โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยตกขบวน “รถไฟจีน-ลาว” ชวดโควตาขนส่งสินค้าแสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ธ.ค. 2564 เวลา 05.19 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2564 เวลา 05.19 น.
REUTERS/Phoonsab Thevongsa

ไทยตกขบวนรถไฟลาว-จีน “เวียงจันทน์-คุนหมิง” เสียโอกาสการค้า-ลงทุนหลายแสนล้านบาท ผู้ส่งออกปูดสินค้าไทยยังไม่มี “โควตาขนส่งตู้คอนเทนเนอร์” ขึ้นรถไฟ เงื่อนไขขนส่งจีน-ลาว ก็ยังไม่ได้เปิดการหารือ ขณะที่ระบบโลจิสติกส์ขนคน ขนสินค้าทาง สปป.ลาวพร้อมกว่า ในขณะที่หนองคายเพิ่งตื่น ร.ฟ.ท.เพิ่งจะเปิดประมูลลานขนส่งสินค้าเข้า-ออก หวังลดความแออัด

3 ธันวาคม 2564 ท่านสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป.ลาว ได้ทำพิธีเปิดการใช้ทางรถไฟสายลาว-จีนอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก โดยทางรถไฟสายนี้ดำเนินการก่อสร้างและบริหารโดย บริษัท รถไฟลาว-จีน (สัดส่วนการถือหุ้นลาว 30% จีน 70%) มีระยะทาง 420 กม. เชื่อม 5 แขวงของ สปป.ลาว ไปถึงชายแดนจีนที่เมืองบ่อเต็น ต่อเข้ากับทางรถไฟจีนไปจนถึงเมืองคุนหมิง สามารถขนทั้งคนและสินค้า

เบื้องต้นจะเปิดให้บริการวันละ 8 เที่ยว แต่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับทางรถไฟจีนได้ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 นับเป็น 1 ในโครงการยุทธศาสตร์ 1 แถบ 1 เส้นทาง (BRI) ของจีน ที่ร่นระยะการเดินทางระหว่างเวียงจันทน์ถึงคุนหมิงลงเหลือ 1 วัน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานงานสัมมนา “โอกาสของผู้ประกอบการไทย-ลาวกับการเปิดการเดินรถไฟจีน-ลาว” จัดโดยหอการค้าจังหวัดหนองคาย โดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะส่งผลกระทบด้านบวกต่อประเทศไทย แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจว่า “ใครจะเร็วจะช้ากว่ากัน” ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือเรื่องการขนส่ง-โลจิสติกส์ ที่จะสามารถลดต้นทุน ลดระยะเวลาได้อย่างมาก โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าการเกษตร

ขณะเดียวกันประเทศไทยต้องเร่งรัดการปรับตัวเพื่อรับโอกาสนี้ด้วยการเร่งขยายรถไฟรางคู่ ถัดมาเป็นรถไฟความเร็วสูงให้เชื่อมโยงรถไฟจีน-สปป.ลาว และเร่งสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่

นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการค้าชายแดนไทย-ลาวที่มีมูลค่ารวม 189,822 ล้านบาท การเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ประเทศถือภูมิศาสตร์คือศูนย์กลางอย่างแน่นอน “ใครจะไปไหนก็ต้องผ่านประเทศไทย” แต่ประเทศไทยไม่มีทวิภาคีเกี่ยวกับการเดินรถกับประเทศเพื่อนบ้าน รถบรรทุกวิ่งเข้าประเทศระหว่างกันได้เพียงแค่ 2 กิโลครึ่งเท่านั้น ดังนั้นการจะเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์” ได้ ต้องแก้เงื่อนไขนี้

ส่วน ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ รองคณบดีฝ่ายบริหารสังคมและวิจัย และหัวหน้าศูนย์บริการ China Intelligence Center (CIC) วิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชื่อว่า กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยจะใช้โอกาสในการเชื่อมโยงโลจิสติกส์จากโครงการดังกล่าวไปยังจีนได้มากกว่ารายใหญ่ “ถือว่าแพลตฟอร์มออนไลน์จะเป็นการเชื่อมโยงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของ SMEs ไทยสู่ตลาดจีน”

