Red Dead Redemption 2: ย้อนอดีตสู่คืนวานวันรุ่งโรจน์ของกองโจรดัตช์และว่าที่เกมส์แห่งปี 2018!
ดูแบบวิดีโอพรีวิวได้ที่นี่!
อีกไม่กี่อึดใจพวกเราก็จะได้เล่น Red Dead Redemption 2 เกมส์ภาคต่อของซีรีย์ Open World ระดับพระกาฬจากทาง Rockstar Games ที่พวกเขา ยังคงชาญฉลาดด้านการตลาดอยู่เช่นเคย ด้วยการปล่อยตัวอย่างเกมเพลย์ออกมาใกล้เคียงช่วงวันวางจำหน่าย ที่แม้จะเป็นเพียง 6 นาทีกว่าๆ แต่ทุกวินาทีที่ผ่านไป “กลับกระตุ้นความกระสันอยากเป็นเจ้าของเกมส์นี้ให้แก่แฟนๆ ได้อย่างยิ่งยวด” แถมสิ่งที่เราได้เห็นกันนั้น ก็พอจะบอกอะไรได้หลายๆ อย่างถึงการเปลี่ยนแปลง พัฒนา และเพิ่มเสริมเข้ามาที่น่าสนใจ แต่ทั้งนี้ มันจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาร่วมสำรวจไปพร้อมๆ กันในบทความพรีวิวนี้ด้วยกันเถอะครับ
มุมมองที่ไม่เคยถูกเปิดที่ไหนมาก่อนของแก๊งนอกกฎหมาย "Dutch Van der Linde"
ภาพจาก http://www.ign.com/articles/2018/05/04/red-dead-redemption-2-a-whos-who-of-dutchs-gang
เป็นระยะเวลากว่า 18 ปี ที่เกมภาคล่าสุดนี้ ทิ้งห่างจากภาค Red Dead Redemption ที่แม้ในภาคดังกล่าวนี้ จะใช้ติดสอยห้อยตามเลข 2 ไว้ที่ท้ายชื่อว่า Red Dead Redemption 2 แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้น กลับเป็นการทวนเข็มนาฬิกาย้อนไปยังช่วงเวลา 12 ปีก่อนหน้าที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นและจบลงในภาค Red Dead Redemption (อ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในภาคก่อนหน้าได้ที่กล่องสปอยล์ข้างล่างนะ) และหากจะให้อธิบายเพิ่มเติม มันจะเป็นช่วงปี 1889 ที่อเมริกาได้เข้าสู่ช่วงยุคสมัยที่อันธพาลนอกรีตทั้งหลายได้ทยอยถูกผู้ใช้กฎหมายต้อนให้ยอมจำนนที่หากโชคดีก็จะถูกจับเป็น แต่ถ้าโชคร้ายก็จะถูกใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดคือการปลิดชีพ
[สปอยล์] เนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นใน Red Dead Redemption
Red Dead Redempton เป็นเรื่องราวของ John Marston (จอห์น มาร์สตัน) อดีตอาชญากรจากกลุ่ม Dutch Van Der Linde ที่ปัจจุบัน เขาพยายามจะมีชีวิตดั่งปุถุชนธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อ Edgar Ross (เอ็ดการ์ รอสส์) เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลาง ต้องการจับเป็นและตายอดีตสมาชิกร่วมแก๊งของเขาทั้งหมด รอสส์จึงสั่งให้คนของเขาเฝ้าและคุมตัวครอบครัวของมาร์สตันไว้ มาร์สตันจึงจำต้องไถ่อิสระภาพของตนเองและคนที่รักกลับคืนมาด้วยการกวาดล้างเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในอดีตของตนทั้งหมด
มาร์ตันทำภารกิจดังกล่าวสำเร็จลุล่วง รอสส์จึงทำตามสัญญาและถอนกำลังพลของตนออกจากบ้านของมาร์สตัน เขาและครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง และเขาสัญญาว่าจะเลิกข้องเกี่ยวหนทางแห่งอาชญากรรมตลอดไป
