'บัวน้อย กอริลลาพาต้า' กับการขนย้ายจากสวนสัตว์กลับสู่ป่าบ้านเกิด?
บัวน้อย กอริลลาตัวสุดท้ายของไทยที่อยู่ในสวนสัตว์พาต้า กับประเด็นความพยายามหาที่อยู่ที่ใหม่และส่งกลับประเทศเยอรมนี และแถลงการณ์จากสวนสัตว์พาต้า ที่ยืนยันไม่เคยเจรจาขายบัวน้อย 30 ล้าน ให้กับผู้ใด กังวลการปรับตัว สวัสดิภาพ และให้ความรัก การดูแลเอาใจใส่อย่างดี
.
[ รู้จักบัวน้อยกอริลลาตัวสุดท้ายของไทย ]
บัวน้อย คือกอริลลาเพศเมียที่มีชื่อเสียง เป็นกอริลลาคู่แรกที่จัดแสดงในประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 35 ปี โดยได้รับการส่งมาจากประเทศเยอรมนี ขณะอายุได้ 3 ปี นำมาจัดแสดงที่สวนสัตว์พาต้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ในราคาประมาณ 3 ล้านบาท ในกรงขนาด 20x10 เมตร งบประมาณดูแลเดือนละ 10,000 บาท ต่อมาตัวผู้ได้ตายลง บัวน้อยจึงเป็นกอริลลาตัวสุดท้ายในไทย หลังเข้าร่วมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์หรือ (CITES) จึงไม่สามารถนำกอริลลาเข้ามาได้อีก
.
[ ความพยายามส่งบัวน้อยกลับบ้าน ]
ในปี 2557 มีการรณรงค์ให้ย้ายกอริลลาบัวน้อยไปยังที่อยู่ใหม่ที่เหมาะสมกว่าเดิม ผ่านทาง www.change.org/buanoi ซึ่งมีกลุ่มคนรักสัตว์ได้ทำการยื่นรายชื่อต่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้มีการจัดหาที่อยู่ใหม่สำหรับบัวน้อย ที่เหมาะสมกว่าเดิม
.
ต่อมาเรื่องนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2565 นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เผยว่า ทางทส.โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทส. มีโครงการที่จะพากอริลลาบัวน้อย กลับไปยังสวนสัตว์ต้นกำเนิดในประเทศเยอรมนีที่เป็นเหมือนแผ่นดินเกิด และมีพี่น้องเพื่อนฝูงกอริลลาอยู่ ก่อนที่บัวน้อยจะตาย
.
โดยชี้ว่ามีการเจรจากับเจ้าของสวนสัตว์พาต้า และเจ้าของบอกราคาขาย 30 ล้านบาท ทั้งนี้เหตุผลในการย้ายเนื่องจากทางกระทรวงและองค์การสวนสัตว์มักได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เรื่องสภาพชีวิตของบัวน้อยที่โดดเดี่ยวในกรง มากว่า 30 ปี และอยากให้มีชีวิตบั้นปลายที่ดีกว่านี้ และระบุว่าไม่สามารถทำอะไรได้กับค่าตัวที่สูง และจะต้องมีการเจรจาเพื่อหารือกับทางสวนสัตว์พาต้าเพิ่มเติม
.
[ #ความยากลำบากในการย้ายที่อยู่ใหม่ให้บัวน้อย ]
จากกรณีดังกล่าว ทางสวนสัตว์พาต้ามีความยินดีที่จะเคลื่อนย้ายสัตว์ชนิดต่างๆยกเว้นบัวน้อย เนื่องด้วยอาจไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค อีกทั้งยังยืนยันว่าได้ทำการดูแลเป็นอย่างดี
.
โดยเรื่องการย้ายกอริลลาบัวน้อยยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นความกังวลในเรื่องการปรับตัวของสัตว์ที่อยู่ในกรงเลี้ยงมานาน สภาพแวดล้อม อากาศ คนเลี้ยง อาหารการกิน รวมทั้งโรคระบาด และต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์
.
สำนักข่าว ThaiPBS ได้สัมภาษณ์นายสัตวแพทย์เกษตร สุเตชะ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยชี้ว่าความเป็นไปได้ในการส่งกลับสวนสัตว์ต้นกำเนิดเป็นเรื่องที่ยาก เพราะเรื่องการปรับตัวของสัตว์ที่อยู่ในกรงเลี้ยงมานานถึง 30 ปี สภาพแวดล้อม อากาศ คนเลี้ยง อาหารการกิน รวมทั้งโรคระบาดและพันธุกรรม โดยเปรียบเหมือนคนที่อยู่เมืองไทยตั้งแต่เด็ก มีพี่เลี้ยง มีอาหาร ที่อากาศอยู่ในพื้นที่กรง แต่การจะส่งไปเมืองนอกการปรับตัว การเข้าสังคม และความเศร้าจากการคิดถึงจะเกิดขึ้นได้ เจตนาให้กอริลลาได้กลับบ้านเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีจุดประสงค์ชัดเจน คิดรอบด้านทั้งเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ และสิ่งที่จะตามมา อีกทั้งยังเชื่อว่ากระแสของบัวน้อยในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้พาต้าเองก็ปรับปรุง และมีการดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ดีขึ้นกว่าในอดีต
.
