โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

20 ปี ปิดคดี ‘สตรีแห่งขุนเขา’ ไขปริศนาฆาตกรรมหญิงไทยในอังกฤษ

TODAY

อัพเดต 27 ม.ค. 2568 เวลา 22.14 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 15.13 น. • workpointTODAY

ในที่สุดคดีฆาตกรรม‘ลำดวน สีกันยา’ หญิงชาวไทยในอังกฤษที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อ20 ปีที่แล้ว ก็กำลังจะได้รับความกระจ่าง หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน คือสามีของเหยื่อเอง เรื่องราวของ‘สตรีแห่งขุนเขา’ มีที่มาที่ไปอย่างไรเราเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นจบในโพสต์เดียว

1) ย้อนกลับไปเมื่อวันที่20 กันยายน2547 นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งบังเอิญไปพบร่างของหญิงสาวที่มีลักษณะคล้ายคนเอเชียถูกฆาตกรรมและทิ้งไว้ในเขตอุทยานแห่งชาติยอร์กเชียร์เดลส์ทางเหนือของอังกฤษในสภาพนอนคว่ำหน้าไม่สวมเสื้อใส่แค่กางเกงยีนส์ตัวเดียวกับถุงเท้าที่นิ้วมือมีแหวนทองที่เชื่อว่าน่าจะเป็นแหวนแต่งงานสวมอยู่

2) ในเวลานั้นไม่มีใครรู้เลยว่าหญิงผู้เคราะห์ร้ายคือใครแม้ตำรวจจะพยายามสืบหาแต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆเวลาผ่านไปจนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีญาติหรือคนที่คาดว่าอาจจะรู้จักกับหญิงนิรนามคนนี้คิดต่อมาแม้จะมีการสเก็ตช์ภาพเหยื่อแจกจ่ายไปตามสื่อต่างๆก็ยังไม่มีใครที่มาสอบถามขอดูร่างหรือระบุตัวตนของเหยื่อเลย

3) จนเวลาผ่านไป ด้วยความสงสาร ชาวบ้านในพื้นที่จึงตัดสินใจจัดพิธีศพให้เธอ และนำร่างไปฝังไว้ในสุสานที่เมืองฮอร์ตันอินริบเบิลส์เดล แต่ด้วยความที่ไม่มีใครรู้จักชื่อของเธอ เลยสลักชื่อไว้หน้าหลุมศพว่า‘The Lady of the Hills’ หรือที่รู้จักกันในชื่อภาษาไทยว่า‘สตรีแห่งขุนเขา’ โดยหวังว่า วันหนึ่งพวกเขาจะมีโอกาสได้กลับมาเปลี่ยนชื่อหน้าป้ายหลุมศพให้เป็นชื่อจริงๆ ของร่างไร้ลมหายใจที่นอนสงบนิ่งอยู่ใต้พื้นดิน ณ ที่แห่งนี้

นับตั้งแต่นั้นมาชื่อของสตรีแห่งขุนเขา ก็กลายมาเป็นชื่อที่คนทั่วโลกใช้เรียกขานหญิงนิรนามเคราะห์ร้าย ที่ต้องจบชีวิตอย่างเป็นปริศนาและทิ้งร่างไว้เดียวดายกลางอุทยานแห่งชาติของอังกฤษ

4) ถึงจะมีการจัดพิธีศพไปเรียบร้อยแล้ว แต่ตำรวจอังกฤษก็ยังคงไม่ละความพยายามที่จะหาคำตอบว่า หญิงเจ้าของร่างนี้คือใครกันแน่ โดยข้อมูลที่ตำรวจมีอยู่ตั้งแต่แรกคือ เธอมีอายุระหว่าง25-35 ปี มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความสูง149 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก63 กิโลกรัม

5) จากการสันนิษฐานของตำรวจ คาดว่าเธออาจเป็นหญิงชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่น่าจะจากประเทศไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือเวียดนาม แต่งงานมาใช้ชีวิตอยู่กับชายชาวอังกฤษ

6) แต่จุดสำคัญที่ตำรวจสังเกตได้ คือแหวนทองที่พบจากร่างไร้วิญญาณ เมื่อนำไปตรวจแล้ว พบว่า มีเปอร์เซนต์ทองคำอยู่มากกว่า95% ซึ่งทั่วโลกมีอยู่แค่ไม่กี่ประเทศที่นิยมทองคำที่มีเปอร์เซนต์สูงแบบนี้ และกรุงเทพฯ ก็เป็นแหล่งผลิตแหล่งใหญ่ของทองคำประเภทนี้ เลยทำให้ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานต่อว่า แหวนทองวงดังกล่าว น่าจะเป็นแหวนที่มาจากประเทศไทย ตำรวจเลยเรียกหญิงนิรนามคนนี้ว่า‘เจ้าสาวชาวไทย’