แต่แล้ววันหนึ่ง กลับมีกองกำลังทางภาครัฐเข้ามาโอบล้อมบ้านของมาร์สตันเพื่อหมายจะจับตายเขา ซึ่งในไม่กี่อึดใจต่อมา มาร์สตันก็ได้รับรู้ว่ากลุ่มกองกำลังดังกล่าวมาตามคำสั่งของรอสส์ ผู้ที่ต้องการจะตามเก็บสมาชิกจากแก๊ง Dutch Van Der Linde ทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่สมาชิกคนสุดท้ายของแก๊งที่กล่าวมาที่เขายืมตัวมาใช้งานอย่างมาร์สตัน
มาร์สตันได้ปกป้องครอบครัวจากกลุ่มกองกำลังทางภาครัฐจนหมดทางหนีทีไล่ในที่สุด เขาจึงทำการถ่วงเวลาให้ลูกและภรรยาของตนหนีรอดปลอดภัยด้วยการรับศึกหนึกจากศัตรูมากหน้าหลายตาจนท้ายที่สุดมาร์สตันก็ได้จบชีวิตลงด้วยการกระสุนนับสิบจากปลายกระบอกปืนของรอสส์และพลพรรคของเขา
ใน 3 ปีถัดมา ลูกชายมาร์สตันได้ตามรอยรอสส์ที่หมดอำนาจทางภาครัฐเพราะเกษียณจากหน้าที่จนเจอ และได้ปลิดชีพเขาเพื่อล้างแค้นให้ได้สำเร็จด้วยทักษะ "สิงห์ปืนไว" ความสามารถของมาร์สตันที่ส่งต่อและหลงเหลือไว้ให้กับลูกของเขา
ตัวละครเอกที่ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทในภาคนี้ จะกลายเป็น Arthur Morgan (อาร์เธอ มอร์แกน) รองหัวหน้าและผู้บังคับบัญชาการของแก๊ง Dutch Van der Linde (ดัทช์ วาน เดอ ลินด์) แทนที่ John Marston (จอห์น มาร์สตัน) ตัวเอกจากภาคก่อนหน้า ที่ในภาคนี้เราจะยังได้พบเจอเขาในฐานะหนึ่งในสมาชิกวัยหนุ่มที่ยังอ่อนประสบการณ์
ซึ่งตัวเกมส์ในภาคนี้จะเน้นหนักไปที่ยังเหตุการณ์และวันวานอันรุ่งโรจน์ของแก๊ง Dutch Van der Linde กลุ่มคนนอกกฎหมายที่ปล้นทรัพย์สินมีค่าเฉพาะคนรวย หรือจากสถานที่กักเก็บทรัพย์สินของพวกคนรวยอย่างธนาคาร และขบวนรถไฟขนส่งของมีค่า
โดยตัวเกมส์จะดำเนินเรื่องราวต่อจากเหตุการณ์การปล้นที่เกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ Blackwater ซึ่งแก๊ง Van der Linde ต้องหลบหนีจากการตามล่าและจับกุมจากเจ้าหน้าที่ของภาครัฐรวมทั้งนักล่าค่าหัวระดับพระกาฬที่หมายจะทลายแก๊งของเราให้สิ้นซาก อาร์เธอ จึงต้องหาหนทางที่จะช่วยผองเพื่อนในแก๊งที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัว พร้อมต้องเลือกว่ายึดมั่นในอุดมการณ์ของตนหรือจะจงรักภักดีต่อกองโจรที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมา
แม้การนำเสนอเนื้อเรื่องที่ถูกหยิบจับมาใช้ในโลกของภาพยนตร์อย่างบ่อยครั้งไปเสียหน่อย กับการที่ตัวเอกจะต้องเลือกตัดสินใจสิ่งที่ยึดมั่นมาโดยตลอดหรือจากความสัมพันธ์ แต่เชื่อเถอะครับว่าอะไรก็ตามที่อยู่ในมือของ Rockstar Games สิ่งนั้นน่าเชื่อถือและไว้วางใจพวกเขาได้แน่นอน
ซีรีย์ "Red Dead"
หากจะให้นับจริงๆ เกมส์ซีรีย์นี้มีมาก่อนแล้ว 2 ภาค นั่นคือ Red Dead Revolver ที่วางจำหน่ายในปี 2004 ลงให้เครื่องเล่น PlayStation 2 และ Xbox โดยแรกเริ่ม Rockstar Games ได้ซื้อโครงของเกมส์ดังกล่าวมาจาก Capcom และนำมาพัฒนาพร้อมปรับแต่งให้เข้ารูปเข้ารอย ส่วนทางด้านเนื้อเรื่อง ตัวเกมจะมีเรื่องราวแยกเดี่ยวเป็นของตัวเอง
เช่นเดียวกันกับเกมส์ต่อมาของซีรีย์นี้อย่าง Red Dead Redemption ที่เลือกจะเริ่มต้นเรื่องราวของเกมส์ใหม่ แต่ยังคงนำองค์ประกอบสำคัญที่ประสบความสำเร็จจากเกมส์แรกในซีรีย์ Red Dead มาพัฒนาให้แข็งแรงมากมากยิ่งขึ้น อาทิ Dead-Eye ระบบการเล่นอันเป็นการหยุดเวลาชั่วขณะเพื่อให้ผู้เล่นสามารถล็อคเป้าหมายจุดที่ต้องการจะกราวกระสุนสังหารใส่, โลกพื้นหลังอันเป็นดินแดนตะวันตก, แผลเป็นบนใบหน้าของตัวละครหลักทั้งสองที่มีคล้ายกัน ไปจนถึงปูมหลังที่มีต่อครอบครัวคล้ายคลึงกัน ฯลฯ
