พบนักล่าขนาดใหญ่ตัวใหม่ล่าสุดที่ใต้ทะเลลึกเกือบ 8 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้มันว่า ‘ความมืด’
พบนักล่าขนาดใหญ่ตัวใหม่ล่าสุดที่มีสีขาวน่าขนลุกใต้ทะเลลึกเกือบ 8 กิโลเมตร และนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้มันว่า ‘ความมืด’
ดูเหมือนคำกล่าวที่ว่า ‘มนุษย์รู้จักอวกาศได้มากกว่าใต้ทะเลลึกบนโลกตัวเอง’ จะเป็นความจริง เนื่องจากการค้นพบใหม่นี้แสดงให้เห็นว่ายังมีปริศนาอีกมากที่เราไม่รู้จัก โดยเฉพาะในสถานที่อย่างร่องอยู่ลึกลงไป 8-10 กิโลเมตรหลายร่องซึ่งสร้างแรงกดดันที่สูงลิ่วราว 1,088 ชั้นบรรยากาศ (16,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
ถึงแม้จะมีสภาพแวดล้อมที่รุนแรงแต่ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นั่นซึ่งปรับให้เข้ากับความสุดขั้วนี้ (รวมถึงถุงพลาสติกอีกหลายใบ) ทว่าที่ตรงนั้นมีอะไรบ้างและพวกมันมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรยังคงเป็นปริศนา แต่การค้นพบใหม่นี้เผยให้เห็นสิ่งที่น่าขนลุกซึ่งเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนคำตอบของปริศนาดังกล่าว
“นั่นคือส่วนที่น่าตื่นเต้นของระบบนิเวศใต้ท้องทะเลลึก” Johanna Weston ผู้เขียนรายงานหลักจจากสถาบันมหาสมุทรศาสตร์วูดส์โฮล กล่าว “มีสิ่งใหม่ ๆ ให้เรียนรู้และค้นพบอยู่เสมอ และตอนนี้เราก็มีชิ้นส่วนปริศนาอีกชิ้นหนึ่งของระบบนิเวศร่องลึกอาตากามาแล้ว”
สิ่งมีชีวิตตัวดังกล่าวถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสัตว์จำพวกครัสเตเชียน โดยมีความยาวราว 1.57 นิ้ว (4 ซม.) แม้จะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสัตว์ที่อยู่บนแผ่นดิน แต่ตัวเลขนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่มากในใต้ทะเลลึก 7.902 เมตรของร่องลึกอาตากามาซึ่งขาดแคลนอาหาร
นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้มันว่า ‘Dulcibella camanchaca’ โดยคำว่า camanchaca แปลว่า ‘ความมืด’ ในภาษาชุมชนพื้นเมืองแถบอเมริกาใต้ทางตะวันตกที่อยู่ใกล้เคียงร่องลึกแห่งนี้ เพื่อสื่อถึงความมืดที่สิ่งมีชีวิตชนิดนี้สามารถเดินแตร่ไปทั่วได้ โดยเชื่อว่ามันน่าจะกินเหยื่อขนาดเล็กอื่น ๆ เป็นอาหาร
“Dulcibella camanchaca เป็นสัตว์นักล่าที่ว่ายน้ำเร็ว ซึ่งเราตั้งชื่อตามคำว่า ‘ความมืด’ ในภาษาของผู้คนแถบเทือกเขาแอนดิส เพื่อสื่อถึงมหาสมุทรอันมืดมิดและลึกที่ซึ่งพวกมันอาศัยอยู่” Weston กล่าว
สีขาวของสัตว์ชนิดนี้ถือเป็นสีมาตรฐานปกติทั่วไปในสภาพแวดล้อมที่ไร้แสงเช่น ถ้ำหรือร่องลึกใต้ทะเล เนื่องจากพวกมันไม่จำเป็นต้องใช้ตาในการมองเห็นดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีสี ขณธเดียวกันมันก็ดูเหมือนว่าจะมีอวัยวะพิเศษที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า gnathopods เป็นอาวุธในการหาอาหาร
ไม่เพียงเท่านั้นการวิเคราะห์ดีเอ็นเอเผยให้เห็นว่าสัตว์นักล่าตัวนี้น่าจะเป็นสกุลใหม่เลยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเบาะแสว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อยู่ข้างใต้นั้นอีกเพียบแม้จะมีสภาพแวดล้อมที่รุนแรงในมุมมองของเราก็ตาม
"ที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ ข้อมูลดีเอ็นเอและลักษณะทางกายภาพชี้ให้เห็นว่าสปีชีส์นี้เป็นสกุลใหม่ด้วย เน้นย้ำว่าร่องลึกอาตากามาเป็นจุดศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพเฉพาะถิ่น" Weston กล่าว บอก
“การค้นพบนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสำรวจใต้ทะเลลึกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริเวณประเทศชิลี ซึ่งคาดว่าจะมีการค้นพบเพิ่มเติมอีกเมื่อเราศึกษาร่องลึกอาตากามาต่อไป”
ที่มา
https://www.tandfonline.com/…/10…/14772000.2024.2416430
https://www.livescience.com/…/large-ghostly-white-crab…
https://www.iflscience.com/first-of-its-kind-predator…
https://www.sciencealert.com/scientists-discover-new-deep…
Photo: Johanna Weston/WHOI