7) แม้กระนั้นตำรวจก็ยังคงไม่สามารถฟันธงได้ว่าเธอเสียชีวิตเพราะอะไรเนื่องจากร่างของเธอไม่มีร่องรอยการต่อสู้ถูกทำร้ายร่างกายหรือมีบาดแผลฉกรรจ์ปรากฏให้เห็นจึงมีความเป็นไปได้ทั้งที่ว่าเธออาจจะหลงป่าหรือเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บ

8 ) อย่างไรก็ตามตำรวจก็ไม่ได้ตัดเรื่องการฆาตกรรมทิ้งไปเลยซะทีเดียวจนเวลาผ่านไปเริ่มปรากฏให้เห็นว่าคดีนี้ดูแปลกๆเช่นไม่มีคนมาติดต่อตามหาญาติไม่มีการได้รับแจ้งความเรื่องคนหายหรือมีใครมาขอความช่วยเหลือให้ช่วยตามหาคนในครอบครัวเลยทำให้ตำรวจเลยเริ่มตั้งข้อสันนิษฐานว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการฆาตกรรมและนำร่างไปทิ้งไว้ในป่า

9) แต่จนแล้วจนเล่า ตำรวจก็หาหลักฐานมายืนยันข้อสันนิษฐานไม่ได้ซักที เพราะไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมอะไรเกี่ยวกับหญิงนิรนามคนนี้เลย แม้จะมีการส่งภาพสเก็ตช์ไปยังสถานทูตของประเทศต่างๆ ในเอเชียที่คาดว่าน่าจะเป็นบ้านเกิดของหญิงนิรนามคนนี้ เผื่อจะพบญาติ หรือได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อรูปคดีเพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

10) จนปี2559 มีการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ ส่งไปยังทีมสอบสวนคดีเก่าที่ยังไม่คลี่คลาย(Cold Case Team) ซึ่งการสอบสวนครั้งนี้เริ่มมีความแตกต่างไปจากข้อสันนิษฐานของคดีเดิมมีตั้งข้อสันนิษฐานขึ้นมาเพิ่มอีกหลายประเด็น

11) ทีมสอบสวนใหม่เชื่อว่า หญิงนิรนามคนนี้อาจเป็นหญิงชาวเอเชียที่แต่งงานและย้ายมาอยู่ในอังกฤษ ช่วงราวๆ ปี2533-2543 และอาจพักอาศัยอยู่ในมณฑลแลงคาเชียร์หรือมณฑลคัมเบรีย แล้วถูกสามีสังหารก่อนที่จะนำร่างไปทิ้งไว้ในลำธารกลางอุทยานแห่งชาติยอร์กเชียร์ เดลส์ ห่างจากถนนสายหลักไปประมาณ2 กิโลเมตร คาดว่าเธอน่าจะเสียชีวิตมาประมาณ1-3 สัปดาห์แล้วก่อนจะถูกพบ

12) เหตุผลที่ทำให้ทีมสอบสวนเชื่อแบบนั้นเพราะเมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ทางคดีแล้วพบจุดต้องสงสัยหลายเรื่องเช่นไม่มีใครมาแจ้งความคนหายหรือแม้แต่มีใครสังเกตได้ว่าเธอหายตัวไปแบบผิดปกติ

อีกทั้งร่างของเหยื่อขณะถูกพบไม่ได้สวมใส่เครื่องแต่งกายที่บ่งชี้ได้ว่าเป็นคนมาเดินป่าแล้วเกิดเคราะห์ร้ายในปอดก็ไม่มีน้ำที่จะบ่งชี้ว่าเสียชีวิตจากการจมน้ำจึงคาดว่าเหยื่อน่าจะเสียชีวิตจากที่อื่นก่อนที่จะถูกนำร่างมาทิ้งไว้

13) ตำรวจมองว่ามีความเป็นไปได้ว่า ผู้ก่อเหตุอาจเป็นสามีของเหยื่อที่ก่อเหตุฆาตกรรมภรรยาตัวเอง แล้วไปอ้างกับคนอื่นๆ ว่าเธอกลับบ้านเกิดไปแล้ว จึงไม่มีใครสงสัย หรือออกตามหา

