โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ริชชี่’ ไขข้อข้องใจ ‘ก็อต’ ลบรอยสักเพราะ ? เผยเคยป่วยเกือบตาย หมอไม่รับรักษา !

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 พ.ย. 2564 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2564 เวลา 11.31 น. • The Bangkok Insight

เปิดชีวิตคนคลั่งรัก ริชชี่ อรเณศ จากคู่จิ้นสู่หวานใจ ก็อต อิทธิพัทธ์ ไขข้อข้องใจ ฝ่ายชายลบรอยสักเพราะ ? เผยเคยป่วยเกือบตาย หมอไม่รับรักษา !

เป็นคู่รักที่หวานกันหนักมาก สำหรับนางเอกสาว ริชชี่ อรเณศ กับพระเอกหนุ่ม ก็อต อิทธิพัทธ์ ที่วันนี้มาเปิดชีวิตของคนคลั่งรัก จากคำว่าคู่จิ้น กลายเป็นคู่จริง พร้อมเล่าชีวิตวัยเด็กจากนักกีฬาแบตมินตันสู่เส้นทางการเป็นนางเอกแถวหน้า ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ SHOW ทางช่องวัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เปิดชีวิตคนคลั่งรัก ริชชี่ อรเณศ จากคู่จิ้นสู่หวานใจ ก็อต อิทธิพัทธ์

ตอนนี้นางเอกเรื่อง พระจันทร์แดง เพิ่งออนแอร์ไป เป็นยังไงบ้างกระแสตอบรับ ?

ริชชี่ : ก็ดีค่ะ เหมือนตัวหนูดูเองรู้สึกว่าภาพสวยมาก ๆ ไปถ่ายต่างจังหวัดเป็นโลเคชั่นธรรมชาติตลอด แต่พอเห็นงานรู้สึกหายเหนื่อย เพราะทุกอย่างออกมาสวยงาม

เล่นคู่กับโตโน่ เป็นยังไงเล่นยากไหม ?

ริชชี่ : หนูรู้สึกว่าพี่เขาตั้งใจมาก ๆ กับคาแรกเตอร์ แล้วหนูก็เหมือนเป็นคนทำการบ้านกับคาแรกเตอร์ตัวเอง แฟน ๆ ก็ดีใจที่ได้เห็นผลงานเราอีกครั้ง ภาพรวมทุกอย่างเขาบอกว่า ซีจีก็ดี นักแสดงก็ดีหมดเลย ภาพสวย

ที่ก็อตเขาลบรอยสัก เอาจริง ๆ เราบอกให้เขาลบไหม ?

ริชชี่ : ไม่เกี่ยวกับหนูเลยค่ะ คือหนูไม่เคยคิดว่าเขาควรเป็นยังไงเลย เขาเป็นอะไรก็ได้ แต่เรื่องลบรอยสัก อาจจะเป็นความคิดของเขาที่เขาวางแผนมานานแล้ว เหมือนเขาเคยลบไปข้างหนึ่ง แล้วตอนนี้เหลืออีกข้างหนึ่ง

เขาลบตรงไหน ?

ริชชี่ : น่าจะที่แขน เพราะเวลาถ่ายละครด้วย เขาสักมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็เลยค่อย ๆ ลบไปเรื่อย ๆ ถามว่าเขาบ่นว่าเจ็บไหมก็น่าจะเจ็บอยู่มั้งคะ

เคาะให้คนทางบ้านเลย เราไม่ได้สั่งให้ลบ ?

ริชชี่ : ไม่ใช่หนูค่ะ

แฟน ๆ ว่าอย่างไรบ้างหลังจากที่เปิดตัว ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ด้วยว่าเราคบกับเขาแล้ว ?

ริชชี่ : คือตอนเขาคุยกับหนู หรือตอนเขาทำอะไรให้ เขาจะบอกว่าไม่ต้องคิดอะไรมากนะ เป็นห่วง อยากช่วยเหลือ เราดูแบบน่าสงสาร แล้วก็เวลาชวนไปข้างนอก เขาบอกว่าเขาชอบทำกิจกรรม ถ้าไม่ไปปกติเขาชวนเพื่อนเขาไปอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดมาก เราก็เลยรู้สึกว่าสบายใจ เป็นเพื่อนกัน เวลาคุณแม่ถามหนูก็บอกว่าเขาไม่น่าชอบหนูนะ เขาพาไปแบบเพื่อนปกติ เพราะปกติเขาก็พาเพื่อนเขาไปอยู่แล้ว

ตอนที่คุยกันเราคิดว่าเป็นพี่น้อง ?

