โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวสองปีติด แนวโน้ม 2025 ยังมืดมน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ม.ค. 2568 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 17.24 น.
บรรยากาศบริเวณอาคารรัฐสภาเยอรมนี

เศรษฐกิจเยอรมนีปี 2024 ติดลบ 0.2% เป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แนวโน้มปี 2025 ยังมืดมนสิ้นหวัง ธนาคารกลางคาดโตได้แค่ 0.2%และอาจจะหดตัวอีกปี หากโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นภาษีศุลกากรตามที่หาเสียงไว้

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2025 ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีในปี 2024 หดตัวลงอีกปี ส่งผลให้เป็นการหดตัวสองปีติดต่อกัน และในปี 2025 นี้ก็ไม่น่าจะเติบโตได้มากนัก เป็นความท้าทายต่อรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนในเดือนกุมภาพันธ์นี้

หน่วยงานสถิติของเยอรมนีเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจในวันที่ 15 มกราคมว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของเยอรมนีในปี 2024 ลดลง 0.2% ต่อเนื่องจากที่ลดลง 0.3% ในปี 2023 ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองในรอบ 70 กว่าปี (นับตั้งแต่ปี 1950) ที่จีดีพีหดตัวสองปีติดต่อกัน และครั้งล่าสุดที่เกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นคือปี 2002 และ 2003

การต่อสู้ดิ้นรนของเศรษฐกิจเยอรมนีซึ่งมีขนาดใหญ่สุดในทวีปยุโรป เป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งหลายคนหวังว่าจะมีการนำนโยบายที่มุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจมาใช้มากขึ้น และหากเป็นดังหวังก็จะช่วยดึงเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนให้ดีขึ้นได้

ถึงอย่างนั้นก็ตาม มีเพียงไม่กี่คนที่คาดว่าจะมีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งปัญหาอุปสงค์ทั่วโลกที่อ่อนแอ ความกังวลใจของภาคการผลิตโดยเฉพาะในหมู่ผู้ผลิตรถยนต์ ผลกระทบที่ยืดเยื้อของวิกฤตพลังงาน ความล่าช้าในระบบระเบียบงานของรัฐ และการขาดแคลนแรงงานมีทักษะ

ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นเพียงประเทศเดียวใน G7 หรือกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นน้ำของโลกที่เศรษฐกิจหดตัวในปี 2023 และเป็นประเทศแรกที่ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจปี 2024

สำหรับแนวโน้มในปี 2025 นี้ ก็ยังคงดูมืดมนและสิ้นหวัง ดังที่ธนาคารกลางของเยอรมนี (Deutsche Bundesbank) คาดการณ์ว่าปีนี้เศรษฐกิจเยอรมนีจะโตได้เพียง 0.2% และเตือนว่าเศรษฐกิจอาจหดตัวอีกปี หากโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศขึ้นภาษีศุลกากรตามที่หาเสียงไว้

ความถดถอยของเศรษฐกิจและความเห็นที่ไม่ลงรอยกันของพรรคร่วมรัฐบาลต่อแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐบาลผสม 3 พรรคของเยอรมนีต้องล่มลงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ นายกรัฐมนตรี โอลาฟ โชลซ์ (Olaf Scholz) จากพรรคสังคมประชาธิปไตยเยอรมนี (SPD) ถูกมองว่าจะพ่ายแพ้ให้กับ ฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) ผู้นำกลุ่มอนุรักษนิยม CDU/CSU หรือกลุ่มสหภาพ (Union) ซึ่งประกอบด้วยพรรคสหภาพคริสต์เตียนเพื่อประชาธิปไตยประเทศเยอรมนี (Christlich Demokratische Union Deutschlands : CDU) และพรรคสหภาพสังคมนิยมคริสต์เตียนแห่งรัฐบาวาเรีย (Christlich-Soziale Union in Bayern : CSU) ที่สัญญากับประชาชนว่าจะลดกฎระเบียบและลดอัตราภาษีลง

วิธีที่รัฐบาลชุดต่อไปจะจัดการกับข้อจำกัดด้านการกู้ยืมเงินและการขาดดุลการคลัง ที่เรียกว่าการเบรกหนี้ (Debt Brake คือการยุติการดำเนินนโยบายการคลังแบบรักษาสมดุลงบประมาณ) นั้น จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง กฎเกณฑ์ทางการคลังที่เข้มงวดนี้ซึ่งได้รับการสนับสนุนมาอย่างยาวนานจากนักการเมืองสายอนุรักษนิยม อาจได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้รัฐบาลมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้นสำหรับการลงทุนในสิ่งต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และการป้องกันประเทศ

อย่างไรก็ตาม เยอรมนีไม่ใช่ประเทศเดียวที่เผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจและการคลัง ฝรั่งเศสซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซนก็กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางการคลังและการเมืองเช่นกัน โดยจะต้องใช้เวลาหลายปีในการรัดเข็มขัดทางการคลัง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ

จุดสว่างเพียงไม่กี่จุดในเศรษฐกิจยุโรปเวลานี้ คือนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก หลังจากที่ปรับลดลงแล้ว 4 ครั้งในปี 2024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวสองปีติด แนวโน้ม 2025 ยังมืดมน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...