โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุปรวม คำสั่งฝ่ายบริหาร ทรัมป์ ลงนามในวันแรก หลังรับตำแหน่งประธานาธิบดี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 18.46 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 11.46 น.

สรุปรวม คำสั่งฝ่ายบริหาร ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในวันแรก หลังสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ครอบคลุมในทุกประเด็นสำคัญ ชี้เป็นการลงนามในคำสั่งที่มากที่สุดใน 88 ปี

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ คนที่ 47 อย่างเป็นทางการ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ไปทั้งหมด 26 ฉบับด้วยกัน ซึ่งครอบคลุมหลากหลายประเด็น ตั้งแต่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผู้อพยพผิดกฎหมาย เศรษฐกิจ พลังงาน ไปจนถึงเรื่องเพศสภาพ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว นับว่าเป็นการสร้างสถิติการลงนามในคำสั่งพิเศษที่มากที่สุดใน 1 วัน ของประธานาธิบดีสหรัฐ นับตั้งแต่สมัยของอดีตประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ เมื่อปี 2480

คำสั่งฝ่ายบริหารคืออะไร

คำสั่งฝ่ายบริหารคือคำสั่งพิเศษจากประธานาธิบดีสหรัฐที่ระบุถึงแนวทางการบริหารจัดการรัฐบาลกลาง โดยคำสั่งดังกล่าวมักประกอบด้วยคำสั่งถึงหน่วยงานของรัฐบาลกลางหรือคำขอรายงาน และสามารถใช้เพื่อเน้นย้ำวาระนโยบายสำคัญต่าง ๆ ได้ แม้ว่าคำสั่งของฝ่ายบริหารจะมีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ก็มีความแตกต่างไปจากกฎหมาย เนื่องจากไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม อำนาจดังกล่าวไม่ได้ไร้ขีดจำกัด โดยรัฐสภาสหรัฐสามารถเสนอท้าทายคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีได้ ด้วยการระงับเงินทุนหรือสร้างอุปสรรคใด ๆ ก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้การนำไปปฏิบัติได้

ทั้งนี้ มีเพียงประธานาธิบดีสหรัฐที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวาระปัจจุบันเท่านั้น ที่มีอำนาจในการเพิกถอนคำสั่งฝ่ายบริหารเดิมที่มีอยู่ โดยประธานาธิบดีคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ มักใช้อำนาจนี้ในการยกเลิกคำสั่งที่ออกโดยประธานาธิบดีคนก่อนหน้า

ข้อจำกัดของคำสั่งฝ่ายบริหารมีอะไรบ้าง

ตลอดประวัติศาสตร์หลายร้อยปีของสหรัฐ ประธานาธิบดีได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารมาแล้วหลายพันฉบับ ซึ่งบันทึกไว้โดยโครงการประธานาธิบดีอเมริกันแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียณ วันที่ 20 ธ.ค. 2567 ระบุว่า ในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรก นายทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารไปทั้งหมด 220 ฉบับ ในขณะที่นายโจ ไบเดนลงนาม 160 ฉบับ

แม้รัฐสภาและศาลไม่สามารถเพิกถอนคำสั่งฝ่ายบริหารได้ แต่ก็สามารถสั่งระงับหรือยกเลิกได้เช่นกัน เช่นในปี 2535 อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช ลงนาในคำสั่งฝ่ายบริหารที่เสนอให้จัดตั้งธนาคารเนื้อเยื่อทารกในครรภ์มนุษย์ เพื่อการวิจัย ซึ่งรัฐสภาได้ดำเนินกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้คำสั่งดังกล่าวเป็นโมฆะในที่สุด

คำสั่งฝ่ายบริหารยังสามารถเผชิญกับการท้าทายทางกฎหมายได้ หากประธานาธิบดีถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต เช่นในช่วงสงครามเกาหลี ซึ่งศาลฎีกาตัดสินว่าอดีตประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน ไม่มีอำนาจยึดโรงงานเหล็ก โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