"แคมป์" จุดปลอดภัย, รับภารกิจ และหลากฟีเจอร์สานความสัมพันธ์สมาชิกในแก๊ง
สืบเนื่องจากเรื่องราวของเกมส์ที่ภาคนี้นำเสนอ อันเป็นการแก๊ง Dutch Van der Linde ต้องหลบหนีจากการตามล่าของรัฐบาลและนักล่าค่าหัวทั้งหลาย ที่มั่นของเราจึงจำต้องเป็นแคมป์ที่พร้อมเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลาหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น (แต่เข้าใจว่าตัวเกมส์จริงจะเคลื่อนย้ายแคมป์ตามเนื้อเรื่องละมั้ง)
ซึ่งในภาคของการเล่นนั้น ปัจจัยหลักของแคมป์ คือพื้นที่ที่ผู้เล่นใช้เป็นจุดเซฟหลักของเกมส์, เล่นกิจกรรมเสริมเชิงสันทนาการต่างๆ , สร้างความสนิทสนมกับสมาชิกแต่ละคนที่ผู้เล่นจะได้พบความลับพวกเขาหรือได้รับความสนุกที่แตกต่างออกไปจากการเล่นหลัก โดย ฟีเจอร์เหล่านี้ จะยังคงอยู่เช่นเดิม แม้แคมป์จะเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่แล้วก็ตาม อีกทั้งตัวเกมส์ยังมีระบบขวัญกำลังใจหรือ Morale ด้วยการนำสัตว์ที่ล่ามาได้ไปจนถึงเสบียงหรือทรัพยากรประเภทต่างๆ นำกลับมายังแคมป์
"ม้า" เพื่อนร่วมเดินทางที่เป็นมากกว่าพาหนะ
สหายใน Red Dead Redemption 2 ไม่ได้รอบคลุมเพียงมนุษย์ เพราะ "ม้า" พาหนะที่ใช้ในการเคลื่อนที่นี้ ผู้เล่นก็จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับมัน ด้วยการขัดสีฉวีวรรณและอาจจะด้วยวิธีการเอาใจใส่รูปแบบอื่น (น่าจะมีนะ แต่ในเทรลเลอร์ยังเห็นแค่วิธีเดียว) เพื่อที่ในจังหวะต่อสู้บนอาน ม้าของเราจะเกิดอาการตื่นตกใจน้อยที่สุด
และในเกมผู้เล่นจะมีม้าให้เลือกขี่ได้มากกว่าหนึ่งตัวเป็นแน่ (อารมณ์เหมือนเลือกรถขับได้นั่นแหละ) โดยแต่ละตัวหรือชนิด ก็จะมีความสามารถในการช่วยเหลือผู้เล่นแตกต่างกันออกไป บางตัวอาจแบกสัมภาระได้เยอะกว่าปกติ หรือเคลื่อนที่เร็วเป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นอีกฟีเจอร์ที่จะทำให้ผู้เล่นขลุกอยู่กับเกมส์หรือรู้สึกกลมกลืนไปกับช่วงเวลาที่เล่นอยู่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
โอภาปราศัย ข่มขู่ หลีกเลี่ยงและหลากวิธีการรับมือกับสถานการณ์
ไม่เพียงแต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ที่ "กฎเกณฑ์" คือส่วนสำคัญที่ทำให้สังคมเป็นระเบียบและอยู่ในความสงบสุข แต่ในโลกของเกมส์ โดยเฉพาะแนว Open World ทั้งหลาย การมีข้อจำกัดและบทลงโทษให้กับการกระทำร้ายแรงที่ผู้เล่นได้ก่อ ก็ดูจะเป็นความท้าทายในการเล่นที่ซ้ำยังเป็นการปลูกฝังจริยธรรมต่อสังคมหรืออย่างน้อย ก็เป็นการจำลองให้ผู้เล่นได้เห็นว่าบทลงโทษของการกระทำผิดนั้นร้ายแรงขนาดไหน
แต่ในโลกฉากหลังของเกมส์ที่ Rockstar Games ได้รังสรรค์ออกมาให้กับ Red Dead Redemption 2 นี้ กลับเป็นยุคสมัยที่กฎเกณฑ์และกฎหมาย ยังเป็นเพียงลมผ่านหูสำหรับอันธพาลและคาวบอยนอกรีต ทำให้มนุษยธรรมจึงเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ในการตัดสินผิดชอบชั่วดี