ริชชี่ : เขาคุยกับหนูตอนแรก ๆ เหมือนเขามีเรื่องไม่สบายใจ ตอนนั้นถ่ายละครด้วยกัน แล้วคุณพ่อป่วย เขาบอกว่าเขาเครียด อยากชวนคุย อยากมีใครที่คุยแบบไม่ให้เขาโฟกัสเรื่องที่เขาเครียดอยู่ เราก็เลยโอเคแบบรับฟัง เพราะแม่ก็บอกช่วยเพื่อนหน่อย ถ้าเขาคุยกับเราแล้วสบายใจ ก็ให้เขาคุย ฟังเขาหน่อยนะ เพราะปกติหนูจะไม่ค่อยคุยกับใครเป็นการส่วนตัว ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่แบบพี่สาว ช่วงนั้นก็เลยรับฟัง ก็เหมือนสนิทกับเขา แต่มันก็มีช่วงที่ห่างเล่นละครจบแล้ว ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน

ความรู้สึกมันมาเริ่มเปลี่ยนตอนไหน ?

ริชชี่ : เหมือนเขากลับมาเจอหนูอีกครั้งตอนโปรโมท แล้วเขาก็ไปให้สัมภาษณ์ตามรายการ แล้วเขาไปสัมภาษณ์อันหนึ่ง เหมือนหนูเป็นคนแบบที่เวลาเขาเกิดเรื่องอะไรเขานึกถึงหนูอะไรสักอย่าง แล้วเขาก็ทักหนูมาว่าเห็นที่สัมภาษณ์ไหม เขาพูดจริงนะไม่ได้เป็นโปรโมท

ตอนนั้นเรารู้สึกยังไง หัวใจพองไหม ?

ริชชี่ : ตอนนั้นหนูก็รู้สึกแบบ อ๋อ…มันก็ผ่านไปนานแล้วเนอะ ตอนนั้นที่เขาพูดถึง แล้วหนูแค่คิดว่าตอนนี้คือปัจจุบันก็ไม่เกี่ยวกัน ก็โอเค ขอบคุณมาก แล้วเขาก็เหมือนพิมพ์กลับมาอีกแบบยาวมาก ๆ แบบอธิบาย เขาอยากพูดนะ ชีวิตคนเรามันสั้น ถ้าไม่พูดตอนนี้ก็ไม่รู้จะพูดตอนไหน ก็เหมือนพิมพ์ยาว ๆ ว่าเขารู้สึกดีกับหนู ถ้าไม่บอกเดี๋ยวหนูจะไม่รู้ เขาก็บอกว่าเขาก็ชอบหนูแหละ แต่เขาไม่เคยพูด แต่ว่าก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ เขาบอกว่าเขากลัวหนูจะกลัวเขา เขาบอกให้ทำทุกอย่างเหมือนเดิมเลย อย่าหนี เขาแค่อยากทำดีด้วย แต่แค่บอกไว้เฉย ๆ

เขากลัวถ้าบอกชอบหนูปุ๊บ แล้วหนูไม่ชอบ หนูก็จะหนี ?

ริชชี่ : หนูเป็นคนแบบถ้าใครที่ไม่ได้เป็นเพื่อนหรือพี่น้อง เราก็จะเว้น เพราะไม่อยากให้เขารู้สึกแบบนั้น

ทำไมเราถึงไม่ออกห่าง ?

ริชชี่ : เพราะว่าเขาบอกเขาจะเป็นเพื่อนเหมือนเดิมเลย หนูไม่ต้องคิดมากเลยที่พูดไป ก็ลืม ๆ ไปก็ได้ แต่เขาแค่อยากให้หนูรู้ไว้ เผื่อหนูไม่รู้เลย

ความรู้สึกเราเริ่มเปลี่ยนเมื่อไหร่ ?

ริชชี่ : ตอนนั้นหนูรู้สึกว่าเราผ่านช่วงเวลาหลายอย่างมามาก ๆ เรามีเหตุการณ์หลายอย่างที่เขาเหมือนทำให้เราโตขึ้น ที่ผ่านมาเหมือนเราจะมีเซฟโซนเยอะมาก ๆ ที่แบบว่าไม่อยากสนิทกับใครเลย แต่เขาก็ทำให้เราเป็นเพื่อนเขามาได้ เราก็เลยคิดว่าก็ลองเป็นเพื่อนเขาดูก็ได้ ถ้าไม่ต้องคิดว่าเขาชอบเรา ก็คิดว่าพยายามเป็นเพื่อนกัน

แล้วมันมาเป็นแฟนได้ยังไง เพราะว่าริชชี่ไม่เคยมีแฟนเลย เราไม่รู้จักคำว่ารักมาก่อนหรอ ?

