โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เซนติเนล" ชนพื้นเมืองที่ไม่ติดต่อโลกภายนอก-สังหารผู้มาเยือน เขาใช้ชีวิตอย่างไร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 พ.ค. 2566 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2566 เวลา 00.00 น.
ชนพื้นเมืองในเกาะเซนติเนลเล็งธนูมาที่เฮลิคอปเตอร์ของทางการอินเดีย ที่บินสำรวจผลจากสึนามิ เมื่อปี 2004 (ภาพจาก AFP PHOTO / INDIAN COAST GUARD / SURVIVAL INTERNATIONAL)

เซนติเนล ชนพื้นเมืองบนเกาะเซนติเนล ยึดมั่นกับจุดยืนเรื่องสังคมปิด ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก ถือเป็นอีกหนึ่งชนพื้นเมืองไม่กี่แห่งในโลก ที่ยังคงปิดตัวเองจากโลกภายนอกมาจนถึงปัจจุบัน กระทั่งหนุ่มชาวอเมริกันถูกยิงสังหารด้วยธนู

ข่าวที่ จอห์น อัลเลน เชา วัย 27 ปีจากรัฐอลาบาม่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกชนพื้นเมืองสังหารเมื่อปลายปี 2018 ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก จากปากคำของชาวประมงที่พาหนุ่มรายนี้เข้าไปบนเกาะเซนติเนลเหนือ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อ่าวเบงกอลของอินเดีย และเป็นเกาะในกลุ่มเกาะอันดามัน จอห์นถูกชนพื้นเมืองยิงด้วยธนู และนำร่างของหนุ่มแปลกหน้าจากโลกตะวันตกมาไว้บนชายหาด

“เซนติเนล” เป็นกลุ่มที่อาศัยบนเกาะขนาด 20 ตารางไมล์ (ประมาณ 32,000 ไร่) อย่างสงบสุข (และเชื่อว่าพวกเขาพอใจแบบนั้น) และเชื่อว่าพวกเขารักษาวิถีชีวิตแบบนี้มายาวนานกว่า 30,000 ปี บางแหล่งเชื่อว่าอาจมากกว่า 50,000 ปีด้วยซ้ำ

*อัปเดต : อย่างไรก็ตาม Vishvajit Pandya นักวิชาการที่ศึกษาเกี่ยวกับชนพื้นเมืองในอันดามัน แสดงความคิดเห็นว่า พวกเขาน่าจะมาจากการย้ายถิ่นฐานแบบตั้งใจ หรือไม่ก็ถูกผลักดันมาจากเกาะลิตเติลอันดามัน ( Little Andaman)*

ข้อมูลทางประชากรบนเกาะยังไม่แน่ชัด แต่แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่คาดคะเนว่า จำนวนชนพื้นเมืองที่อาศัยบนเกาะน่าจะมีอยู่ระหว่าง 50-150 ราย ข้อมูลจากการสำรวจจากระยะปลอดภัย เมื่อปี 2011 พบชนพื้นเมืองที่อยู่ในวิสัยทัศน์ 15 ราย คาดว่าจำนวนประชากร “เซนติเนล” น่าจะเริ่มลดลง

สำหรับการใช้ชีวิต เชื่อว่าประทังชีวิตด้วยการล่าหมูป่า และบริโภคอาหารทะเล อย่าง หอยลาย ผลไม้ และน้ำผึ้ง รายงานข่าวจากเดลิเมล์ อ้างว่า ชนพื้นเมืองกลุ่มนี้มีกิจกรรมทางเพศบนชายหาดอย่างเปิดเผย และแน่นอนว่าพวกเขาปฏิเสธการต้อนรับแขกส่วนใหญ่ และมักขับไล่อะไรก็ตามที่มีท่าที “รุกราน” ด้วยลูกศรอาบยาพิษ หรืออาวุธอย่างมีดขนาดใหญ่