14) ตัดภาพมาที่ประเทศไทย ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งใน อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พยายามตามหาลูกสาวคนที่6 ที่ชื่อว่า‘ลำดวน สียากัน’ ซึ่งแต่งงานกับสามีชาวอังกฤษ ชื่อ‘เดวิด อาร์มิเทจ’ และย้ายไปอยู่กับสามีตั้งแต่ปี2533

15) ตั้งแต่แต่งงานไป ลำดวนจะพาลูกและสามีกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่เป็นประจำทุกปี จนมาขาดการติดต่อกับทางครอบครัวในประเทศไทยตั้งแต่ปี2547 จากที่เคยโทรมาหาพ่อแม่ทุกสัปดาห์ ก็ไม่มีการโทรศัพท์มาอีกเลย ไม่มีแม้แต่จดหมายสักฉบับส่งกลับมาที่บ้าน จนลำดวนเงียบไปเป็นเวลา1 เดือนเต็มพ่อกับแม่ของเธอเลยตัดสินใจไปแจ้งตำรวจ

17) จากเรื่องราวที่แม่ของลำดวนออกมาเปิดเผย ในช่วงแรกๆ หลังแต่งงาน ลำดวนกับเดวิด ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่ดูเหมือนจะมีความสุขดี โดยเดวิดเป็นครู และลำดวนทำงานอยู่ในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง ทั้งคู่ช่วยกันทำงานเก็บเงินเก็บทองจนสามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ ช่วยกันเลี้ยงลูก3 คน คือ ลูกชายของลำดวนกับเดวิดที่เกิดในปี2535 และลูกสาวที่เกิดปี2542 พร้อมกับลูกติดของลำดวนอีกคนหนึ่งที่พาไปอยู่อังกฤษด้วยกัน

18) แต่ต่อมาลำดวนเริ่มมีปัญหาสุขภาพทำให้ไม่สามารถทำงานได้ เดวิดเลยต้องทำงานเลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียว ทำให้เริ่มขาดสภาพคล่อง จากบ้านที่มีอยู่ก็ต้องขาย แล้วย้ายไปเช่าบ้านอยู่แทนไม่แน่ชัดว่านี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีวิตคู่ของทั้งสองเริ่มสั่นคลอนหรือไม่โดยที่พักอาศัยแห่งสุดท้ายที่แม่ของลำดวนรับรู้ก็คือทั้งครอบครัวต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของพ่อกับแม่เดวิดในมณฑลคัมเบรีย

19) แม่ของลำดวนเล่าว่า เธอรู้มาว่า พักหลังๆ ลำดวนมีปัญหาและทะเลาะกับเดวิดอยู่บ่อยๆ จนช่วงหลังๆ ลำดวนเริ่มเขียนจดหมายมาบอกที่บ้านว่า เธออยากกลับมาอยู่บ้าน แต่กลัวมีปัญหาเรื่องการแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูลูก และในปี2547 ซึ่งเป็นปีที่ลำดวนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนหน้านั้นแค่ไม่กี่เดือน ลำดวนก็ทะเลาะกับเดวิด และบินกลับมาอยู่ไทยได้ราวๆ1 เดือนก่อนลูกๆจะโทรมาตามเธอจึงตัดสินใจบินกลับไปที่อังกฤษอีกครั้ง

20) คำบอกเล่าของแม่ลำดวนสอดคล้องกับที่เพื่อนคนไทยหลายคนที่ทำงานอยู่ในร้านอาหารในเมืองพอร์ตส์มัธพูดในลักษณะเดียวกันเลยว่าลำดวนกับเดวิดมีปัญหากันอยู่บ่อยๆและลำดวนก็เคยมาปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวกับเพื่อนๆอยู่หลายครั้ง

21) จนครั้งสุดท้ายที่ติดต่อกลับมาที่บ้านลำดวนโทรศัพท์มาร้องไห้กับแม่ว่าเธออยากพาลูกๆกลับมาอยู่ไทยแบบถาวรแต่ว่าตอนนี้ไม่มีเงินซื้อตั๋วเครื่องบินจากนั้นลำดวนก็หายเงียบไปไม่มีการติดต่อมาอีกเลยทางครอบครัวที่เมืองไทยพยายามตามหาแต่ก็ไม่พบสุดท้ายเลยตัดสินใจไปแจ้งความ