ริชชี่ : หนูชอบดูหนังรักแบบชอบทุกอย่างที่เป็นเลิฟสตอรี่ เราเป็นคริสเตียน เชื่อในเรื่องความรักมาก ๆ แต่แค่เรารู้สึกว่ามันยังไม่เกิดขึ้นกับเด็กหรืออะไรในวัยที่ผ่านมา

ไม่เคยแอบชอบใครเลยเหรอ ?

ริชชี่ : ถ้าชอบก็แค่ชอบ แต่ไม่ได้ถึงขั้นว่าอยากไปเจอเขา เหมือนแม่เคยถามว่า ถ้าคนที่เราแอบชอบเหมือนดาราเกาหลีเขามาชอบเราเราจะโอเคไหม แม่ก็รู้สึกว่าทำไมเราไม่ชอบใครเลย หนูก็บอกว่าแค่ชอบที่เขาอยู่ในทีวี ให้เขาอยู่ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องยุ่งกับหนู

จากคู่จิ้นมาเป็นคู่จริงจากวันนั้นถึงวันนี้ ความเป็นเพื่อน ณ วันนั้นกับวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีความแตกต่างกันไหม ?

ริชชี่ : ถ้าตอนเป็นเพื่อน หนูรู้สึกว่าเจอกันตอนทำงาน ก็รู้สึกว่าเป็นเพื่อนที่น่ารักนะ แต่พอแยกกลับไปเราจะไม่ให้ติดต่อ ถ้าชวนไปไหนก็จะไม่ค่อยไป แต่พอถ้าเขาเป็นแฟนเรารู้สึกว่า เราก็ควรให้โอกาสเขาแบบ เขาชวนไปกินข้าว หรือไปทำอะไร ก็ควรลองไปดู ไปมากขึ้น

เขาขอเป็นแฟนไหม ?

ริชชี่ : ไม่เลย เขาไปลงไอจี แล้วเหมือนมีแฮชแท็กขึ้นมาว่า #ริชชี่แปลว่าแฟนก็อต หนูไม่รู้จะทำตัวยังไง หนูเป็นแฟนเขา ตอนนั้นแบบหนูเครียดมาก

หนูคิดว่าคบเป็นเพื่อนกันมาตลอด จนเขาเปิดตัวในไอจีว่านี่คือแฟนผม ?

ริชชี่ : ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น แต่หนูคิดว่าหนูไม่เคยมีแฟนเลย ถ้าต้องใช้คำว่าแฟน ตอนแรกหนูคิดนะ จะต้องนานกว่านี้ ที่ไม่ใช่แบบตอนนี้เลย

เราไม่รู้ด้วยว่าเราเป็นแฟนเขาแล้ว เรามารู้หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง ?

ริชชี่ : ใช่ค่ะ เหมือนตอนนั้นหนูเอามือถือไปชาร์จ ก็ผ่านเวลาไป จนเขาทักมาเห็นไหมที่ลงแท็กไป หนูก็เลยเข้าไปดู แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อ

เอาง่าย ๆ คือก็อตมันมือชกเรา ?

ริชชี่ : ก็ไม่รู้เหมือนกัน

แล้วถ้าสมมติเขาไม่ลงไอจียอมรับเขาเป็นแฟนไหม ?

ริชชี่ : หนูไม่เคยคิดถึงเรื่องคำว่าแฟน ถ้าคำว่าแฟนแล้วต้องทำตัวยังไง มันต่างจากเพื่อนยังไง หนูไม่รู้ ถ้ามันยังเด็กอยู่แล้วไม่ได้จริงจังจริง ๆ ก็คงเหมือนเพื่อน แต่แค่ให้เขาสนิทมากกว่าคนอื่น

ตอนนี้คบได้นานเท่าไหร่แล้ว ?

ริชชี่ : น่าจะเกือบปีแล้ว

บอกรักกันหรือยัง ?

ริชชี่ : ก็มีบ้าง

แล้วอะไรที่ทำให้เรามั่นใจว่าโอเคเราเป็นแฟนเขาก็ได้ ?