คำสั่งฝ่ายบริหารล่าสุดมีอะไรบ้าง

นายทรัมป์ได้เริ่มต้นการดำรงตำแหน่งวาระที่ 2 ด้วยการลงนามในคำสั่งพิเศษ 26 ฉบับ โดยประเด็นสำคัญในคำสั่งพิเศษชุดใหญ่ครั้งนี้ ได้แก่

การตรวจคนเข้าเมืองและผู้อพยพ

  • สถานการณ์ฉุกเฉินที่ชายแดน

นายทรัมป์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติที่ชายแดนทางใต้ติดกับเม็กซิโก และได้ยกเลิกสิทธิการเป็นพลเมืองโดยกำเนิดโดยอัตโนมัติ สำหรับเด็กที่เกิดในสหรัฐ จากพ่อแม่ที่เป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย หรือผู้ที่ถือวีซ่าชั่วคราว และระงับโครงการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในสหรัฐชั่วคราว เป็นเวลา 4 เดือน

นายทรัมป์ยังได้สั่งให้กองทัพปิดพรมแดนทางตอนใต้ โดยอ้างปัญหาต่า งๆ เช่น การค้ายาเสพติด การลักลอบขนคน และอาชญากรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับกำหนดให้แก๊งอาชญากรและกลุ่มค้ายาข้ามชาติ รวมทั้ง แก๊งMS-13 และ แก๊ง Tren de Aragua เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ และเพิ่มเข้าไปในบัญชีรายชื่อกลุ่มก่อการร้าย เฉกเช่นเดียวกับ กลุ่มอัลกออิดะห์ หรือกลุ่ม ISIS

นอกจากนี้แล้ว นายทรัมป์ยังสั่งให้หน่วยงานต่าง ๆ กลับมาดำเนินการก่อสร้างกำแพงกั้นพตามแนวชายแดนทางใต้ แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนด้านเงินทุนก็ตาม โดยความพยายามก่อนหน้านี้ในการดำรงตำแหน่งสมัยแรกได้เริ่มต้นไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์

  • นโยบายอยู่ในเม็กซิโก

นายทรัมป์กลับมาใช้มาตรการใหม่ที่กำหนดให้ผู้ขอสถานะผู้ลี้ภัยที่ไม่ใช่ชาวเม็กซิกันเดินทางกลับเม็กซิโก ในระหว่างรอการพิจารณาเรื่องการย้ายถิ่นฐานเข้าเมืองสหรัฐ และได้ล้มเลิกโครงการสนับสนุน CHNV ของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งอนุญาตให้ผู้อพยพจากคิวบา เฮติ นิคารากัว และเวเนซุเอลา สามารถย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐได้อย่างถูกกฎหมาย

เขายังได้นำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้อีกครั้ง สำหรับอาชญากรรมร้ายแรงที่กระทำโดยผู้อพยพผิดกฎหมาย รวมทั้งการฆาตกรรมเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งได้ยุตินโยบาย “จับแล้วปล่อย” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะกักขังผู้อพยพจนกว่าจะถึงวันพิจารณาคดี นอกจากนี้แล้ว เขายังให้คำมั่นว่าจะดำเนินการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายจำนวนมากและยกเลิกข้อจำกัดในการบุกจับของรัฐบาลกลางตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น โบสถ์และโรงเรียน

TikTok

นายทรัมป์ลงนามคำสั่งเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายแบน TikTok เป็นเวลา 75 วัน หลังจากที่ TikTok จอดำและไม่สามารถใช้งานในสหรัฐได้ในวันที่ 19 ม.ค. โดยคำสั่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของ TikTok มีเวลาเพิ่มเติมในการหาพันธมิตรเพื่อขายกิจการในสหรัฐ

การปฏิรูปรัฐบาล

นายทรัมป์จัดตั้ง สำนักงานควบคุมประสิทธิภาพของรัฐบาล (Department of Government Efficiency) หรือ DOGE ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล โดยนายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกดังกล่าว ซึ่งจะมีพนักงานประมาณ 20 คน