22) ตลอดหลายปีหลังจากที่ลำดวนหายตัวไป ครอบครัวในเมืองไทยพยายามตามหาเธอทุกวิถีทางอย่างสุดความสามารถ ทั้งแจ้งตำรวจ พยายามติดตามหน่วยงานต่างๆ ที่คิดว่าจะช่วยได้ จนถึงขั้นเคยถูกมิจฉาชีพหลอกว่าจะช่วยและเชิดเงินหนีไป แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย

23) ขณะที่ลูกชายคนโตของลำดวนที่เกิดกับสามีคนไทย และย้ายไปอยู่กับอังกฤษพร้อมกับลำดวน ก็พยายามตามหาแม่ด้วยเหมือนกัน ในปี2553 เขาโทรหายายที่เมืองไทยพร้อมกับบอกว่าแม่กับน้องๆไม่ได้อยู่อังกฤษหลายปีแล้วแต่ไม่รู้ว่าหายไปไหน

24) เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ก็ยังคงไร้วี่แววของลำดวน ครอบครัวทางเมืองไทยเริ่มที่จะทำใจ จนปี2559 ลูกชายของลำดวนอีกคนหนึ่งที่เป็นลูกของเดวิดเดินทางมาที่บ้านตายายในจังหวัดอุดรธานีตั้งใจจะมาบอกข่าวดีและชวนแม่ไปงานแต่งงานของเขาแต่กลับต้องมาได้ยินข่าวร้ายจากปากของยายว่าแม่หายตัวไปหลายปีแล้วคิดว่าน่าจะเสียชีวิตอยู่ที่อังกฤษทำให้ลูกชายของลำดวนช็อคมากเพราะสิ่งที่เขารับรู้มาตลอดจากพ่อก็คือแม่ทิ้งเขากลับมาแต่งงานใหม่ที่เมืองไทย

25) การปรากฏตัวของลูกชายของลำดวนและเดวิด ทำให้ครอบครัวของลำดวนได้รับความกระจ่างขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งว่า หลังจากที่ลำดวนหายตัวไป3 ปี เดวิดได้พาลูกๆ ทั้ง2 คน ย้ายมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่ปี2550 โดยเขาไปทำงานเป็นอาจารย์สอนภาษาอยู่ในมหาวิทยาลัยที่จังหวัดกาญจนบุรีแต่ไม่เคยกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อกับแม่ของลำดวนเลยสักครั้ง

26) แม้เวลาจะผ่านไป แต่ครอบครัวของลำดวนก็ยังคงไม่ละความพยายามที่จะหาคำตอบ จน14 ปีต่อมา หลังจากมีคนไปพบร่างหญิงสาวปริศนาเสียชีวิตอยู่ในอุทยานแห่งชาติ ยอร์กเชียร์ เดลส์ ในปี2561 เมื่อกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์มีความก้าวหน้ามากขึ้น ตำรวจเลยตัดสินใจนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ไอโซโทป มาใช้ตรวจวิเคราะห์ เส้นผม ฟัน และกระดูก ของสตรีแห่งขุนเขา เพื่อที่ระบุว่าเธอเคยอาศัยอยู่ที่ไหนมาบ้างในช่วง2 ปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิต

27) ปรากฎว่า ผลการตรวจดันไปพบว่าเส้นผมของเธอมีธาตุบางอย่างที่พบในพื้นที่ไม่กี่แห่งในอังกฤษ(หนึ่งในนั้นก็คือมณฑลคัมเบรียที่พ่อกับแม่ของเดวิดอาศัยอยู่)จึงทำให้ตำรวจสามารถจำกัดที่จะระบุที่พักอาศัยก่อนเสียชีวิตของสตรีแห่งขุนเขาได้แคบลงมานำไปสู่การขยายผลต่อไปเรื่อยๆกับหลักฐานก่อนๆอย่างข้อสันนิษฐานที่ว่าเธอเป็นชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีข้อบ่งชี้จากแหวนว่าน่าจะเป็นคนไทย