ริชชี่ : เหมือนมีแม่หนูหลายคนก็เป็นห่วงว่าเป็นยังไง เป็นแฟนกันได้ยังไง แล้วเขาชอบถามว่าแล้วเรารักเขาไหม หนูรู้สึกว่าเราอยากให้เขามีความสุข ไม่ว่ายังไงก็ช่าง ไม่เป็นแฟนกันก็ได้ เขาไปชอบคนอื่นก็ได้ แต่เขาก็เหมือนบอกว่าเราทำให้ชีวิตเขามีความสุขขึ้น ถ้ามีเราอยู่ด้วย

เราไม่เคยมีแฟนมาก่อน รู้สึกไหมว่าคบกันเร็วไป ?

ริชชี่ : หนูรู้สึกว่าถ้าหนูไม่ได้เป็นนักแสดง หรือถ้าไม่ได้มีสื่อ หนูว่าหนูอาจจะใช้เวลากับเขาน่าจะนานกว่านี้ เพราะหลายอย่างเราอาจจะไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง อันนี้ด้วยมีสื่อมีอะไรหลายอย่างด้วยที่ทำให้เราได้เห็นเหมือนบางทีเขาแสดงความรู้สึกถึงเรา

เรียกว่าเป็นคู่คลั่งรักได้ไหม ?

ริชชี่ : ก็มีความสุข แต่ไม่รู้ว่าคลั่งไหม เพราะหนูไม่รู้ว่ามันต้องวัดหรือเปรียบเทียบกับอะไร แต่แค่รู้สึกว่าเขาอาจจะเป็นคนแรกที่หนูรู้สึกรักเขาแบบนี้ เพราะยังไม่เคยรู้สึกรักใครแบบนี้เลย

ที่รักคุณก็อต และอยู่กับคุณก็อตแล้วมีความสุข เพราะว่าริชชี่มองก็อตเหมือนเป็นพี่สาวอีกคน ?

ริชชี่ : เหมือนหนูจะถ้าไม่ใช่พี่สาวหรือผู้หญิงเราจะไม่สนิทด้วยเลย หรือจะไม่ได้คุยด้วยเยอะ หรือไม่แบบไปกินข้าวหรือไปทำอะไรด้วย เราเลยรู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมาเรามีแต่ครอบครัว พี่สาว แม่ ๆ หนูก็ไม่ได้มองว่าเขาเป็นผู้ชายที่มาชอบเรา แต่เขาเป็นเหมือนพี่สาวเราอีกคนที่เข้ามาเป็นห่วง ดูแล แล้วก็เป็นทุกอย่าง

เขารู้ไหมว่าเรามองเขาเหมือนพี่สาว ?

ริชชี่ : เขารู้ เขาก็โอเค

ก่อนที่จะเป็นแฟนกัน ก็อตเองก็เข้ามาปรึกษาทุกเรื่อง ทั้งเรื่องครอบครัว แล้วเรื่องประสบการณ์ความรัก เคยคิดไหมว่าถ้าเขามาแบบนี้เขามาจีบเรา ?

ริชชี่ : ตอนแรกไม่คิด เพราะคิดว่าหนูไม่น่าใช่คนที่เขาชอบแน่ ๆ จากหลายอยากที่เขามาคุย เล่าเรื่องชีวิตเขาให้ฟัง หนูแค่รู้สึกว่าหนูอาจจะเป็นคนแค่รับฟัง เพราะหนูรับฟังทุกคนอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้คิดว่าเขาจะชอบหนู แบบไทป์ทุกอย่างของเขาไม่น่าเป็นเรา

เขาเคยมาคุยเรื่องแฟนคนก่อน ๆ ไหม หรือผู้หญิงในอดีต ?

ริชชี่ : เล่าอยู่ เหมือนหนูก็ชอบอยากรู้ เขาถามว่าทำไมถึงไม่เคยมีแฟน มองความรักยังไง หนูแค่รู้สึกว่าเป็นเพื่อนมันดีกว่า แล้วหนูก็ถามว่าทำไมถึงมีแฟน แล้วทำไมถึงเลิกกัน เราก็ชอบถามคนที่มีความรักแบบนี้ เขาก็เลยอธิบายเล่าให้ฟัง ก็เลยแบบรู้บ้าง

ละครเรื่องพระจันทร์แดงเป็นเรื่องที่เท่าไหร่แล้ว ?

