โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดแผน ททท. พลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ปี 2566 ปั้นรายได้ 1.73-2.38 ล้านล้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ก.ค. 2565 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2565 เวลา 00.58 น. • The Bangkok Insight

ททท. ลั่นปี 2566 ปีแห่งการเริ่มต้นและพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดแผนดึงตลาดระยะไกล-ระยะใกล้ ตลาดในประเทศ ตั้งเป้ารายได้ 2.38 ล้านล้านบาท

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยทิศทางและแนวทางการส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวของ ททท. ประจำปี 2566 ว่า ปี 2566 ที่กำลังจะมาถึง จะเป็นปีแห่งการเริ่มต้นและพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ททท. ได้กำหนดทิศทางการตลาด ให้สอดคล้องกับแผนวิสาหกิจองค์กร ททท. ปี 2566-2570 ภายใต้วิสัยทัศน์ ที่ว่า ททท. เป็นผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยในการสร้างประสบการณ์ทรงคุณค่ามุ่งสู่ความยั่งยืน

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ททท. เตรียมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูในทุกมิติ ตาม 3 วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

  • Drive Demand มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน
  • Shape Supply สร้างคุณค่าและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่านการสร้างระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวใหม่ (New Tourism Ecosystem)
  • Thrive for Excellence ยกระดับองค์กรสู่องค์กรสมรรถนะสูง มุ่งสู่การเป็น Data Driven Organization เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาด สู่หมุดหมายของการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนผ่านสู่ High Value & Sustainable Tourism อย่างแท้จริง

ปี 2566 นับเป็นปีแห่งความท้าทาย ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่บทต่อไปอย่างแข็งแรงอีกครั้ง

สำหรับการทำตลาดต่างประเทศ ททท. ยังให้ความสำคัญกับการ Save Partner โดยเฉพาะธุรกิจสายการบินเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากการเพิ่มความจุที่นั่ง (Seat Capacity) โดยดึงฐานลูกค้าเดิมในพื้นที่ตลาดหลักที่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถออกเดินทางท่องเที่ยวได้แกิ เน้นกระตุ้นความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มคุณภาพ อาทิ กลุ่มมิลเลนเนียลส์ กลุ่ม Gen X และ กลุ่ม Silver-Age-People (SAP)

พร้อมกันนี้ จะเจาะขยายฐานตลาดกลุ่มความสนใจพิเศษโดยเฉพาะ กลุ่ม Health & Wellness กลุ่มท่องเที่ยวเชิงกีฬา กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกลุ่มตลาดเฉพาะใหม่ ๆ อาทิ กลุ่ม Digital nomad และ กลุ่ม Telework

ในส่วนของตลาดระยะไกล (Long-Haul Markets) มองว่า ปี 2566 จะเป็น Time is the New Currency ที่จะแสวงหากลุ่มตลาดที่มีเวลาพักผ่อน และซึบซับประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ในประเทศไทย อาทิ กลุ่ม Health & Wellness, Family with Kids, Active Senior และ Telework

ขณะที่ ททท. จะส่งเสริมการตลาดใน 2 แนวทาง ได้แก่

1. การส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ผสมผสานกลยุทธ์ City Marketing โดยแสวงหาความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งมอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

2. การเปิดตลาดเชิงพื้นที่ใหม่ ๆ สร้างการรับรู้และส่งเสริมตลาดในประเทศใหม่ เช่น ซาอุดิอาระเบีย ที่มีโอกาสผลักดันให้เกิดการขยายตัวทั้งในด้านจำนวนและรายได้ และขยายพื้นที่ไปเมืองรองในตลาดเดิม เน้นไปที่ตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฐานตลาดเดิมของประเทศไทย และจะขยายพื้นที่ส่งเสริมตลาดให้ครอบคลุมเมืองรองขนาดใหญ่มากขึ้น

ด้าน ตลาดระยะใกล้ (Short-Haul Market) จะมุ่งสร้าง The Great Resumption ผ่าน กลยุทธ์ 2Q ได้แก่

  • Quick Win ด้วยการฟื้นคืนฐานตลาดกลุ่มกระแสหลัก เจาะกลุ่มคุณภาพ กระตุ้นกลุ่ม Revisit
  • Quality มุ่งเพิ่มจำนวน ความถี่และกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มความสนใจพิเศษ อาทิ กลุ่ม Health & Wellness, Wedding and Honeymoon Sport Tourism และ Luxury

พร้อมกันนี้ ยังชูกลยุทธ์ 5 News ประกอบด้วย

  • New segment เจาะกลุ่มตลาดศักยภาพกลุ่มใหม่ๆ ที่มีแนวโน้มเติบโต
  • New area เจาะพื้นที่ตลาดใหม่
  • New partner ร่วมมือกับคู่ค้าพันธมิตรรายใหม่
  • New infrastructure ใช้ประโยชน์จากการคมนาคมรูปแบบใหม่ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • New way เสนอการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ชูเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมการตลาดตอกย้ำความเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และผลักดันการเพิ่มโอกาสในการเดินทางเข้าถึงประเทศไทยทั้งการเดินทางทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

ตลาดในประเทศ ททท. จะกระตุ้นความต้องการเดินทางของคนไทย สอดรับกับแคมเปญสื่อสาร เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม ต่อยอดทิศทางส่งเสริมตลาด 5 ภาค ภายใต้แคมเปญ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย…เที่ยวได้ทุกวัน ชูความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ของแต่ละภาค

ทั้งนี้ ททท. ตั้งเป้าหมายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ปี 2566 ให้กลับมา 80% ของปี 2562 บนพื้นฐานของสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างเป็นไปได้ (Base Case Scenario) โดยคาดว่าจะมีรายได้จาก
การท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 1.73 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากต่างประเทศ 970,000 ล้านบาท และรายได้หมุนเวียนจากตลาดคนไทย 760,000 ล้านบาท

ขณะที่ภายใต้สถานการณ์ท่องเที่ยวที่เอื้ออำนวยในทุกด้าน (Best Case Scenario) คาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 2.38 ล้านล้านบาท ประกอบด้วยสัดส่วนของรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 880,000 ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...