นายทรัมป์ยังได้ดำเนินการยุติการจ้างงานทั่วทั้งรัฐบาลกลาง โดยยกเว้นกองทัพสหรัฐและหมวดหมู่อื่น ๆ อีกไม่กี่หมวดหมู่ จนกว่ารัฐบาลของเขาจะเข้ามาควบคุมงานอย่างเต็มรูปแบบ และกำหนดให้พนักงานรัฐบาลกลางต้องกลับเข้ารับตำแหน่ง และทำงานที่สำนักงาน ซึ่งเป็นการยุติการให้เบี้ยเลี้ยงการทำงานทางไกล

นอกจากนี้แล้วยังมีการออกคำสั่งให้ "คืนเสรีภาพในการพูดและป้องกันการเซนเซอร์ของรัฐบาล" โดยมอบหมายให้อัยการสูงสุดดำเนินการสอบสวนกิจกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กระทรวงยุติธรรม, คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) และ คณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลสหรัฐ (FTC) ภายใต้รัฐบาลชุดก่อน

  • การดำเนินคดีทางการเมือง

นายทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อแก้ไขปัญหา "การใช้รัฐบาลเป็นอาวุธต่อต้านฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง" โดยคำสั่งดังกล่าวเรียกร้องให้มีการทบทวนการดำเนินการของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยข่าวกรอง ในช่วงรัฐบาลของนายไบเดน และเสนอแนะมาตรการแก้ไขเมื่อจำเป็น

องค์การอนามัยโลก

นายทรัมป์ลงนามคำสั่งเริ่มกระบวนการถอนให้สหรัฐถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เขาดำเนินการในลักษณะนี้ โดยเขาวิพากษ์วิจารณ์ WHO ในการจัดการการแพร่ระบาดของโควิด-19 และชี้ว่าสหรัฐบริจาคเงินภาษีประชาชนให้องค์กรมากเกินไป

การยกเลิกนโยบายของไบเดน

นายทรัมป์ออกคำสั่งระงับนโยนบายการช่วยเหลือต่างประเทศ และเริ่มทบทวนโครงการความช่วยเหลือต่างประเทศทั้งหมด ในฐานะส่วนหนึ่งของวาระนโยบายต่างประเทศ "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) โดยเขาได้ยกเลิกคำสั่งของนายไบเดนที่ถอดคิวบาออกจากรายชื่อประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายของสหรัฐ และอาจกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น นายทรัมป์ยังได้ยกเลิกกฎระเบียบเกือบ 80 ข้อ ที่บังคับใช้ในสมัยการดำรงตำแหน่งของนายไบเดนอีกด้วย

ในขณะเดียวกันก็ได้ออกกฎการตรึงกฎระเบียบ เพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางออกกฎระเบียบใหม่ จนกว่ารัฐบาลของเขาจะได้รับการควบคุมการปฏิบัติงานเต็มรูปแบบ รวมถึงเพิกถอนคำสั่งให้พนักงานรัฐบาลฉีดวัคซีนโควิด และให้คำมั่นว่าจะคืนตำแหน่งให้กับทหาร 8,000 นาย ที่ปลดประจำการตามคำสั่งให้ฉีดวัคซีนของกระทรวงกลาโหม โดยจะจ่ายเงินย้อนหลังให้ครบถ้วน

ความหลากหลายและเพศ

  • นโยบายเกี่ยวกับคนข้ามเพศ

การประกาศให้สหรัฐรับรองเพศอย่างเป็นทางการของประชาชนเพียง 2 เพศเท่านั้น คือ ชายและหญิง ซึ่งเป็นความจริงพื้นฐานที่ไม่อาจโต้แย้งได้ โดยการตัดสินใจครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนโยบายเกี่ยวกับคนข้ามเพศในด้านต่าง ๆ เช่น การสื่อสารของรัฐบาล การคุ้มครองสิทธิพลเมือง เงินทุนของรัฐบาล และระบบเรือนจำ เอกสารราชการ เช่น หนังสือเดินทางและวีซ่าก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน

  • DEI (ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม)

นายทรัมป์ยุติโครงการ นโยบาย และการสื่อสารของรัฐบาลทั้งหมดที่ส่งเสริมอุดมการณ์ทางเพศ โดยในคำสั่งแยกต่างหาก เขาได้ยุติโครงการ DEI ทั้งหมดภายในรัฐบาลกลางที่ไร้ประโยชน์และและการให้สิทธิพิเศษ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้กับหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ผู้รับทุนของรัฐบาลกลาง และหน่วยงานตามสัญญาจ้าง รวมถึงให้คำใบ้ถึงการออกมาตรการเพิ่มเติมที่จะส่งผลกระทบต่อแผน DEI ของภาคเอกชนด้วย

การเปลี่ยนชื่อคุณลักษณะทางภูมิศาสตร์

  • อ่าวอเมริกา

นายทรัมป์ออกคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico) เป็น อ่าวอเมริกา (Gulf of America)

  • เปลี่ยนชื่อภูเขา

คำสั่งเปลี่ยนชื่อภูเขาเดนาลี (Mount Denali) ในอลาสกากลับเป็น ภูเขาแมคคินลีย์ (Mount McKinley) อีกครั้ง เพื่อเป็นเกียรติแก่นายวิลเลียม แมคคินลีย์ ประธานาธิบดีคนที่ 25 ของสหรัฐ ผู้ออกนโยบายภาษีศุลกากรอันเข้มงวดซึ่งนายทรัมป์นำมาประยุกต์ใช้ ซึ่งถือเป็นการย้อนกลับการเปลี่ยนแปลงในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เปลี่ยนชื่อภูเขาเป็น เดนาลี เพื่อสะท้อนถึงการใช้ชื่อนี้โดยชนเผ่าพื้นเมืองในอดีต

เศรษฐกิจ

  • การแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ

คำสั่งให้หน่วยงานและกระทรวงต่าง ๆ ของรัฐบาลกลางสหรัฐ เร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ โดยพิจารณาแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล อาหาร เชื้อเพลิง และสินค้าจำเป็นอื่น ๆ โดยหน่วยงานต่าง ๆ ได้รับการร้องขอให้ส่งรายงานภายใน 30 วัน

สภาพภูมิอากาศและพลังงาน

  • ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) อีกครั้ง

การถอนตัวจากข้อตกลงปารีส ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นการถอนตัวครั้งที่ 2 หลังจากที่เขาออกคำสั่งไปในสมัยแรก ซึ่งถูกนายไบเดนออกคำสั่งยกเลิกในปี 2564 นอกจากนี้แล้ว นายทรัมป์ยังลงนามในจดหมายถึงองค์การสหประชาชาติ (UN) อย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการถอนตัวดังกล่าวอีกด้วย

  • สถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติ

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติ และให้คำมั่นที่จะเติมเต็มคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้คำสั่งปลดปล่อยศักยภาพทรัพยากรที่ไม่ธรรมดาของอลาสกา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแหล่งน้ำมัน ก๊าซ และทรัพยากรอื่น ๆ ในรัฐอลาสกา โดยให้คำมั่นว่าจะขยายการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยสโลแกน "ขุดเจาะไปเลย เจาะเลย" ("drill, baby, drill.")

นายทรัมป์ยังได้ระงับโครงการพลังงานสีเขียวในยุคของนายไบเดน รวมถึงเงินทุนที่จัดสรรผ่านกฎหมายลดเงินเฟ้อและกฎหมายโครงสร้างพื้นฐาน ยุติการเช่าฟาร์มกังหันลมของรัฐบาลกลาง และเพิกถอนคำสั่งควบคุมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกเลิกกฎระเบียบเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล และจำกัดการสนับสนุนของรัฐบาลสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียน

การจลาจลที่อาคารรัฐสภา

นายทรัมป์ประกาศว่าเขาจะอภัยโทษบุคคล เกือบ 1,600 คน ที่ถูกจับกุมในข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 โดยชี้ว่าผู้ถูกจับกุมเหล่านี้คือตัวประกันทางการเมือง โดยมากกว่า 600 คนถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายหรือขัดขวางเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว

นอกจากนี้แล้ว นายทรัมป์ยังได้ลดโทษสมาชิกกลุ่มขวาจัด เช่น กลุ่ม Oath Keepers และ กลุ่ม Proud Boys ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสมคบคิดก่อกบฏ จากการมีส่วนสำคัญในเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภา

อ้างอิง : bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...