ริชชี่ : น่าจะ 6 นะคะ

ในเรื่องมันต้องมีความรัก ถ้าเราไม่เคยมีความรักมาก่อน เราไปเอาต้นแบบมาจากไหน ?

ริชชี่ : เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่หนูเล่น หนูจะได้บทเหมือนคนที่ไม่รู้จักความรักเลย แล้วก็มาเจอคนหนึ่ง แล้วเราก็จะมีความสับสนว่านี้คือความรักหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้ต้องตีความอะไร ทุกอย่างก็เป็นธรรมชาติ แต่พอหลัง ๆ มันเริ่มมีบทที่ต้องมีความรักมากขึ้น หนูก็พยายามดูหนังศึกษานู่นนี่ ซึ่งพอเราเข้าใจตัวละครตัวหนึ่งจริง ๆ เราก็จะรู้ว่ามันควรจะเป็นแบบนี้ เราอาจจะโตขึ้นตามแต่ละบทที่รับ

คุณก็อตโรแมนติกมาก ?

ริชชี่ : จริง ๆ ไม่ค่อยมีโมเมนต์โรแมนติกแบบที่เราคิด คือเราดูหนังส่วนใหญ่เป็นฝรั่งเขาจะมีความโรแมนติกมาก ๆ แล้วบ้านหนูมีความเป็นฝรั่งเล็ก ๆ ก็จะมีความแบบเทคแคร์ ใส่ใจ บอกรัก แต่เขาไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาจะมีความนิ่ง ๆ เขาชอบบอกว่าเขาโรแมนติกด้วยการดูแลไปรับไปส่ง แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่านั่นคือโรแมนติก เพราะมันเป็นสิ่งที่พ่อแม่ ครอบครัวเราดูแลอยู่แล้ว

ถ้าเราเลือกได้อยู่กับเขาสองคนอยากทำอะไรที่ไหน ?

ริชชี่ : ที่โรแมนติกเหรอคะ จริง ๆ เป็นเพื่อนกันมานาน บางทีพอจะทำอะไรที่มันโรแมนติก แล้วมันตลก

เขาไปเที่ยว เขาแต่งตัวเหมือนกันตลอดเลย ?

ริชชี่ : เวลาไปซื้อเสื้อผ้า เราเป็นคนไม่แต่งตัวเลย เราก็ขอเขา พาไปเลือกให้ เขาก็บอกว่าตัวนี้ดีซื้อตัวนี้ ต้องมีนะ หนูก็แบบทำไมต้องตัวนี้ แต่เราก็ซื้อไป แต่พอไปรู้อีกทีเขามีแบบนี้เหมือนกัน

เขาหลอกให้เราซื้อ จะได้แต่งตัวเหมือนกัน ?

ริชชี่ : ตอนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกัน ตอนนั้นก็งง ๆ ว่าทำทำไม

เขาขี้หึงไหม ?

ริชชี่ : หนูว่าหนูไม่เคยทำอะไรที่แบบให้เขารู้สึกหึงได้

แล้วถ้ามีเลิฟซีนกับคุณโตโน่ เขามีบอกไหมว่าอย่าเยอะนะ ?

ริชชี่ : ไม่มีค่ะ เคยถามแล้วเขาก็บอกเป็นงานเข้าใจ เพราะเขาก็เล่นละครเหมือนกัน เหมือนที่เขาเล่นมาน่าจะหนักกว่า ส่วนหนูก็ไม่มีบอกเขานะ หนูไม่อยากไปหึงหรืออะไร แต่ว่าถ้าวันไหนที่เขาทำอะไรไม่โอเค เรารู้สึกว่าไม่อยากหึง ไม่อยากมานั่งพูดว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ถ้าไม่โอเค เราก็ไปเลย

เคยมีทะเลาะ แต่เขาไม่รู้ตัวว่าทะเลาะกันเหรอ ?