ขณะที่ ดร.วรชาติ ดุลยเสถียร กรรมการที่ปรึกษา สภาธุรกิจไทย-สปป.ลาว กล่าวว่า ตามยุทธศาสตร์ของจีน รถไฟที่มาภูมิภาคอาเซียนจะมี 2 เส้น คือ เส้นม่อหาน-เวียงจันทร์ (ด่านโม่หานตรงข้ามกับด่านบ่อเต็น) กับเส้นต่อมาจากคุนหมิง-เมียนมา ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตถือเป็นจุดเชื่อมต่ออินเดีย-ปากีสถาน ดังนั้นระบบรางจะเป็นจุดเปลี่ยนของอนาคตที่จะเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ถือเป็นโอกาสของไทย แต่จะปรับอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร “ปัจจุบันการลงทุนทั้งไทย-จีน อยู่ที่ สปป.ลาว แม้จะพูดว่าเราไม่ตกขบวน แต่ถ้าเราไม่รีบตกแน่ ๆ”

ไม่ทันแล้ว-หนองคายเพิ่งตื่น

ด้านนางมนนิภา โกวิทศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ขบวนรถไฟความเร็วสูงจีน-สปป.ลาว ระยะทาง 1,035 กม. วิ่งจากเมืองเวียงจันทน์ไปเมืองคุนหมิง ในขณะที่โครงการรถไฟของ ร.ฟ.ท.ที่จะไปเชื่อมต่อยังล่าช้ามาก โดย ร.ฟ.ท.แจ้งว่า รถไฟรางคู่ที่จะเชื่อมต่อกว่าจะแล้วเสร็จต้องเป็นปี 2569 ส่วนรถไฟความเร็วสูงจะแล้วเสร็จปี 2574

ที่ผ่านมา หอการค้าจังหวัดหนองคายได้ผลักดันเรื่องนี้มานานนับ 10 ปีแล้ว เพราะเห็นความก้าวหน้าโครงการรถไฟจีน-ลาวที่กำลังดำเนินการ ความล่าช้าดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยเสียโอกาสเรื่องการค้า-การลงทุนไปมาก

“ตอนนี้ฝั่ง สปป.ลาวมีการเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว โดยเฉพาะสถานีปลายทางของรถไฟขบวนนี้แบ่งเป็น 2 สถานี จะสิ้นสุดการขนส่งผู้โดยสารที่สถานีนครหลวงเวียงจันทน์ใต้ (บ้านไฮ) ส่วนสินค้าต้องวิ่งมาอีก 10 กม. เพื่อมาลงที่สถานีเวียงจันทน์ (บ้านคำสะหวาด) เท่าที่ทราบลาวอยู่ระหว่างก่อสร้างเขตปลอดภาษี (Free Trade Zone) ขนาดใหญ่ ประกอบด้วย ลานจอดพักสินค้า เป็นโลจิสติกส์ปาร์ก (Vientiane Logistics Park) คลังสินค้าขนาดใหญ่ มีโซนรองรับสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร สินค้าฮาลาล คลังสินค้าห้องเย็น

ซึ่งในช่วงเริ่มต้นคงมีรถหัวลาก และรถบรรทุกเข้าไปรับสินค้าที่สถานีเวียงจันทน์บ้านคำสะหวาด แล้ววิ่งตรงมาข้ามสะพานมิตรภาพไทยแห่งที่ 1 คงไม่มีการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นรถไฟตรงมาที่สถานีท่านาแล้งอีกรอบ และสถานีเวียงจันทน์มาถึงสถานีท่านาแล้งระยะทาง 7.5 กม. ส่วนที่สถานีท่านาแล้ง ทาง สปป.ลาวยังเห็นมีการปรับปรุงสถานีรองรับ และจากสถานีท่านาแล้งมาถึงสะพานมิตรภาพไทย ระยะทาง 3.5 กม. เพื่อวิ่งต่อมาสถานีรถไฟนาทาของไทย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการปรับปรุงเพื่อรองรับสินค้าแต่อย่างใด” นางมนนิภากล่าว