28) และในปีเดียวกันนั้นเอง ญาติคนหนึ่งของลำดวนได้บังเอิญไปเห็นภาพสเก็ตช์ของสตรีแห่งขุนเขาจากข่าวของสำนักข่าวBBC เลยนำไปภาพนี้ไปให้พ่อและแม่ของลำดวนดู ทั้งสองคน เมื่อเห็นภาพสเก็ตช์ ก็เชื่อว่า น่าจะเป็นลูกสาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อน เนื่องจากหญิงในภาพมีหน้าตาคล้ายลำดวนมาก และก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอังกฤษทางครอบครัวจึงขอความช่วยเหลือไปยัง‘เครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร’ เพื่อขอให้ช่วยติดต่อทางตำรวจดำเนินการพิสูจน์ดีเอ็นเอกับร่างสตรีแห่งขุนเขา

29) นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คดีนี้ เริ่มคลายปม หลังได้รับการติดต่อจากครอบครัวของลำดวน เครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร ก็ได้ประสานไปยังหน่วยงานของอังกฤษ และหน่วยงานไทย ดำเนินการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของพ่อกับแม่ของลำดวน เพื่อไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่เก็บมาจากร่างของสตรีแห่งขุนเขา

30) จนปี2562 ก็ได้รับการยืนยันจากตำรวจอังกฤษว่า ตัวอย่างดีเอ็นเอของสองสามีภรรยาชาวไทย ตรงกับดีเอ็นเอของสตรีแห่งขุนเขา จึงประกาศว่า เจ้าของร่างปริศนาที่ตามหาคำตอบกันมานาน15 ปีคือลำดวนอาร์มิเทจหรือลำดวนสีกันยาหญิงชาวไทยจากจังหวัดอุดรธานีที่แต่งงานไปอยู่กินกับสามีชาวอังกฤษ

31) สำหรับครอบครัวของลำดวนสีกันยาแล้วคำยืนยันนี้เป็นทั้งความโล่งใจและเสียใจในแบบที่ไม่มีอะไรเปรียบได้เมื่อมีการยืนยันว่าลำดวนเสียชีวิตแล้วทางครอบครัวจึงประกอบพิธีทางศาสนาให้เธอและต้องการนำอัฐิของลำดวนกลับไทยแต่ยังไม่สามารถทำได้เพราะตามกฎหมายกฎหมายของอังกฤษการที่จะทำแบบนั้นจะต้องได้รับความยินยอมจากสามีของผู้เสียชีวิตซึ่งก็คือเดวิดก่อนแต่เดวิดไม่ให้ความร่วมมือโดยอ้างว่าเขายังไม่สะดวกที่จะทำเรื่องให้

32) ที่ผ่านมาเดวิดพยายามหลีกเลี่ยงไม่นำตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตของลำดวนเขาปฏิเสธแม้แต่จะไปให้ปากคำในฐานะพยานทำให้การสอบสวนคดีลำดวนต้องหยุดชะงักไปหลายครั้ง

33) แต่ทีมสอบสวนยังคงไม่ย่อท้อ เนื่องจากคดีฆาตกรรมลำดวน สีกันยา ถือเป็นคดีใหญ่ระหว่างประเทศ ทั้งทีมสอบสวนของอังกฤษ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ของไทยลงมาทำงานร่วมกันเพื่อหาพยานหลักฐานมาปิดคดีทวงความยุติธรรมกับเหยื่อและนำอัฐิของเธอกลับมาสู่อ้อมอกครอบครัว

34) จนในที่สุดวันที่23 ม.ค. 2568 ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) และDSI ร่วมกันเข้าควบคุมตัวเดวิดที่บ้านพักในจังหวัดกาญจนบุรีและสั่งเพิกถอนวีซ่าเนื่องจากเดวิดตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมหญิงไทยที่อังกฤษจึงถือเป็นบุคคลที่เข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคมโดยเดวิดจะต้องถูกเนรเทศออกจากประเทศไทย

35) อย่างไรก็ตาม คดีฆาตกรรมสตรีแห่งขุนเขายังคงไม่จบ เพราะนี่เป็นแค่การจับกุมผู้ต้องสงสัย ที่เป็นการดำเนินการของทางการไทย ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นในอังกฤษ เดวิดยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา และยังไม่มีหมายจับ ดังนั้น เขายังคงมีโอกาสเลือกจะเดินทางกลับไปยังอังกฤษ หรือไปประเทศที่3 หลังถูกเนรเทศออกจากไทย

ซึ่งถ้าเดวิดเลือกเดินทางกลับอังกฤษ ก็จะเป็นหน้าที่ของทีมสอบสวนอังกฤษที่ต้องพูดคุยเจรจาเพื่อทำคดีต่อ แต่หากเขาเลือกไปประเทศที่3 ก็ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศนั้นๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...