รายงานจากสำนักข่าวบีบีซีระบุว่า นักวิชาการบางรายคาดคะเนว่า ชาวเซนติเนลบนเกาะ มีแนวโน้มเป็นกลุ่มคนที่เดินทางออกจากแอฟริกาเป็นกลุ่มแรกๆ คาดการณ์ว่าเส้นทางเดินทางคือเข้ามาผ่านทางตะวันออกกลาง เมียนมา และอินเดีย สุดท้ายก็มาถึงแถบเกาะอันดามัน บางกลุ่มอาศัยอยู่บนเกาะเซนติเนลที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ทางการเชื่อว่า พื้นที่สมบูรณ์ถึงขั้นที่ชนพื้นเมืองไม่จำเป็นต้องเพาะปลูกบนเกาะ ฝ่ายชายอาศัยการล่าเต่าและหมูป่าด้วยหอก ธนู และสร้างกับดัก ส่วนฝ่ายหญิงเก็บพืชผลและจับปลาด้วยตาข่ายที่ผลิตเอง ขณะที่บางกลุ่มออกเดินทางต่อ

ในหน้าร้อน ชนพื้นเมืองสามารถเก็บน้ำผึ้งบนเกาะ และใช้ใบไม้ที่มีสรรพคุณพิเศษสามารถขับไล่ผึ้งได้ นำมาทาตัว

การแต่งกายของชนพื้นเมืองบนเกาะ ส่วนใหญ่แล้วจะเปลือยกาย มีแค่บางรายที่ใช้ใบไม้ทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม หรือมีเครื่องประดับบ้าง และอาศัยอยู่ในกระท่อมขนาดเล็ก เป็นสังคมแบบครอบครัวขนาดย่อม

รายงานข่าวเผยว่า ช่วงหนึ่งกลุ่มชนพื้นเมืองต้องรักษาไฟหลายจุดให้ลุกตลอดเวลา เพื่อจะได้มีไฟใช้ (คาดว่าอาจจุดไฟลำบาก หรือมีปัญหาเรื่องทักษะการจุดไฟในคนบางรุ่น) ในแง่องค์ความรู้ของชนพื้นเมือง นักสำรวจคาดว่า ชนพื้นเมืองไม่สามารถนับเลขได้ แต่ยังมีองค์ความรู้แง่พฤกษศาสตร์ สัตววิทยา และเภสัชศาสตร์ ที่ใช้งานได้ แม้ว่าจะมีลักษณะแตกต่างจากความรู้สากล

เป็นที่รู้กันดีว่า ชนพื้นเมืองกลุ่มนี้ใช้วิธีรุนแรงตอบโต้กับสิ่งต่างๆ จากภายนอก ผู้ที่พยายามเข้าไปถ่ายทำสารคดีเมื่อปี 1974 ถูกยิงธนูใส่ขา และครั้งก่อนหน้าเหตุการณ์ของจอห์น คือเมื่อทางการอินเดียใช้เฮลิคอปเตอร์บินรอบหมู่เกาะ เพื่อสำรวจผลกระทบหลังสึนามิเมื่อปี 2004 ก็สามารถบันทึกภาพชนพื้นเมืองเล็งธนูมาที่เฮลิคอปเตอร์

สำหรับเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2004 หลายฝ่ายคาดว่า ชาวเซนติเนลรอดชีวิตจากภัยธรรมชาตินี้ เชื่อว่าพวกเขาน่าจะรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน และพอคาดการณ์ได้ว่าจะต้องมีคลื่นขนาดใหญ่ตามมา พวกเขามีที่หลบภัยบนต้นไม้ เชื่อว่าพวกเขาน่าจะนำไฟที่รักษาไว้ติดตัวไปด้วย

บันทึกของมาร์โค โปโล มีข้อความระบุถึงชนพื้นเมืองบนเกาะที่เขาพบว่า “พวกเขาเป็นกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงและโหดที่สุดจากที่กินทุกอย่างที่จับได้”

ช่วงที่อังกฤษล่าอาณานิคมในพื้นที่ช่วง ค.ศ. 1850 เซนติเนล ก็ไม่ได้ถูกรุกราน แต่ถูกปล่อยให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเกาะที่พวกเขามองว่าเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์

สำหรับข้อมูลที่มีบันทึกความพยายามติดต่อกับชนพื้นเมืองกลุ่มนี้พูดถึงเหตุการณ์เมื่อปี 1880 โดยทหารเรืออังกฤษชื่อมอรีซ พอร์ทแมน กลุ่มนายทหารของพอร์ทแมน จับกุมครอบครัวชนพื้นเมืองได้กลุ่มหนึ่งนำไปที่พอร์ท แบลร์ เมืองในเขตอันดามัน เมื่อไปถึงที่นั่นไม่นาน กลุ่มคนหนุ่มสาวก็เสียชีวิต (คาดว่าเป็นเพราะติดเชื้อจนป่วย) หลังจากนั้นพอร์ทแมนเปลี่ยนท่าที และรีบนำเด็กที่รอดชีวิตอีก 4 รายมาคืน พร้อมของขวัญ