ล่าสุดหอการค้าจังหวัดหนองคายได้ไปหารือกับนายด่านหนองคาย ทำให้ทราบว่า ได้เตรียมการรับมือกับปริมาณสินค้าทั้งขาเข้า-ขาออกที่จะเพิ่มขึ้น โดยประสานไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอใช้พื้นที่ 80 ไร่ บริเวณสถานีรถไฟหนองคาย อยู่ห่างจากด่านหนองคาย 1 กม. เพื่อให้รถขนสินค้าขาเข้าจากฝั่งลาวมารอตรวจสอบตามขั้นตอนพิธีการศุลกากร เนื่องจากปัจจุบันบริเวณด่านหนองคายใกล้สะพานมิตรภาพแออัดและการจราจรติดขัดยาวไปบนท้องถนนมากอยู่แล้ว

โดยที่ดินทั้ง 80 ไร่ดังกล่าว ทาง ร.ฟ.ท.แจ้งว่าจะเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาบริหาร โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 แปลง แปลงละ 20 ไร่ ส่วนสินค้าขาออกจะไปใช้ที่ดิน 90 ไร่ บริเวณบ้านหนองสองห้อง ซึ่งอยู่ห่างจากด่านหนองคายประมาณ 12 กม. เพื่อให้รถขนสินค้ามาจอดรอ จะได้ไม่เพิ่มปัญหาการจราจรที่ติดขัดอยู่แล้วให้หนักขึ้นไปอีก

จี้รัฐบาลถกเงื่อนไขขนส่งจีน

นายภานุศักดิ์ สายพานิช นายกสมาคมทุเรียนไทย กล่าวว่า การขนส่งทางรถไฟความเร็วสูงเป็นจุดที่มีศักยภาพ แต่คงไม่ใช่เส้นทางหลัก เป็นเส้นทางทางเลือกที่ทำให้การขนส่งสะดวก-รวดเร็วขึ้น จากสถานการณ์โควิด-19 การเปิดเดินรถไฟวันแรกเดิมผู้ประกอบการขนส่งผลไม้เตรียมขนส่งทุเรียนจากภาคใต้ 1 ตู้คอนเทนเนอร์ แต่ระบบความเย็น cold chain ของตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกบนรถไฟจีนยังไม่พร้อม จึงส่งของแห้งตู้ธรรมดาจำนวน 35 ตู้ คาดว่าทางจีนจะเตรียมพร้อมแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันฤดูกาลผลไม้ปี 2565

ข้อดีก็คือการขนส่งทางรถไฟไปคุนหมิงใช้เวลาเพียง 10 ชั่วโมง ขนส่งต่อไปกว่างสี-กว่างโจวอีก 14 ชั่วโมงก็สามารถกระจายสินค้าไปภูมิภาคตะวันออกของจีนได้ภายใน 1-2 วัน รวดเร็วกว่าทางรถยนต์ที่ใช้เวลา 4-7 วัน แต่เส้นทางรถไฟจากหนองคายไปเวียงจันทน์ยังต้องใช้รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 อยู่ “ปัญหาต่าง ๆ ต้องรอแก้ไขหลังเปิดใช้ระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย สำนักงานในเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์ก (Vientiane Logistics Park : VLP) เป็นผู้ประกอบการส่งออกอยู่แล้ว พร้อมจะขนส่งผลไม้ให้ในต้นปี 2565”

