โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป้ามล ถอดบทเรียนคดี 'รุมโทรมเกาะแรด' ชวนผู้เสียหายกล้าพูดความจริง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 พ.ย. 2561 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2561 เวลา 07.58 น.
กิจกรรมพับนกกระดาษส่งแรงใจให้น้องและครอบครัวผู้กล้า..ลุกขึ้นสู้

ป้ามล ถอดบทเรียนคดี ‘รุมโทรมเกาะแรด’ ชวนผู้เสียหายกล้าพูดความจริง

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่เดอะฮอล์บางกอก หลักสี่ กรุงเทพฯ โครงการปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ มูลนิธิพิทักษ์สตรี และภาคีเครือข่าย จัดเสวนา “มองรอบด้าน …บทเรียนหลังคำพิพากษาคดีบ้านเกาะแรด จ.พังงา” ซึ่งมีนักสิทธิเด็ก สิทธิสตรี เครือข่ายภาคประชาสังคม ตลอดจนเยาวชนเข้าร่วมกว่า 50 คน

โดย นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เหตุการณ์รุมโทรมเด็กหญิงที่เกาะแรด จังหวัดพังงา สะท้อนถึงการใช้อำนาจทางเพศอย่างไร้ขอบเขต ความอ่อนแอของสังคมชุมชนที่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้ยังดำเนินต่อไป แทนที่จะตักเตือน ห้ามปราม เหตุการณ์จึงได้ลุกลามใหญ่โตดังคำพิพากษาของศาล ที่สั่งจำคุกจำเลย 11 คน ตั้งแต่ 15 ปี จนถึงตลอดชีวิต ตนจึงอยากส่งสัญญาณไปยังผู้ชายทั่วประเทศที่ใช้อำนาจทางเพศอย่างไร้ขอบเขต สักวันหนึ่งก็จะต้องรับผิดชอบในการกระทำ เรื่องนี้ไม่มีใครได้ลอยนวล ดูได้จากบทเรียนคดีค้ากามเด็กหญิง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ศาลสั่งจำคุกจำเลย 300 ปี และคดีรุมโทรมเด็กหญิงเกาะแรด และฝากไปยังผู้เสียหายคดีทางเพศต้องกล้าพูดความจริง เพราะความจริงจะนำไปสู่การลงโทษผู้ที่กระทำผิด แม้ผู้กระทำจะมีอิทธิพลหรือระบบอุปถัมภ์ค้ำจุนอย่างไรก็ตาม

ขณะที่ นายจิรวัฒน์ สวัสดิชัย อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดพังงา กล่าวว่า จุดแข็งของคดีนี้คือ เด็กผู้เสียหายสามารถจดจำเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ สามารถจดจำใบหน้าของผู้กระทำได้ทั้งหมด ช่วงเวลากระทำ และสามารถเบิกความได้อย่างแม่นยำในชั้นสืบพยาน ถือเป็นผู้เสียหายที่มีความกล้าและไม่เกรงกลัวอันตราย ทั้งนี้ จากการรับผิดชอบคดีดังกล่าว ทำให้ตนตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย ที่คนในชุมชนในหมู่บ้าน ญาติพี่น้องที่รู้จักกัน ทำไมถึงนิ่งเฉยและไปร่วมกระทำ โดยไม่คิดหาทางแก้ไขและป้องกันหรือให้ความช่วยเหลือเด็กและครอบครัว แต่กลับไปซ้ำเติมตัวเด็กและครอบครัว ฉะนั้นฝากสังคมให้ความเป็นธรรม หากพบเห็นให้ห้ามปราม และเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายด้วยการแจ้งหน่วยงานรัฐเข้าช่วยเหลือ

น.ส.อรวรรณ วิมลรังครัตน์ ทนายโจทย์ร่วม กล่าวว่า เคสนี้อาจจบด้วยการเจรจาไกล่เกลี่ย หากไม่ได้ความจริงจังของทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะแม่ของเด็กผู้เสียหายที่กล้าหาญมากในการปกป้องลูก ทั้งที่รู้ว่าหากลุกขึ้นมาเรียกร้องแล้ว จะกลับไปอยู่ถิ่นฐานไม่ได้อีก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีผู้กระทำผิดอีกจำนวนมากที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งน่ากังวลว่าครอบครัวนี้จะอยู่กันอย่างไร สังคมต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย เพราะพวกเขาลุกขึ้นมาต่อสู้นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ควรช่วยกันให้พวกเขาต้องอยู่ได้ในสังคมใหม่ที่ไปตั้งรกรากใหม่

นางดารารัตน์ สุเทศ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา กล่าวว่า บ้านพักฯ ถือว่าเป็นด่านแรกในการรับเคสนี้ แต่ในทางข้อมูลกลับมืดแปดด้านมองไม่ออก เพราะข้อมูลขัดแย้งกันไปหมดทั้งจากราชการ ชุมชน  ครอบครัวเด็ก จนสุดท้ายตัดสินใจเบื้องต้นคือต้องดึงตัวเด็กออกจากพื้นที่โดยไม่แยกเขาออกจากครอบครัว ขณะเด็กที่เด็กมีความหวาดกลัวมาก เรื่องของความไม่ปลอดภัยต่อเธอและครอบครัว  ภาวะพึ่งพิงของครอบครัวต่อชุมชน  และมันกระทบไปถึงญาติพี่น้องของเขาด้วยที่ถูกคุกคาม ข่มขู่ตลอดเวลาแม้แต่ขณะนี้เอง  เด็กและครอบครัวยังคงได้รับผลกระทยอยู่

“ทุกครั้งที่เด็กถูกเรียกตัวไปสอบสวน ให้การ หรือชี้ตัว เด็กจะมีอาการวิตก ผวา ความกลัวขนาดนอนละเมอ และฝัน เขาบอกว่าเหมือนผู้กระทำเข้าไปในบ้าน ยืนจังก้าต่อหน้าเขาแล้วหัวเราะหรือแม้หากมีใครเดินมาข้างหลังเขาก็จะผวาตลอด ซึ่งเราได้ปรึกษานักจิตวิทยาให้เข้ามาช่วยดูแล มันเป็นภาพคิดฝังใจอยู่ใต้จิตสำนึก ต้องเร่งบำบัดเยียวยา สภาพจิตใจอย่างมากที่สุด” นางดารารัตน์ ระบุ

 

 

– คดีรุมโทรมเกาะแรด ไม่จบ! ‘ป้ามล’ แฉ เด็ก 9 ขวบ ‘พยานปากเอก’ ถูกคุกคามข่มขู่ หมายเอาชีวิต

– ถอดบทเรียน คดีประวัติศาสตร์ “รุมโทรมเกาะแรด” ก้าวสำคัญงานยุติธรรมไม่อคติทางเพศ

– ปิดคดีดังรุมโทรมเด็กหญิง ‘เกาะแรด’ คืนความยุติธรรม เขย่าระบบคิด ‘ชายเป็นใหญ่’

– สุดหดหู่! ‘ป้ามล’ เผยเบื้องหลังพิพากษา คดีรุมโทรมเกาะแรด

– จำคุกตลอดชีวิต 11 ทรชนเกาะแรด รุมข่มขืน-บังคับ เด็กหญิงวัย 14 เสพยา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...