โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ขนมโตเกียว” ทำไมมีแค่ในไทย แต่หากินไม่ได้ในโตเกียว

LINE TODAY

เผยแพร่ 27 พ.ย. 2561 เวลา 09.25 น. • @mint.nisara

หนึ่งในประเภทขนมหวานที่ผูกพันกับเรามาตั้งแต่ในวัยเด็กอย่าง "ขนมโตเกียว" คงอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน และสำหรับบางคนเจ้าขนมโตเกียวก็อาจจะยังเป็นเมนูที่กินได้ไม่รู้เบื่อด้วย แต่สำหรับเรา มันคือปริศนา..

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างที่นั่งรอคุณป้าแม่ค้าปรุงขนมโตเกียวที่สั่งไป เราก็เริ่มถกกันในประเด็นที่ว่า "ทำไมมันถึงถูกเรียกว่าขนมโตเกียว" ทั้ง ๆ ที่มีขายแค่ในเมืองไทย วัตถุดิบแต่ละอย่างก็ไม่ได้มีอะไรที่สามารถเกี่ยวโยงกับประเทศญี่ปุ่นได้ จะถั่วแดงก็ไม่ใช่ จะชาเขียวก็ไม่มี แถมเวลาไปเที่ยวโตเกียวทีไร ก็ไม่ยักเห็นว่าจะมีขาย แล้วทำไมต้องเป็นโตเกียวด้วยล่ะ

สันนิษฐานที่ 1 : จุดกำเนิดที่ไดมารู

อ้างอิงจากความคิดเห็นในพันทิพ เหตุผลที่ขนมโตเกียวได้รับชื่อนี้มาอาจเกี่ยวข้องกับจุดกำเนิดของมันที่ห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่นในเมืองไทยอย่างไดมารูที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2507 มีการนำเข้าขนมโดรายากิจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาขาย แต่ด้วยราคาที่สูง เลยมีผู้ขายในห้างคิดค้นดัดแปลงสูตรให้คล้ายคลึงกัน ขายในราคาที่ถูกกว่าและตั้งชื่อให้มันว่า "ขนมโตเกียว" เพราะขายในห้างญี่ปุ่น

สันนิษฐานที่ 2 : เพี้ยนจากคำว่า "โรเนียว"

อีกข้อสันนิษฐานคือคำว่า "ขนมโตเกียว" เพี้ยนมาจากชื่อที่ถูกเรียกเล่น ๆ ว่า "ขนมโรเนียว"​ ที่มาของชื่อนี้คือวิธีในการทำที่คนขายจะต้องวนแผ่นแป้งเป็นวงกลมบนกระทะเหล็กเหมือนการโรเนียว ศัพท์ที่เรียกเลยเพี้ยนจากคำว่า โรเนียว เป็น โรเกลียว จนสุดท้ายกลายเป็น โตเกียว ในที่สุด

สันนิษฐานที่ 3 : ตัวอักษรคล้ายภาษาญี่ปุ่นที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวขนม

อีกเรื่องที่ถูกเล่าต่อ ๆ กันมาก็คือตอนแรกไม่ได้ถูกเรียกว่า "ขนมโตเกียว" แต่เนื่องจากมีคนตาดีสังเกตเห็นว่าลวดลายข้างตัวขนมดูคล้ายกับตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น มันเลยถูกเรียกเพี้ยนมาเป็นขนมโตเกียวตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา

ไม่ว่าจุดกำเนิดของชื่อ "ขนมโตเกียว" จะมาจากไหน 50 กว่าปีที่ผ่านมากับความอร่อยที่ไม่เปลี่ยนแปลงน่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามันคือเมนูโปรดอย่างหนึ่งที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ชาติไทยไปซะแล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...