โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบนักล่าขนาดใหญ่ตัวใหม่ล่าสุดที่ใต้ทะเลลึกเกือบ 8 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้มันว่า ‘ความมืด’

Environman

เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

พบนักล่าขนาดใหญ่ตัวใหม่ล่าสุดที่มีสีขาวน่าขนลุกใต้ทะเลลึกเกือบ 8 กิโลเมตร และนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้มันว่า ‘ความมืด’

ดูเหมือนคำกล่าวที่ว่า ‘มนุษย์รู้จักอวกาศได้มากกว่าใต้ทะเลลึกบนโลกตัวเอง’ จะเป็นความจริง เนื่องจากการค้นพบใหม่นี้แสดงให้เห็นว่ายังมีปริศนาอีกมากที่เราไม่รู้จัก โดยเฉพาะในสถานที่อย่างร่องอยู่ลึกลงไป 8-10 กิโลเมตรหลายร่องซึ่งสร้างแรงกดดันที่สูงลิ่วราว 1,088 ชั้นบรรยากาศ (16,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)

ถึงแม้จะมีสภาพแวดล้อมที่รุนแรงแต่ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นั่นซึ่งปรับให้เข้ากับความสุดขั้วนี้ (รวมถึงถุงพลาสติกอีกหลายใบ) ทว่าที่ตรงนั้นมีอะไรบ้างและพวกมันมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรยังคงเป็นปริศนา แต่การค้นพบใหม่นี้เผยให้เห็นสิ่งที่น่าขนลุกซึ่งเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนคำตอบของปริศนาดังกล่าว

“นั่นคือส่วนที่น่าตื่นเต้นของระบบนิเวศใต้ท้องทะเลลึก” Johanna Weston ผู้เขียนรายงานหลักจจากสถาบันมหาสมุทรศาสตร์วูดส์โฮล กล่าว “มีสิ่งใหม่ ๆ ให้เรียนรู้และค้นพบอยู่เสมอ และตอนนี้เราก็มีชิ้นส่วนปริศนาอีกชิ้นหนึ่งของระบบนิเวศร่องลึกอาตากามาแล้ว”

สิ่งมีชีวิตตัวดังกล่าวถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสัตว์จำพวกครัสเตเชียน โดยมีความยาวราว 1.57 นิ้ว (4 ซม.) แม้จะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสัตว์ที่อยู่บนแผ่นดิน แต่ตัวเลขนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่มากในใต้ทะเลลึก 7.902 เมตรของร่องลึกอาตากามาซึ่งขาดแคลนอาหาร

นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้มันว่า ‘Dulcibella camanchaca’ โดยคำว่า camanchaca แปลว่า ‘ความมืด’ ในภาษาชุมชนพื้นเมืองแถบอเมริกาใต้ทางตะวันตกที่อยู่ใกล้เคียงร่องลึกแห่งนี้ เพื่อสื่อถึงความมืดที่สิ่งมีชีวิตชนิดนี้สามารถเดินแตร่ไปทั่วได้ โดยเชื่อว่ามันน่าจะกินเหยื่อขนาดเล็กอื่น ๆ เป็นอาหาร

“Dulcibella camanchaca เป็นสัตว์นักล่าที่ว่ายน้ำเร็ว ซึ่งเราตั้งชื่อตามคำว่า ‘ความมืด’ ในภาษาของผู้คนแถบเทือกเขาแอนดิส เพื่อสื่อถึงมหาสมุทรอันมืดมิดและลึกที่ซึ่งพวกมันอาศัยอยู่” Weston กล่าว

สีขาวของสัตว์ชนิดนี้ถือเป็นสีมาตรฐานปกติทั่วไปในสภาพแวดล้อมที่ไร้แสงเช่น ถ้ำหรือร่องลึกใต้ทะเล เนื่องจากพวกมันไม่จำเป็นต้องใช้ตาในการมองเห็นดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีสี ขณธเดียวกันมันก็ดูเหมือนว่าจะมีอวัยวะพิเศษที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า gnathopods เป็นอาวุธในการหาอาหาร

ไม่เพียงเท่านั้นการวิเคราะห์ดีเอ็นเอเผยให้เห็นว่าสัตว์นักล่าตัวนี้น่าจะเป็นสกุลใหม่เลยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเบาะแสว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อยู่ข้างใต้นั้นอีกเพียบแม้จะมีสภาพแวดล้อมที่รุนแรงในมุมมองของเราก็ตาม

"ที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ ข้อมูลดีเอ็นเอและลักษณะทางกายภาพชี้ให้เห็นว่าสปีชีส์นี้เป็นสกุลใหม่ด้วย เน้นย้ำว่าร่องลึกอาตากามาเป็นจุดศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพเฉพาะถิ่น" Weston กล่าว บอก

“การค้นพบนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสำรวจใต้ทะเลลึกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริเวณประเทศชิลี ซึ่งคาดว่าจะมีการค้นพบเพิ่มเติมอีกเมื่อเราศึกษาร่องลึกอาตากามาต่อไป”

ที่มา

https://www.tandfonline.com/…/10…/14772000.2024.2416430

https://www.livescience.com/…/large-ghostly-white-crab…

https://www.iflscience.com/first-of-its-kind-predator…

https://www.sciencealert.com/scientists-discover-new-deep…

Photo: Johanna Weston/WHOI

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...