โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“นกแอร์” รุกปักธงสุวรรณภูมิ เสริมแกร่งฮับเชียงใหม่-เพิ่มทางเลือก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ค. 2565 เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2565 เวลา 06.05 น.
วุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน)

“นกแอร์” ขยายฐานบินสู่สุวรรณภูมิ หวังเพิ่มทางเลือกผู้โดยสาร เผยนำร่องด้วยเส้นทางบินสุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ ก.ย. 65 นี้ พร้อมเสริมความแกร่งฮับบินเชียงใหม่สู่เส้นทางทั้งในประเทศ-ต่างประเทศอีกเพียบ ล่าสุดเตรียมเพิ่มเครื่องใหม่อีก 6 ลำ รองรับแผนธุรกิจในอนาคต มั่นใจออกจากแผนฟื้นฟูได้ภายใน 5 ปี

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้สายการบินนกแอร์มีแผนเพิ่มฐานการบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเส้นทางบินแรกคือ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่เชียงใหม่ ในช่วงเดือนกันยายน 2565 นี้ จากนั้นจะพิจารณาขยายเส้นทางบินไปยังเมืองอื่น ๆ ในลำดับต่อไป เช่น ภูเก็ต สกลนคร อุบลราชธานี เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้โดยสาร

รวมถึงมีแผนสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานการบินที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาเส้นทางบินระหว่างประเทศเชื่อมกับท่าอากาศยานเชียงใหม่ เช่น เวียดนาม ไต้หวัน พม่า สิงคโปร์ เป็นต้น จากปัจจุบันให้บริการเส้นทางบินจากท่าอากาศยานเชียงใหม่สู่กรุงเทพฯ (ดอนเมือง), อุบลราชธานี, ขอนแก่น อุดรธานี และเส้นทางบินเชียงใหม่-นครราชสีมา โดยจะเริ่มวันที่ 2 สิงหาคม 2565 นี้ และเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ซึ่งจะเริ่มให้บริการเดือนตุลาคมนี้

สำหรับเส้นทางบินต่างประเทศนั้น นายวุฒิภูมิกล่าวว่า ได้เตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-โฮจิมินห์ และกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ย่างกุ้ง ให้มากขึ้น รวมถึงพิจารณาขยายเส้นทางไปยังไต้หวัน ดานัง (เวียดนาม) สิงคโปร์ และอินเดีย ภายในปีนี้ด้วย

นายวุฒิภูมิกล่าวว่า จากแผนงานดังกล่าวนี้ทำให้สายการบินมีแผนการเพิ่มจำนวนเครื่องบินอีก 6 ลำ (โบอิ้ง 737-800 NG) จากปัจจุบันที่มีฝูงบินจำนวนทั้งสิ้น 17 ลำ แบ่งเป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 NG จำนวน 14 ลำ สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุดเที่ยวบินละ 189 ที่นั่ง และเครื่องบิน บอมบาร์ดิเอร์ แดช 8 คิว 400 (Dash 8 Q400) จำนวน 3 ลำ ซึ่งลดลงจากเดิม 8 ลำ

“ในครึ่งปีหลังนี้สายการบินยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ทัวร์เที่ยวไทย ประกอบกับรัฐบาลยังได้ต่ออายุมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่นที่ใช้ในประเทศ” นายวุฒิภูมิกล่าว

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการบินยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยปัจจุบันค่าน้ำมันเป็นต้นทุนที่สายการบินต้องแบกรับถึง 48% จากเดิมที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 30% ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้สายการบินต้องระมัดระวังความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากสายการบินมีค่าใช้จ่ายที่ใช้เงินสกุลดอลลาร์อยู่ราว 70%

นอกจากนี้ยังมีประเด็นของสถานการณ์การเมืองภายในของแต่ละประเทศ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงนโยบายการเปิดประเทศต่าง ๆ เช่น จีน ส่งผลต่อเป้าหมายจำนวนผู้โดยสารของสายการบินทั้งสิ้น

นายวุฒิภูมิยังกล่าวถึงความคืบหน้าแผนฟื้นฟูธุรกิจด้วยว่า ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ระบุไว้ว่า มูลค่าหนี้ประมาณ 5,800 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่แน่นอน เนื่องจากมีเจ้าหนี้บางส่วนยังไม่สามารถตกลงกับบริษัทได้ แต่ที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินการชำระหนี้ไปบางส่วนแล้ว และชำระแบบตรงตามเวลา จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

โดยในแผนฟื้นฟูที่วางไว้ในปี 2565 สายการบินจะต้องกู้ยืมเงินเพิ่มอีก 300 ล้านบาท แต่ในปัจจุบันสภาพคล่องของสายการบินยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ จึงยังไม่มีการกู้เงินตามแผนที่วางไว้ สำหรับปี 2566 นั้นตามแผนจะต้องเพิ่มทุนอีก 600 ล้านบาท เพื่อรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง B737-800 เพิ่มจำนวน 6 ลำ ใช้จ่ายในงานซ่อมบำรุง และการเพิ่มสภาพคล่องเพื่อดำเนินธุรกิจต่อไป โดยมั่นใจว่า ภายใน 5 ปี จะสามารถออกจากแผนฟื้นฟูได้ ซึ่งขณะนี้หนี้ก้อนใหญ่ที่เป็นของผู้ถือหุ้น มูลค่า 2,700 ล้านบาท บริษัทจะชำระทั้งหมดก่อนออกจากแผนฟื้นฟู ตามที่วางแผนไว้

“เราคาดว่าปี 2566 จะเป็นปีที่เราหยุดขาดทุนแล้ว และเชื่อว่าใน 5 ปี เราจะสามารถออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้” นายวุฒิภูมิกล่าว และว่า สำหรับปี 2565 นี้สายการบินตั้งเป้ามีอัตราการขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 85% ให้บริการขนส่งผู้โดยสาร 4 ล้านคน หรือราว 48% ของปี 2562 ที่ขนส่งผู้โดยสารประมาณ 8.25 ล้านคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...