โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เที่ยวพิพิธภัณฑ์เตาถ่านโบราณหนึ่งเดียวในตรัง

77kaoded

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 20.37 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2568 เวลา 13.37 น. • 77Kaoded

เที่ยวพิพิธภัณฑ์เตาถ่านโบราณหนึ่งเดียวในตรัง อนุรักษ์ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาการดำเนินกิจการเผ่าถ่าน ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ กรรมวิธีเผ่าถ่านอดีตที่เคยรุ่งเรืองสร้างมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ มาอย่างยาวนาน

พิพิธภัณฑ์เตาถ่าน ตั้งอยู่ที่ บ้านในทอน หมู่ที่ 11 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง สร้างขึ้นตามนโยบายของนายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังในสมัยนั้น เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ด้านการใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนในอดีตแถบลุ่มแม่น้ำปะเหลียน ที่เคยรุ่งเรืองสร้างมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ มาอย่างยาวนาน

เมื่อมีการยกเลิกการสัมปทานทำไม้ป่าชายเลน โดยมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2539 (เรื่อง การยกเลิกการให้สัมปทานทำไม้ในเขตป่าไม้ชายเลน) เตาถ่านต่างๆ จึงหยุดใช้งานและอยู่ในสภาพทรุดโทรม ต่อมานายก อบจ.ตรังได้ทราบว่าเตาถ่านและที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของนางห้อง เทพวารินทร์ นายก อบจ.ตรังจึงได้เดินทางไปพบกับป้าห้องที่บ้าน

โดยนางห้อง เทพวารินทร์ เจ้าของกิจการเผ่าถ่าน เมื่อทราบว่าทาง อบจ.ตรัง ประสงค์จะมีการสร้างพิพิธภัณฑ์เตาถ่ายขึ้น ก็ดีใจและมีความประสงค์ที่จะให้มีการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาการดำเนินกิจการเผ่าถ่าน ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ กรรมวิธีเผ่าถ่าน จึงผู้บริจาคที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน75 ตารางวา พร้อมเตาถ่าน 1 ลูก ให้กับ อบจ.ตรัง ในการสร้างพิพิธภัณฑ์เตาถ่าน

พิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยตัวอาคารนิทรรศการ บ้านเถ้าแก่ และเตาเผาถ่านโบราณ ที่เหลือเพียง 1 ลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงร่องรอยทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาของชาวบ้านในอดีต โดยการเล่าเรื่องผ่านหุ่นจำลองเสหมือนจริง 12 จุด ด้วยกัน

วันนี้นับเป็นความโชคดีของผู้สื่อข่าวที่ได้เจอกับนายสหัส เสียมไหม อายุ 79 ปี อดีตเคยเป็นคนงานทำหน้าที่เป็นคนแจวเรือปกชุน ทำงานในเต่าถ่านตั้งแต่อายุ 17 ปี และเป็นคนงานเพียงคนเดียวที่มีชีวิตอยู่ นอกจากนั้นล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว โดยแต่ละวันที่คุณตาสหัส ว่างไม่ไปไหนก็จะมาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เต่าถ่านแห่งนี้และยังอาสาพานักท่องเที่ยวเดินชมจุดนิทรรศการทุกจุดอย่างภาคภูมิใจแม้จะไม่มีค่าตอบแทนใดๆก็ตามแต่ก็เป็นความสุขในบั่นปลายชีวิตของคุณตา

นิทรรศการแสดงให้ทราบถึงกระบวนการผลิตถ่านผ่านการเล่าเรื่องด้วยหุ่นจำลองที่อธิบายขั้นตอบการเผ่าถ่าน จำนวน 12 จุดด้วยกัน