โดยใน Red Dead Redemption 2 นี้ ผู้เล่นจะสามารถสื่อสารกับตัวละครในเกมส์ได้หลากหลายวิธีที่จะส่งผลลัพธ์กับผู้เล่นแตกต่างกันไป ไล่ตั้งแต่การทำร้ายร่างกายหรือชักปืนเพื่อข่มขู่พยานที่เห็นเหตุการณ์กระทำผิดของเรา, ท้าทายกลุ่มตัวละครที่ไม่ประสงค์ดีกับผู้เล่น, หลีกเลี่ยงการมีเรื่องกับนายอำเภอประจำเมืองต่างๆ ไปจนถึงการปิดหูปิดตาการกระทำของตัวละครที่กำลังกระทำการประทุษร้ายผู้อื่นอยู่เพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บตัวในช่วงเวลาที่ผู้เล่นไม่มีพละกำลังมากพอจะต่อกรกับใคร
การกลับมาของ Dead Eye "นัยน์ตาสังหาร"
Red Dead ไม่ได้เป็นเพียงคำที่คล้องจองเพื่อให้ฟังดูคมคายเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังเป็นการอธิบายถึงหนึ่งในฟีเจอร์ของระบบคอมแบทในซีรีย์นี้อย่าง "Dead Eye" ที่จะเป็นการชะลอเวลาให้ช้าลง และปล่อยให้ผู้เล่นสามารถล็อคเป้าหมายไปยังศัตรูที่ต้องการจะปลิดชีพ และเมื่อภาคของการขัดจังหวะเข็มนาฬิกาหมดลง ตัวละครของเราก็จะบรรเลงสาดกระสุนใส่เป้าหมายที่เลือก
ซึ่งก็แน่นอนละว่าใน Red Dead Redemption 2 นี้ฟีเจอร์ดังกล่าวจะยังคงกลับมาให้ผู้เล่นได้ใช้ประโยชน์ และในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ตัวเกมส์มีความเท่ดั่งได้สวมบทบาทเป็นคาวบอยสิงห์ปืนไวตามแบบฉบับภาพยนตร์แนวเวสเทิร์นในอดีต
ดื่มด่ำกับหลากหลายสภาพแวดล้อมธรรมชาติอันวิจิตร
การเนรมิตโลกของเกมส์ให้ออกมาดูสมจริงและมีชีวิตชีวา เป็นหนึ่งในงานถนัดมือของ Rockstar Games และไม่ใช่เพียงความสวยงามที่พวกเขามอบให้กับผู้เล่น แต่เรื่องของ "ไดนามิกส์" หรือสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกที่พวกเขาสร้างขึ้น ทั้งสิ่งที่ตัวละครตามพื้นที่กระทำต่อกัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และผลที่ตามมา พวกเขาก็ทำมันออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
ซึ่งใน Red Dead Redemption 2 นี้เอง พวกเขาก็ยังไม่ลืมที่จะประณีตกับงานถนัดของพวกเขา อันเป็นสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติก่อนที่ในยุคสมัยถัดมาจะถูกความศิวิไลจะรุกราน ไล่ตั้งแต่ป่าสนขนาดใหญ่ แม่น้ำลำธาร พื้นที่ขนาดกว้าง บึงที่เต็มไปด้วยโคลนตม และทะเลทราย ทุกสภาพพื้นที่ที่กล่าวมาจะเต็มไปด้วยสิงห์สาราสัตว์ที่มีพฤติกรรมตามโลกแห่งความจริง บ้างก็เป็นมิตรและเลือกที่จะหลบหนีเมื่อ บ้างเลือกที่จะป้องกันตัวเมื่อเห็นว่ากำลังจะมีภัย และบ้างก็พร้อมจะจู่โจมด้วยสัญชาติญาณนักล่า
ไม่น่าเชื่อว่าเทรลเลอร์เพียงแค่ 5 นาทีปลายๆ จะสามารถทำให้เกมเมอร์ทั่วโลกตื่นเต้นในระดับสูงได้ขนาดนี้ คงต้องมารอลุ้น ไม่สิ… รอรับความยอดเยี่ยมที่ Red Dead Redemption 2 จักมอบให้กับผู้เล่นได้สมการรอคอยในวันที่ 26 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ผ่านคอนโซลแห่งยุคทั้งสองอย่าง PlayStation 4 และ Xbox One แล้วละครับ (แล้วเจอกันอีกครั้งในคราบของการรีวิว)