุ่มที่ยังหาคู่ไม่ได้ แต่ต้องกลับไปฉลองคริสต์มาส พร้อมกับคำถามที่โดนถามจากครอบครัวที่รู้ว่าเขาเป็นเกย์ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขายังโสด เป็นที่มาของการหาแฟนปลอมๆ เพื่อพาไปรู้จักกับครอบครัวของเขาในช่วงวันหยุดยาว แม้หนังพยายามเจาะกลุ่มคนดูใหม่ๆ เน้นความหลากหลายเรื่องเพศและสีผิว ด้วยบรรยากาศเชิงบวกในหนัง แต่หนังก็ดูไม่ได้ทำให้เราอินไปกับความรักความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้มากนัก เป็นหนังที่ดูไปเรื่อยๆ ได้ แต่หากคุณจะเลิกดูกลางคัน อย่าเสียดายเวลา เพราะจริงๆ คุณก็ไม่ได้พลาดอะไรไป

A Boy for Christmas | Netflix

หนังแนว Chronicles of Narnia เรื่องราวที่ว่าด้วยการกำเนิดคริสต์มาส หนังเล่าย้อนไปก่อนยุคที่ผู้คนจะรู้จักการเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ออกผจญภัยตามหาพ่อของเขาท่ามกลางฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะ ระหว่างทางเขาได้เจอเรื่องราวและอุปสรรคมากมาย นี่คือหนังสำหรับครอบครัว คุณสามารถปล่อยเด็กๆ ให้นั่งดูได้โดยที่ไม่มีพิษมีภัย ดูได้สนุกๆ หนังกำกับโดย นีล คีแนน ผู้กำกับที่กลับมาพลิกตำนาน Ghostbuster ในเวอร์ชัน 2021 และเขายังเคยกำกับหนังแอนิเมชันสำหรับเด็กอย่าง Monster House (2016) มาแล้ว โดยรวมหนังได้รับเสียงวิจารณ์เชิงบวกอยู่ไม่น้อย

Mariah’s Christmas: The Magic Continue | AppleTV+

คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม เฉพาะช่วงเทศกาลคริสต์มาส มารายห์ แครี สามารถทำเงินจากการขายลิขสิทธิ์เพลงของเธอในช่วงเดือนธันวาคมได้ปีละราว 1 ล้านเหรียญฯ (ราว 33 ล้านบาท) ยังไม่รวมกับการเปิดคอนเสิร์ตหรือไปปรากฏตัวตามงานต่างๆ ในช่วงคริสต์มาส ว่ากันว่าเธอทำงานปีหนึ่งสองเดือนก็สามารถอยู่ได้ทั้งปี หากคุณไม่มีโอกาสฟังเธอร้องเพลงคริสต์มาสแบบตัวเป็นๆ รายการนี้ทาง AppleTV+ เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้คุณได้ดูโชว์ของเธอชนิดเต็มอิ่ม

นี่คือภาคต่อของปีที่แล้วที่เธอร่วมงานกับ Apple โดยความพิเศษของปีนี้คือการที่มารายห์จะปล่อยซิงเกิลใหม่ของเธอFall in Love at Christmas ครั้งแรกในรายการ

‘Twas The Fight Before Christmas | AppleTV+

“เรื่องของคนอเมริกันคนหนึ่งที่โดนศาลสูงของสหรัฐฯ ตัดสินว่าห้ามตกแต่งบ้านของเขาเพื่อเทศกาลคริสต์มาส” เอาเป็นว่าโปรยมาเท่านี้ก็น่าดูแล้ว 

ดูเหมือนว่าเน็ตฟลิกซ์จะนำโด่งเรื่องคอนเทนต์สำหรับช่วงคริสต์มาสที่มีมากมายให้เราเลือกดู สำหรับค่ายสตรีมมิงอื่นๆ อย่าง Disney+ Hotstar ไม่ได้เน้นหนังคริสต์มาสใหม่ๆ มากนัก แต่มีหนังคริสต์มาสคลาสสิกให้ดูอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น Home Alone ที่มีให้ดูครบทั้งสี่ภาค หรือหนัง (ที่เกือบ) ฮิตของดิสนีย์ เมื่อปี 2019 อย่าง Noelle ว่าด้วยคริสต์มาสที่มองผ่านมุมมองของลูกสาวของซานตาคลอส และโปรแกรมคริสต์มาสจากดิสนีย์มากมาย รวมถึงหนังของทิม เบอร์ตัน The Nightmare Before Christmas ใครที่มองหาหนังคริสต์มาสเก่าๆ ที่พลาดไป หรืออยากรำลึกความหลัง เชิญที่ดีสนีย์พลัส ส่วน HBO GO ไม้เด็ดที่สุดของเขาไม่ได้อยู่ที่หนังคริสต์มาส แต่อยู่ที่โปรแกรมพิเศษของการเฉลิมฉลองหนังแฟรนไชส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเรื่องหนึ่ง นั่นคือHarry Potter ซึ่งจะมีอายุครบ 20 ปีในปีหน้า

โปรแกรมนี้จะออกอากาศในวันที่ 1 มกราคม 2022 แฟนๆ พ่อมดน้อย แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 

ขอให้สุขสันต์กับเทศกาลวันหยุด 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...