ไม่มีใครติดต่อกลุ่มชนพื้นเมืองอีกเลย จนกระทั่งคณะของนักมานุษยวิทยาในยุค 1970s ซึ่งก็ถูกขับไล่ด้วยลูกธนูเช่นกัน ขณะที่ในปี 2006 มีรายงานข่าวชาวประมงอินเดียสองรายที่เมาจนเรือไปเกยบนเกาะโดยบังเอิญ ก็ถูกมีดขนาดใหญ่ฟันจนเสียชีวิต

เพิ่มเติม (27 พ.ย.) : มีรายงานนักมานุษยวิทยาจากแคชเมียร์สามารถเข้าไปมอบของกำนัลให้ชาวเซนติเนลได้ใกล้ชิด เมื่อปี 1991 (คลิกอ่านรายละเอียดที่นี่)

หากพิจารณาจากรายงานข่าวในหน้าสื่อต่างประเทศจากทั่วโลกที่รายงานว่า จอห์นมีเป้าหมายเดินทางมาที่เกาะนี้เพื่อ “ผจญภัย” และเผยแพร่ศาสนาคริสต์ “ปรากฏการณ์” นี้น่าจะถูกชนพื้นเมืองในพื้นที่ประเมินว่าเป็น “สิ่งรุกราน” และขับไล่ด้วยลูกศรอาบยาพิษ บางรายงานระบุว่า ชนพื้นเมืองลากเขาไปรอบชายหาด จนกระทั่งหนุ่มรายนี้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม จอห์นทราบดีถึงอันตรายที่เขาอาจได้รับทันทีที่ขึ้นเกาะ รายงานข่าวเผยว่า เขาเขียนจดหมายให้พ่อแม่ก่อนเดินทางไปที่นี่ เนื้อหาในจดหมายสะท้อนความคิดของจอห์นเรื่องความพยายามเผยแผ่ศาสนาคริสต์ และยังมีข้อความขอให้พ่อแม่อย่าโกรธเคืองชนพื้นเมืองหรือพระเจ้า หากเขาต้องเสียชีวิตลง

หากพิจารณาตามข้อมูลเบื้องต้นแล้ว จอห์นมีเจตนาดีส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของจอห์นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เนื่องจากการเข้าถึงเกาะแห่งนี้ถูกทางการสั่งห้าม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากโรคติดต่อภายนอกที่อาจส่งผลต่อชนพื้นเมือง นักวิชาการเชื่อว่า ชนพื้นเมืองที่ไม่มีภูมิคุ้มกันแข็งแกร่งพออาจถึงขั้นสูญพันธุ์ได้ เมื่อได้รับเชื้อจากโลกภายนอกจนป่วย ซึ่งทางการพยายามรักษาชนพื้นเมืองที่เชื่อกันว่าเป็นกลุ่มที่มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่เหลือรอดมาจากยุคหินให้ยังคงอยู่ต่อไป

ส่วนกลุ่มชาวประมงที่นำจอห์นไปที่เกาะก็ถูกจับกุม และคาดว่าพวกเขาน่าจะอยู่ในที่เกิดเหตุขณะจอห์น ถูกสังหาร แต่จนถึงวันนี้ (23 พ.ย. 2561) ไม่มีรายงานว่าทางการอินเดียจะดำเนินการหรือเข้าไปติดต่อชนพื้นเมืองหรือไม่ อย่างไร

สำหรับกลุ่มชนพื้นเมืองที่ยังรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมในโลกนี้เชื่อว่ามีจำนวนหลักร้อย อาทิ Yanomami ในบราซิล หรือชนพื้นเมือง Bo ในแถบเกาะอันดามัน ขณะที่ Ayoreo-Totobiegosode ในโบลิเวีย เชื่อว่าสมาชิกรายสุดท้ายเสียชีวิตไปเมื่อปี 2011

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

อ้างอิง :

Fryer, Jane. “World’s last Stone Age tribe: What life is REALLY like on the island cut off from everyone for 30,000 years where locals repel all visitors with poison arrows – and killed a young missionary”. Daily Mail. 23 Nov 2018,

“Who are the Sentinelese?”. BBC. 22 Nov 2018

ปรับปรุงเนื้อหาครั้งล่าสุดเมื่อ 5 กรกฎาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...