[ #แถลงการณ์สวนสัตว์พาต้า ]
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2565 ทางสวนสัตว์พาต้าได้ออกแถลงการณ์กรณีข่าวการขายบัวน้อยในราคา 30 ล้าน โดยชี้ว่า "ผู้บริหารของห้างฯ พาต้าในชุดปัจจุบัน ได้เข้ามาบริหารงานตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2563 ซึ่งจนถึงวันนี้ทางผู้บริหารผู้มีอำนาจตามกฎหมายของบริษัท ขอยืนยันว่า ไม่เคยเจรจาซื้อขายบัวน้อยกับผู้ใด และหน่วยงานใด ในทางกลับกัน ยังปฏิเสธการเคลื่อนย้ายบัวน้อย ตามที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เคยสอบถามและได้ตอบกลับไปอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ด้วยสาเหตุที่ไม่มั่นใจในการปรับตัวของบัวน้อย ลิงกอริลลาในวัยชราที่ใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ด้วยความคุ้นเคยต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดเชื้อโรคใดๆ เป็นเวลากว่า 30 ปี "
ทั้งนี้ผู้บริหารชุดปัจจุบันขอย้ำอีกครั้งว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีผู้หนึ่งผู้ใด หรือหน่วยงานใดที่สนใจติดต่อเข้ามาเพื่อใช้เวลาศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลจากในสถานที่ และตัวตนที่แท้จริงของบัวน้อย โดยเฉพาะผู้ที่ให้สัมภาษณ์ หรือตลอดจนผู้ที่คิดจัดตั้งโครงการใดๆเกี่ยวกับบัวน้อยนั้น ก็ยังไม่เคยมีผู้หนึ่งผู้ใด เข้ามาศึกษาใช้เวลาในสถานที่แห่งนี้ ถึงความเป็นไปได้ในโครงการของตนเองก่อนการนำเสนอ ซึ่งถือเป็นความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากสำหรับการเลี้ยงลิงกอริลลาให้อยู่รอดภายในสวนสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมาในแง่นี้ถือเป็นความสำเร็จที่ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นที่พิสูจน์ได้ จนวันนี้บัวน้อยอยู่ในวัยชรา บั้นปลายสุดท้ายของชีวิตตามอายุขัยของลิงกอริลลา ซึ่งทางสวนสัตว์พาต้าเองก็ได้มีการประชุมเรื่องการเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ด้วยความตระหนักดีว่า “ในอายุขัยเช่นนี้ บัวน้อย ลิงกอริลลาล้ำค่าตัวสุดท้ายของประเทศไทย สามารถตายจากเราไปได้ทุกเมื่อ "
และเป็นการยากถึงยากที่สุดที่นับต่อจากนี้อีกหลายปีหรือหลายสิบปี จะได้มีโอกาสได้เห็นลิงกอริลลาตัวต่อไปภายในประเทศไทยของเรา หากแต่มุมมองของความต้องการให้บัวน้อยกลับไปตายที่ประเทศต้นกำเนิดตามที่หลายฝ่ายต้องการนั้น อาจเป็นเรื่องที่สามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปได้ แต่ผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องต่อกิจการสวนสัตว์ ไม่สมควรใช้คำว่า " ติดคุก " กับสัตว์ในสวนสัตว์
ทั้งนี้ ทางสวนสัตว์พาต้าจะไม่ขอกล่าวถึงสนธิสัญญาไซเตส (CITES) ที่ห้ามซื้อขายสัตว์ต้องห้ามบางจำพวก เช่น ลิงกอริลลา เพียงแต่ต้องการให้ข้อมูลความจริงว่า ที่ผ่านมา สวนสัตว์พาต้า ได้ให้ความรักและการดูแลเอาใจใส่กับบัวน้อยอย่างดีที่สุด
ถึงแม้ระยะหลังบริษัทจะต้องประสบกับภาวะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารผู้มีอำนาจจะได้เจรจาหรือตั้งราคาบัวน้อยเพื่อให้ได้มาซึ่งการทดแทนด้วยผลกำไรจากสิ่งที่เรารัก และหวงแหนมากที่สุด
สุดท้าย ขอให้ข้อมูลนี้เป็นสิ่งที่นำพาไปสู่ความเข้าใจ จากผู้ที่มีความรัก ความผูกพันต่อสิ่งมีชีวิต เช่นบัวน้อยและทีมงานสวนสัตว์พาต้า …. จากใจ”
ที่มา
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_3630451
https://www.pptvhd36.com/news/สังคม/183017?fbclid=IwAR2RIAUyFH-L5M3YqRDZGYNJKq-PJ2z1DgODvFZWPiv4lzQCu5j7GrGrLqk
https://www.thaipbs.or.th/news/content/320682
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3268107813429977&id=1550060755234700