ริชชี่ : เขาชอบคิดมาก แบบเหมือนดูหนัง ทำไมพระเอกทำแบบนี้ เหมือนคนทำงาน พอห่างกันพระเอกก็ไปนอกใจ แล้วเหมือนเขาอยู่ดี ๆ ก็คิดขึ้นมาว่าหนูสงสัยอะไรในตัวเขาหรือเปล่า จะชวนทะเลาะหรือเปล่า เขาก็เหมือนทำพฤติกรรมแปลก ๆ เหมือนเลิ่กลั่ก แล้วก็ตอบเหมือนแนวเข้าข้างพระเอกว่าไม่หรอก ไม่ได้นอกใจนะ หนูก็งง แค่เราวิเคราะห์ละคร ซึ่งเราก็คิดแค่ว่าทำไมถึงคิดว่าทำสิ่งนี้ไม่ผิด เราก็เลยไม่ค่อยโอเคว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น แต่เขาไปคิดอีกแบบนึง แต่ก็เป็นพูดธรรมดาแล้วหนูก็เงียบไป ตอนหลังเขาไปออกรายการพูดถึงเรื่องนี้ หนูก็เลยบอกว่าหนูไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น ก็คุยกัน เขาก็แบบเข้าใจผิด เขาอาจจะเป็นคนมีความรักมาเยอะ เขาก็เลยแบบคิดมากไปเอง

จริงไหมช่วงโควิด-19 ริชชี่กลับไปอยู่เชียงใหม่ ก็อตทนคิดถึงไม่ได้บินไปหาเลย ?

ริชชี่ : เขาขับรถมา 8-9 ชม.

นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาเจอครอบครัวเราไหม ?

ริชชี่ : เขาเคยเจอตอนอยู่ในกองอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นแฟน พอตอนเป็นแฟนเคยเจอผ่าน ๆ บ้าง ตอนที่คุณพ่อคุณแม่หนูมาหาที่กรุงเทพฯ แต่ว่าไม่เคยไปกินข้าวหรือคุยจริงจัง วันนั้นเขาก็มาที่บ้าน คุณแม่ก็ทำอาหารให้ทาน แต่ว่าเขาก็ไปพักกับรุ่นพี่

ที่บ้านว่าอย่างไร ?

ริชชี่ : เหมือนคุณแม่ตอนสาว ๆ ก็จะเปรี้ยว ๆ หน่อย ทำไมลูกทั้งคู่ คือหนูมีพี่สาว เป็นแบบนี้ไม่มีแฟน ไม่สนใจอะไรเลย แม่ก็อยากให้มีแฟน แต่คุณพ่อจะหวงนิดหนึ่ง เพราะคุณพ่อตอนหนุ่ม ๆ เจ้าชู้ คุณพ่อจะบอกว่าถ้าไม่ได้เจอคนที่รักหรือดูแลดีกว่าพ่อ พ่อบอกพ่อดูแลเอง

นั่นไม่ใช่แค่การเปิดตัวแฟนครั้งแรกต่อหน้าคุณพ่อคุณแม่ แต่เป็นการพาหนุ่มคนแรกเข้าบ้าน ?

ริชชี่ : ใช่ พี่สาวก็ไม่เคยมีแฟนเหมืนกัน

พอเขากลับไป พ่อว่าอย่างไร ?

ริชชี่ : พ่อไม่ค่อยพูด เหมือนดีเลย์ไป 2-3 วัน แล้วพ่อถึงจะมีฟีดแบ็กกลับมา เขาก็พูดว่าเขาก็ยังหวงอยู่ดี เขารู้สึกว่าเขาก็เป็นห่วง ก็ค่อย ๆ ดูไป แม่ก็บอกว่าลูกโตแล้วให้ลูกเรียนรู้ชีวิตเอง ป๊าก็อยากให้เราเป็นเด็ก

นี่แสดงว่าที่เราและพี่ไม่เคยมีแฟน เพราะป๊าหรือเปล่า ?

ริชชี่ : ไม่เลย เพราะหนูเอง หมายถึงว่าพวกหนูซ้อมแบด อยู่แต่คอร์ดแบด แล้วอยู่กับครอบครัว เราไม่ได้รู้สึกว่าต้องไปทำอะไรอย่างอื่น หรือต้องมีเรื่องอื่นเข้ามา เหมือนในหัวเราก็โฟกัสตอนเด็กซ้อมหนักมาก เพื่อนที่เป็นนักกีฬาก็มีแฟนกัน แต่พวกหนูไม่เคยมีความรู้สึกนั้นว่าอยากมี

แล้วเรามีโอกาสเจอฝั่งครอบครัวของก็อตไหม ?

ริชชี่ : เคยเจอคุณแม่ ตอนนั้นไปทานข้าว คุณแม่ก็ยิ้ม ๆ แล้วแบบขอบคุณนะคะที่เหมือนมาเป็นเพื่อนกัน ทำให้น้องก็อตเหมือนมีเพื่อน มีคนดูแลกัน แม่ก็บอกว่าดูแลกันนะลูก

แล้วเราได้วางแพลนอนาคตไว้ไหม จะไปถึงจุดแต่งงานไหม ?