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยจะต้องเร่งเจรจากับ สปป.ลาว และจีน ใน 4 ประเด็น คือ 1) ปัญหาการขนส่งบนสะพานมิตรภาพ 1 ไม่ให้เป็นคอขวด โดยที่รถยนต์-รถไฟต้องใช้สลับกัน ต้องพัฒนาระบบรางของไทยเชื่อมต่อกับลาว เพราะขนาดรางไม่เท่ากัน โดยรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวเป็นขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร 2) พิธีการศุลกากรการขนส่งผลไม้สด ขอให้ตรวจสอบตู้เพียงครั้งเดียวแล้วล็อกซีลส่งไปถึงปลายทาง โดยนำเจ้าหน้าที่ด่านโมฮานของจีนมาตั้งสาขาย่อยที่สถานีท่านาแล้ง เวียงจันทน์

3) เร่งทำ MOU ระหว่างไทย-จีน-สปป.ลาว ให้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 รองรับการขนส่งสินค้าระบบราง และ 4) ระบบภาษีและสิทธิพิเศษของไทย ขณะนี้การบริหารจัดการระบบต่าง ๆ การออกเอกสารออนไลน์ล่วงหน้าของศุลกากร ค่าใช้จ่ายไฟฟ้าทางลาว-จีน ค่าระวางขนส่ง การเปลี่ยนคนขับรถบรรทุก ยังต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน

ไทยตกขบวนไม่ได้โควตาขนส่ง

นายมณฑล ปริวัฒน์ นายกสมาคมการค้ายุคใหม่ กล่าวว่า เรื่องสำคัญเร่งด่วน 2-3 เรื่องในระยะสั้น ควรเร่งเจรจากับจีนให้ชัดเจน ได้แก่ 1) การจัดสรรโควตาตู้คอนเทนเนอร์ให้กับประเทศไทย เช่นเดียวกับลาวที่ได้รับการจัดสรรโควตาแล้ว ประมาณ 50,000 ตู้ต่อปี และกัมพูชาได้รับการจัดสรรโควตาไปแล้ว ประมาณ 30,000 ตู้ต่อปี จากเที่ยวการขนส่งวันละ 900 ตู้ ถ้าไทยได้โควตาเพียง 10% หรือวันละ 90 ตู้ ก็จะเป็นทางเลือกจากด่านทางบก ที่ต้องเผชิญปัญหาจากปริมาณการขนส่งผลไม้ปี 2563 เฉลี่ย 600-700 ตู้/วัน และปี 2565 คาดว่าน่าจะเพิ่ม 1,000 ตู้/วัน

2) มาตรการต่าง ๆ ที่ต้องปฏิบัติในการบริหารจัดการขนถ่ายสินค้า การเปลี่ยนถ่ายตู้สินค้า เนื่องจากรถไฟลาว-จีนสายนี้ออกแบบเพื่อใช้ขนถ่ายสินค้าแร่จากลาวไปจีน หรือสินค้าที่เป็นของแห้ง ไม่ได้ออกแบบขนส่งผลไม้ที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์แบบควบคุมอุณหภูมิ และตู้ไทยไม่ได้ใช้ระบบไฟฟ้าแบบเดียวกับของจีน ผู้ประกอบการและบริษัทขนส่งยังไม่มีความชัดเจน หากต้องใช้ตู้ของจีน ต้องเปลี่ยนใหม่ ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก ตู้ใหม่ ๆ ราคาประมาณ 700,000-800,000บาท

สอดคล้องกับ นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด กล่าวว่า การขนส่งทางบกมีปัญหาการตรวจโควิด-19 ที่ด่าน ทำให้รถติด ตู้คอนเทนเนอร์ต้องติดค้างอยู่ที่ด่าน ทำให้ผลผลิตเสียหายและเสียค่าใช้จ่ายโดยค่าเช่าตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มขึ้นจากราคา 60,000-80,000 บาท เป็น 140,000-150,000 บาท เพราะตู้ตกค้างหมุนเวียนมาไม่ทัน “การนำผลไม้ขึ้นรถไฟลาว-จีนต้องมีความชัดเจน เรื่องการจัดการเดินรถ ค่าระวางสินค้า และระเบียบพิธีการทางศุลกากรรถไฟ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...