โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"เส้นใยผ้า" อัจฉริยะ ฝีมือคนไทย ยับยั้งไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา 99%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 เม.ย. 2565 เวลา 16.01 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 23.45 น.

ในสภาพแวดล้อมปัจจุบันไม่ใช่แค่ต้องพบเจอกับไวรัส "โควิด-19" เท่านั้น แต่ยังมีเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา อีกด้วย การที่มีที่ "เส้นใยผ้า" ที่สามารถป้องกัน ยับยั้งเชื้อเหล่านั้นได้ จึงนับเป็นทางเลือก โดยเฉพาะ “หน้ากากผ้า” ที่มีความจำเป็นในการป้องกันโรค

เป็นที่มาของการพัฒนานวัตกรรมเส้นใยอัจฉริยะ “QVIRA” (คิวไวร่า) โดย บริษัท ไอเคคร๊าฟท์ จำกัด ที่มีบริษัทแม่อย่าง บริษัทคาร์เปท เมกเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัท อินเตอร์ไกร จ.ขอนแก่น ที่ทำธุรกิจพรมทอมือและผลิตภัณฑ์สิ่งทอส่งออกมานานกว่า 30 ปี สู่การพัฒนาพรมฆ่าเชื้อนาโนเทคโนโลยีเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา และต่อยอดสู่การพัฒนาเส้นใย อัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยี Zinc Nano Tech ร่วมกับ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ที่สามารถ ยับยั้งไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ประสิทธิภาพถึง 99% สามารถนำมาผลิตเป็นหน้ากากอนามัย และสินค้าในชีวิตประจำวันได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ ผ้าคลุม กระเป๋า ฯลฯ ถือเป็นการยกระดับ นวัตกรรมสิ่งทอ ปราศจากสารเคมี และสารเคลือบอันตราย พร้อมยื่นจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับ เส้นใยผ้าอัจฉริยะ “QVIRA” (คิวไวร่า) เป็นเทคโนโลยี Zinc Nano Tech ซึ่งการผสมนาโนสังกะสี (Zinc) เข้าไปในระดับเส้นใยผ้าซึ่งมีไอออนประจุบวก ที่สามารถทำลายเปลือกหนามโปรตีนหุ้มเซลล์ไวรัสที่มีไอออนประจุลบ ด้วยกระบวนแลกเปลี่ยนประจุไอออน ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ไวรัสอ่อนแอลง ทำให้ไวรัสไร้สมรรถภาพและไม่สามารถเพิ่มจำนวนต่อไปได้ ไม่ใช่เพียงเคลือบสารไว้บนผิวของเนื้อผ้า แต่เป็นการถักทอคุณสมบัติพิเศษที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสเข้าไปในเส้นใย แล้วจึงทอออกมาเป็นเนื้อผ้า ทำให้คุณสมบัติในการป้องกันเชื้อโรคของ QVIRA มีความทนทาน คงทน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

“ดร.กฤษณา สุขบุญญสถิตย์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเคคร๊าฟท์ จำกัด กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัว นวัตกรรมเส้นใยอัจฉริยะ QVIRA ณ RISC โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด โดยอธิบายว่า QVIRA ผ่านการทดสอบคุณสมบัติยับยั้งไวรัสตามมาตรฐาน ISO 18184 ได้รับการรับรองจากสถาบันชั้นนำระดับโลก 3 สถาบัน ได้แก่ สถาบัน Nelson Labs ในสหรัฐอเมริกา, สถาบัน SGS ในฮ่องกง และสถาบัน MSL ในอังกฤษ

“พร้อมกับผ่านการทดสอบจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ พิสูจน์แล้วว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสได้แม้ผ่านการซักทำความสะอาดกว่า 150 ครั้ง คุณสมบัติยังคงเหลืออยู่ 99.95% โดยสามารถซักได้ตามปกติไม่มีข้อจำกัดในการซัก นอกจากนี้ เส้นใย QVIRA ผ่านการทดสอบและรับรองโดยมาตรฐาน OEKO-TEX Standard 100 – Class 1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลควบคุมปริมาณสารเคมี 100 รายการให้ปลอดภัยต่อผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ Class 1 สำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ปลอดภัย สำหรับเด็กแรกเกิด ถึง 3 ขวบ"

"ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์จากเส้นใย QVIRA ไม่มีสารพิษหรือสารเคมีที่เป็น อันตรายต่อร่างกาย ปลอดภัยต่อเด็กทารก สตรีมีครรภ์ รวมถึงผู้สูงอายุ หรือแม้ผิวบอบบาง รวมไปถึงสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย แกรมบวกและแกรมลบ เชื้อรา และสามารถยับยั้งไรฝุ่นอีกด้วย”

พัฒนาสู่เส้นใยรีไซเคิล

นอกจากนี้ QVIRA ยังพัฒนาร่วมกับ เส้นใย MONSILK™ ของบริษัทแม่ ที่นำขยะพลาสติกมาผ่านกรรมวิธี Upcycling จนเป็นเส้นใยผ้าคุณภาพสูง ขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคด้วยการผลิตสินค้าจากเส้นใยผ้า QVIRA ภายใต้แบรนด์ GoodsMaker ซึ่งเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น หน้ากากผ้า, ถุงมือ และผ้าเช็ดอเนกประสงค์ โดยมุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย และทีมวิจัยของไทย ทำให้เกิดความชำนาญในตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอ เพื่อสร้างสรรค์สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชีวิต และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ในส่วนของเส้นใย MONSILK™ จากขยะพลาสติก ผ่านกระบวนการทำความสะอาดตามมาตรฐานมั่นใจในความปลอดภัย โดยขวดพลาสติก 2 ขวด ทำหน้ากากอนามัยได้ 1 ชิ้น ใช้ขวดพลาสติก 100% และผสม Zinc Nano Tech รวมถึง กระเป๋า ผ้าคลุมไหล่ ก็ใช้พลาสติก 100% เช่นกัน

“คาดหวังว่าเส้นใยผ้า QVIRA จะสามารถช่วยให้การใช้ชีวิตของคนไทยมีความปลอดภัย ห่างไกลจากเชื้อไวรัสมากขึ้นในช่วงที่ทุกคนจะต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 และคาดหวังว่าจะสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้บริโภคด้วยการปกป้องจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและไรฝุ่นต่างๆ อีกทั้ง ยังเป็นการลดปริมาณขยะพลาสติกที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และรักษาสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน”

ขณะเดียวกัน ในอนาคตมองว่าหากการสั่งตัดเย็บมีมากขึ้น มีแผนการขยายซัพพลายเชน และช่วยเหลือโรงงานใกล้เคียง ให้เติบโตไปด้วยกัน สร้างงานเชื่อมต่อ โดยเฉพาะโรงงานในไทยที่ถูกย้ายฐานไปต่างประเทศเยอะ อาจมีการกระจายงาน โดยไอเคคร๊าฟท์เป็นผู้ควบคุมคุณภาพให้ รวมถึง อยู่ระหว่างการพัฒนาผ้าติดแผล QVIRA เพื่อลดการสะสมของเชื้อ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนพัฒนา

ในเบื้องต้น จะเน้นที่การทำธุรกิจในรูปแบบ B2B (Business-to-Business) สร้างการรับรู้ในระดับองค์กร เช่น การทำหน้ากากอนามัย เสื้อ ที่ใช้ในองค์กร เพื่อให้มีโอกาสได้อธิบายคุณสมบัติของเนื้อผ้าให้กับลูกค้าได้รับรู้ โดยที่ผ่านมามี บริษัทฯ ชั้นนำของไทยมาร่วมเป็นพันธมิตรนำเส้นใยผ้าอัจฉริยะ QVIRA มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อบุคลากรภายในแล้ว เช่น หน้ากากอนามัย SCB และ เซ็นทรัล เป็นต้น รวมถึง โครงการ The Forestias by MQDC ซึ่งใช้ผ้าและพรมที่มีเส้นใย Zinc Nano Tech อีกด้วย ในปีนี้ตั้งเป้าพันธมิตร 10-15 ราย และมีรายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...