ริชชี่ : หนูว่าน่าจะคุยกันยากนิดหน่อย ขนาดขอเป็นแฟนเขาก็ยังไม่ค่อยพูด หนูก็เลยรู้สึกว่าเราไม่น่าจะคุยเรื่องนั้นกัน

เขาให้สัมภาษณ์อย่างริชชี่คือแม่ของลูกเลย ?

ริชชี่ : หนูว่าเขาอาจจะพูดไปอย่างนั้น

อยากบอกอะไรก็อต ?

ริชชี่ : อยากให้เลี้ยงขนมเยอะ ๆ ก็เป็นห่วง ชีวิตตอนนี้มีอะไรอีกเยอะแยะที่ต้องเติบโต แล้วถ้ามีปัญหาเราก็ซัพพอร์ต แล้วก็เป็นกำลังใจให้เขา แล้วอยู่เคียงข้างเขาแบบนี้อยู่แล้ว ก็หวังว่าเขาจะมีความสุขในทุกวัน ก็อยากเห็นแค่นั้น

รักไหม ?

ริชชี่ : รักค่ะ

ตอนเด็กเกือบตายมารอบหนึ่ง เพราะอะไร ?

ริชชี่ : ตอนเล็ก ๆ เลยที่ป่วย หมอบอกหนูเป็นโรคลำไส้ไม่ค่อยแข็งแรง กินนมแม่ก็ท้องเสียตั้งแต่เป็นทารก แล้วตอนนั้นอยู่ฝางมีแต่คลินิกเล็ก ๆ แม่ก็พาไปหาหมอ เพราะไข้ขึ้นสูง เขาก็บอกว่าชีพจรอ่อนมาก แล้วท้องเสียจนไม่ไหวแล้ว แล้วเขาบอกไม่รับ ให้ไปหาโรงพยาบาลใหญ่ ๆ แม่ก็รีบพาลงไปเชียงใหม่ แล้วไปหาหมอ แม่บอกตอนนั้นหนูดูแบบเหี่ยวไปหมดแล้ว แล้วหมอเขาก็หาที่เติมน้ำเกลือให้ก็รอดูอาการอย่างเดียว ไม่รู้ว่าเป็นไง เพราะรู้ว่ารักษาได้ไม่เยอะ พอเช้ามาเหมือนได้รับน้ำ ก็เหมือนดีขึ้น ตอนแรกคิดว่าหนูจะไปแล้ว

คือตอนนั้นเกือบตายเลยเหรอ ?

ริชชี่ : ใช่ เพราะว่าแบบเล็กมาก เป็นแบบทารกเลย

เป็นนักกีฬาก็น่าจะแข็งแรง นี่ถึงขั้นป่วย รับเหรียญเสร็จ แข่งชนะ แต่ก็อ้วกหามเข้าโรงพยาบาลอีก ?

ริชชี่ : ใช่ค่ะ เป็นแบบจริง ๆ ก่อนจะเข้าชิง คือรอบแรก ๆ ก็แข่งมาปกติ แต่พอจะชิงแล้วเหมือนท้องเสีย อาเจียน กินน้ำเปล่าก็อาเจียน กินอะไรไม่ได้เลย แล้วพอแข่งจบต้องขึ้นรับรางวัล ตอนแรกเขาก็ถามว่าขึ้นไหวไหม ถ้าไม่ไหวก็จะให้คนอื่นขึ้น เขาบอกนิเดียว ๆ ขึ้นไปก่อน พอขึ้นไปหนูก็แบบถ่ายรูปไม่เสร็จ แล้วหนูเหมือนจะอ้วก แล้วก็อ้วกลงข้าง ๆ เพราะว่ามันไม่ไหวแล้ว

แล้วก็มีเฉียดตายเพราะตกเขา ?

ริชชี่ : อันนี้โตแล้ว อยู่ประมาณปี 2 ปี 3 ปีใหม่กลับไปที่เชียงใหม่ แล้วไปปั่นจักรยาน แล้วช่วงนั้นก็ฟิตมาก คุณพ่อก็อินกับกีฬาปั่นจักรยาน ก็ปั่นขึ้นเขากัน แล้วก็แซง ปั่นแรงมาก เหมือนเราปั่นเร็วมาก ๆ แล้วมันเป็นทางลง เบรกทุกอย่างมันฉีกหมดเลย แล้วมันก็สะบัด หนูก็กระเด็นออกนอกจักรยานตกลงไปข้างล่าง

ตกเขาเลยเหรอ สูงขนาดไหน ?

