“ปิดกองทุน” ได้...ถ้าเข้าเกณฑ์ ‘เงื่อนไข’
“การปิดกองทุน” หรือศัพท์ทางการที่เรียกว่า “การเลิกกองทุน” นั้น จริงๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่ประการใด
ตัวอย่าง ‘กองทุน Term Fund’ ‘กอง Trigger Fund’ ที่ฮิตเป้าหมาย หรือ ‘กองทุนอสังหาริมทรัพย์-Lease Hold’ เมื่อครบอายุกองทุนก็จะปิดกองไปตามเงื่อนไขการลงทุนที่ระบุไว้
แต่ที่นักลงทุนสนใจคงเป็น “การปิดกองทุน” ของกองทุนรวมปกติทั่วไปมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงเดือนมี.ค.20 ที่ผ่านมา ก็มีการประกาศปิด 4 กองทุนตราสารหนี้ของบลจ.บางแห่งไป
แล้วกองทุนที่ลงทุนอยู่วันใดจะเจอปิด จะปิดบนเงื่อนไขอะไรบ้าง
วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน
“กองทุนรวม”…ปิดได้ ถ้าเข้า ‘เงื่อนไข’ ในการยกเลิกกองทุน
บางกองทุนก็มีเงื่อนไขใน ‘การปิดกองทุน’ ระบุไว้ตั้งแต่ตั้งกองทุน เช่น กองทุน Term Fund, กอง Trigger Fund หรือกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทสิทธิการเช่า (Lease Hold) ในกรณีที่ไม่ได้มีการลงทุนเพิ่มเติมอะไร เป็นต้น ตรงนั้นเชื่อว่านักลงทุนที่ลงทุนอยู่คงคุ้นเคยกันเป็นปกติอยู่แล้ว
แต่ถ้าเป็น ‘กองทุนรวม’ ปกติ การจะ ‘ปิดกองทุน’ หรือ ‘การเลิกกองทุน’ ทำได้หรือไม่ ภายใต้เงื่อนไขใด ต้องตอบว่า… ‘ทำได้’ และมีอยู่ใน ‘ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 87/2558’
แล้วไม่ใช่เพียงแค่ 4 กองทุนตราสารหนี้ ที่มีการปิดกันไปเมื่อช่วงเดือนมี.ค.20 ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริง ‘การปิดกองทุน’ คงมีมาตลอดเป็นระยะๆ เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าวคราวเท่านั้นเอง เพราะถือเป็นเรื่องปกติ หากเข้าเงื่อนไขในการที่จะ ‘ปิดกองทุน’ นะ ซึ่งเงื่อนไขในการปิดกองทุนก็จะมีระบุไว้ค่อนข้างชัดเจน
“แต่เงื่อนไขที่พบในการใช้ ‘ปิดกองทุน’ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของจำนวนผู้ถือหน่วยลงทุนลดลงเหลือ ‘น้อยกว่า 35ราย’ หรือกองทุนมีมูลค่าหน่วยลงทุนที่ขายได้แล้วทั้งหมดคำนวณตามมูลค่าที่ตราไว้ของหน่วยลงทุนลดลงเหลือ ‘น้อยกว่า 50 ล้าน บาท’ เป็นสำคัญ”
เมื่อเห็นเงื่อนไขการ ‘ปิดกองทุน’ ส่วนใหญ่ที่เจอกันแล้วจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม จึงไม่ได้เป็นข่าวคราวอะไรขึ้นมา เพราะกองทุนมีขนาดเล็กมากจนอาจไม่คุ้มที่จะมาบริหารต่อไป หรือมีจำนวนผู้ถือหน่วยเหลือน้อยมาก ผู้ได้รับผลกระทบก็จะจำกัดนั่นเอง
“ส่วนกรณีการปิด 4 กองทุนตราสารหนี้ขนาดใหญ่ที่ผ่านมานั้น เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งซึ่งมีระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของกองทุนและเป็นไปเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งทางสำนักงานก.ล.ต.ก็ยอมรับว่าเป็นสิทธิของบลจ.ที่สามารถกระทำได้เช่นกัน”
“กองทุนรวม” มีมากมายหลากหลายให้ ‘เลือกลงทุน’
เมื่อมี ‘การปิดกองทุน’ ทางกองทุนก็จะดำเนินการดังนี้
1) ยุติการรับคำสั่งซื้อและคำสั่งขายคืน
2) แจ้งผู้ถือหน่วยและสำนักงานก.ล.ต. ภายใน 3 วันทำการ
3) จำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินเพื่อรวบรวมเงินภายใน 5 วันทำการ
4) ชำระค่าขายคืนภายใน 10 วันทำการและเมื่อชำระค่าขายคืนแล้ว ให้ถือว่า ‘เลิกกองทุน’
“ดังนั้น ถ้ากองทุนรวมไหนกำลังจะ ‘ปิดกองทุน’ จะมีประกาศแจ้งให้นักลงทุนได้ทราบว่า กองทุนหยุดรับคำสั่งซื้อ/ขายคืน/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนนั่นเอง แต่เมื่อไปประกาศกับกองทุนที่มีขนาดใหญ่จึงทำให้นักลงทุนตื่นตกใจจนต้องออกมาชี้แจงกัน”
‘การปิดกองทุน’ เมื่อเข้าเงื่อนไข ในบางครั้งก็เกิดจากความ ‘ตั้งใจ’ ของบลจ.เอง เช่น อยากยุบกองทุนที่มีนโยบายคล้ายกัน หรือกองทุนที่อยากปิด แต่ไม่สามารถขอ ‘มติผู้ถือหน่วย’ ได้ ก็แนะนำให้ผู้ถือหน่วยขายออกจากกองเก่าไปอยู่กองทุนเป้าหมาย เมื่อ ‘กองทุนเก่า’ มีผู้ถือหน่วยน้อยกว่า 35 ราย หรือมีมูลค่ากองทุนต่ำกว่า 50 ล้านบาท ก็ค่อย ‘เลิกกองทุน’ ไป เป็นต้น
“เพราะกองทุนรวมปัจจุบันมีมากมายให้เลือกลงทุน ‘การปิดกอง’ ก็อาจเป็นโอกาสให้คุณได้มองหาโอกาสการลงทุนอื่นที่อาจจะมีความน่าสนใจมากกว่าได้เช่นกัน ถ้าคิดในมุมบวกนะ”
ท้ายสุดแล้ว การ ‘ตั้งกองทุน’ และ ‘การปิดกองทุน’ ก็ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สามารถทำได้ ถ้ามองด้วยความเข้าใจ ก็ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวลแต่ประการใด หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย