โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชน ทำการบ้านเรื่องค่าไฟมาไม่พอ ‘อาจารย์วีระ’ ชี้โครงการรับซื้อไฟฟ้าที่พรรคประชาชนคัดค้าน มีราคาเพียง 2 บาทกว่า ๆ ยิ่งทำมาก ยิ่งดี

The Structure

อัพเดต 21 ธ.ค. 2567 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2567 เวลา 06.31 น. • The Structure

สืบเนื่องจากเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)

ในการหยุดยั้งการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในโครงการการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 (เพิ่มเติม) พ.ศ. 2567 (Feed—in Tariff เฟส 2) ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

ซึ่งได้มีการประกาศรายชื่อผู้ที่รับการคัดเลือกไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมาโดยให้เหตุผลว่าการดำเนินการตามโครงการนี้นั้น จะเป็นสาเหตุให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นโดยไม่มีความจำเป็น

ซึ่งในการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2567 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว. พลังงานซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้มาตอบกระทู้เองก็กล่าวว่าการรับซื้อมีปัญหาและไม่ถูกต้องจริงๆ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ จึงได้ส่งหนังสือให้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อพิจารณายกเลิกการรับซื้อ แต่ กกพ. แต่ กกพ. ไม่รับ

ในขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเอาไว้เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2567 ว่าราคาค่าไฟที่ 4 บาทต่อยูนิตนั้นถือว่าแพงมาก ควรจะลดลงให้ได้ที่ระดับ 3 บาทกลาง ๆ และควรจะมีการลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นลงให้ได้มากที่สุด

อาจารย์วีระ ธีรภัทร นักจัดรายการวิทยุ และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า นายทักษิณเองก็คงจะทราบดีว่ามีข้อจำกัดมากน้อยเท่าใด ในการลดค่าไฟฟ้าให้ได้มากกว่านี้ ในขณะที่นายพีระพันธุ์นั้นก็ได้พยายามทำอย่างเต็มที่แล้วในการลดค่าไฟ แต่สุดท้ายก็ลดได้เพียงแค่ 3 สตางค์

และโดยโครงสร้างแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะลดให้เหลือเพียง 3 บาทต้น ๆ อย่างที่เคยเป็นมาในระยะสั้น ๆ เนื่องจากว่ารัฐบาลยังมีหนี้ค้างจ่ายค่า FT (ค่าไฟฟ้าผันแปร) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) อยู่ประมาณ 8 หมื่นกว่าล้าน

ซึ่งภายใต้สภาวการณ์ที่เป็นอยู่นี้นั้น นายพีระพันธุ์ได้ทำให้ค่าไฟฟ้านั้นไม่ขึ้นมาก แต่ก็เอาลงไม่ได้แล้ว โดยก่อนนี้มีการกล่าวกันว่าจะขึ้นราคาไปถึง 4.50 บาท แล้วก็มีการวิจารณ์กันมาก แล้วก็ลดลงมาเหลือ 4 บาทต้น ๆ แต่การจะลดลงมาให้ได้เหลือ 3 บาทกลาง ๆ อย่างที่นายทักษิณได้กล่าวมานั้น ไม่มีทางเป็นไปไม่ได้เลยในสภาวะการณ์เช่นนี้

ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านออกมากล่าวว่า ถ้าหากว่ามีการเซ็นสัญญาในโครงการ Feed-in- Tariff ก็จะส่งผลให้คนไทยต้องแบกรับค่าไฟราคาแพงไปอีก 25 ปี นั้น อาจารย์วีระกล่าวว่า “พรรคประชาชนทำการบ้านมาไม่พอ”

และกล่าวต่อว่าประเด็นของเรื่องนี้คือการซื้อไฟฟ้ารอบนี้ซึ่งเป็นไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนนั้น ไม่มีค่า adder (อัตราค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มโดยบวกเพิ่มจากอัตราค่าไฟฟ้าปกติเป็นระยะเวลา 7 หรือ 10 ปี ตามประเภทของโรงไฟฟ้า) จึงทำให้มีราคาเพียง 2 บาทกว่า ๆ จึงยิ่งทำมากก็ยิ่งดี และไม่ได้เป็นภาระอย่างที่มีการพูดกัน

“คือมันมีหลายประเด็น แต่ผมคิดว่าเขายังทำการบ้านไม่พอ สรุปอย่างนั้นดีกว่า ผมไม่อยากจะไป discredit (ทำลายความน่าเชื่อถือ) ใครในเรื่องแบบนี้ เพราะว่ามันมีเหลี่ยมในการมองที่แตกต่างกัน” อาจารย์วีระกล่าว

และกล่าวว่า เรื่องการทำสัญญา PPA (Power Purchase Agreement – ข้อตกลงการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าขึ้นมาใช้เอง) ระหว่าง กฟผ. และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่จะซื้อจากเอกชนนั้น คนตัดสินไม่ใช่ทั้งนายกฯ และ รมว. พลังงาน แต่เป็น กกพ. “(แล้ว) จะไปถามนายกหาพระแสงอะไร!” ซึ่งกกพ. นั้นเป็นองค์กรอิสระ ที่รัฐบาล ไม่ว่าจะโดยนายกฯ หรือ รมว. พลังงานก็ไม่สามารถแทรกแซงได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...