ริชชี่ : ใช่ค่ะ น่าจะสูงเกือบ 2 ชั้นนิดนึง ต้องปีนเขาขึ้นมา ตอนนั้นกระดูกข้อมือแตกละเอียดหมดเลย แล้วตรงยาว ๆ ร้าวนิดหน่อย ก็ใส่เป็นไทเทเนียมแทน เขาบอกต้องผ่าแล้วเอาเศษกระดูกออกให้หมดแล้วทำใหม่

ฟังดูห้าว ๆ กลัวตายไหม ?

ริชชี่ : ตอนเด็กรู้สึกว่าชีวิตเราพระเจ้าดูแล เราจะไม่เป็นอะไร เราทำอะไรก็ได้ เราแบบแข็งแรงมาก ๆ เวลาทำอะไรที่คนรอบตัวรู้สึกว่าน่ากล้ว แต่เรารู้สึกว่าไม่เป็นไรถ้าทุกคนบอกว่าตรงนี้ทำได้ เราก็ทำเต็มที่ แต่พอตั้งแต่ผ่านเรื่องนี้มาหนูรู้สึกว่าไม่ได้กลัวว่าทำแล้วจะตายไปเลย แต่ว่าถ้าทำแล้วต้องมากายภาพเป็นปี ๆ เป็นภาระคนอื่น รู้สึกว่ามันน่ากลัวมาก ๆ ก็เลยเริ่มระวังมากขึ้น

ตอนนั้นถ้าเราไม่ได้เป็นนางเอก เราตั้งใจเป็นนักกีฬาทีมชาติเลยไหม ?

ริชชี่ : ตอนนั้นตั้งใจซ้อมเอาผลงานพวกเยาวชนกีฬาแห่งชาติ แล้วหนูก็อยากเป็นหมอ

แขนที่มันหัก มีผลต่อการเล่นไหม ?

ริชชี่ : ข้างซ้าย อันนี้ข้างขวา ไม่เป็นไร ซึ่งมันก็ไม่มีผลกับการใช้ชีวิต จริง ๆ เขาบอกว่ามันอาจจะไม่ 100% จะงอไม่ได้ แต่ช่วงนั้นหนูอยู่คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาอยู่แล้ว ก็มีอาจารย์ช่วยกายภาพเยอะ เราก็เล่นเวท ทำทุกอย่างปกติ

ริชชี่เป็นผู้หญิง 6 สัญชาติ ?

ริชชี่ : ฝั่งคุณพ่อเป็นลูกครึ่ง คุณปู่เป็นฟิลิปปินส์ สเปน คุณย่ามีเชื้อสายไทย แต่คุณแม่ของคุณย่าเป็นอังกฤษ สวิส ฝั่งคุณแม่เป็นจีน คุณยายมีไทย ลาหู่

เราภูมิใจสัญชาติไหนที่สุด ?

ริชชี่ : หลายคนมองว่าหนูเป็นลูกครึ่งตั้งแต่เด็ก แต่จริง ๆ เรามีเชื้อสายลาหู่ เราแค่คิดว่าคนส่วนใหญ่รู้สึกว่ามันต้องอาย หรือมันไม่น่ารัก ทั้ง ๆ ที่เราเคยไปอยู่บนนั้น คุณแม่จะพาไปตั้งแต่เด็ก หนูว่าบนดอยทุกคนน่ารักมาก ๆ หน้าตาก็น่ารัก นิสัยทุกคนธรรมชาติมาก ๆ เราเคยอยู่ตรงนั้นมา เราแค่คิดว่าทำไมคนบนนั้นเวลาต้องมาอยู่กับคนข้างล่าง เขาถึงไม่มั่นใจ เราก็อยากบอกว่าเราเป็นชาวลาหู่ แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ดี มันน่ารัก แล้วเราเป็นนักกีฬา เราเป็นนักแสดง เราเป็นทุกอย่างได้ เราก็เหมือนอยากซัพพอร์ตเขา เหมือนทำให้เขารักในสิ่งที่เขาเป็น แล้วก็มั่นใจว่ามันดี

ติดตามรับชมคำสัมภาษณ์แบบเต็ม ๆ ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...