  • คนตัดไม้ ในแต่ละวัน คนตัดไม้ จะตื่นประมาณตี 5 หรือ 6 โมงเช้า เพื่อลงเรือไปตัดไม้โกงกางใน ป่าโกงกาง โดยก่อนลงเรือ คนตัดไม้ มักจะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เรียกว่า “แปะกง” เพื่อขอให้การเดินทางปราศจากปัญหา อุปสรรคหรืออันตรายใด ๆ
  • เรือปกชุ่น หรือเรือตาหร่อง เป็นเรือที่คนตัดไม้ ใช้แจวไปยัง ป่าโกงกาง เพื่อตัดไม้ลงเรือมาเผาถ่าน เรียกเรือปกขุ่น เป็นเรือขนาด 12 ถึง 21 กง ความยาว ของลำเรือประมาณ 8 ถึง 12 เมตร รับน้ำหนักไม้โกงกางได้ ประมาณ ๑,๕๐๐ ถึง ๓,๐๐๐ กิโลกรัม การออกเรือไปตัดไม้เป็นช่วงน้ำใหญ่ ถ้าเป็น ช่วงน้ำตาย ออกเรือไม่ได้
  • การตัด ไม้โกงกาง เมื่อถึงป่าโกงกาง คนตัดไม้ จะลงจากเรือเข้าไปในป่าโกงกางเพื่อ ตัดไม้โดยใช้ขวาน การตัดไม้เป็นงานต้องแข่งกับเวลา โดยจะต้องทำให้เสร็จในช่วงเช้าก่อนที่น้ำจะลด ไม่เช่นนั้นเรือเกยตื้นทำให้เดินทางกลับไม่ได้
  • ขนไม้ขึ้น จากเรือเมื่อเรือกลับมาถึงร่องน้ำ หน้าเตาถ่าน คนตัดไม้ก็จะขน ท่อนไม้โกงกางขึ้นจากเรือ เพื่อนำไป เอาเปลือกออกก่อนที่จะนำไม้เข้าเตาถ่าน เปลือกของต้นโกงกางเป็นส่วนที่ไม่มีประโยชน์ในการเผ่าถ่าน หากไม่นำออก จะทำให้ไม้โกงกางสุกเป็นถ่านช้า
  • การนำเปลือกออกในระยะแรก เครื่องมือที่ใช้ ในการตีเปลือก ก็คือ รากของต้นโกงกาง ที่นำมาตัดแต่งให้มีลักษณะคล้ายมีดอีโต้ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ไม้ตีเปลือก ผู้ที่ทำหน้าที่ ตีเปลือกมักจะเป็นภรรยาและลูก ๆ ของคนตัดไม้
  • การนำเปลือกออกในระยะต่อมาเมื่อความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าโกงกางเริ่มร่อยหรอลง ต้นโกงกางขนาดใหญ่ จึงหมดไป เหลือแต่ ต้นโกงกางขนาดเล็ก การตีเปลือกท่อนไม้โกงกางขนาดเล็ก มักไม่ค่อยได้ผล การนำเปลือกออกจึงต้องใช้วิธีการขูดเปลือกโดยใช้เคียว
  • การชั่งน้ำหนักไม้ การชั่งน้ำหนักท่อนไม้โกงกาง จะกระทำก่อนหรือหลังการเอาเปลือกออกก็ได้ โดยเถ้าแก่จะเป็นผู้กำหนด เพื่อนำมาคำนวณค่าแรงของคนงาน
  • การเรียงไม้เข้าเตา การเรียงไม้เข้าเตา จะเรียงในแนวตั้ง โดยจะต้องเรียงจากทางด้านผนังหลังเตาด้านใน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับประตูใส่ไม้ ออกมายังกลางเตา บางทีอาจมีการเรียงไม้ในแนวนอนด้านบนด้วย เพื่อใช้เตาถ่านให้เต็มประสิทธิภาพ ไม้ในเตาจะสุก เป็นถ่านจากด้านบนลงด้านล่าง เนื่องจาก ไอความร้อนจะปกคลุมบริเวณด้านบนภายใน เตาถ่านก่อนด้านล่าง
  • ไซอู่ เมื่อคนงานเรียงไม้เข้าเตาเรียบร้อยแล้ว ไซอู่หรือผู้ดูแลไฟหน้าเตา จะปิดประตูใส่ไม้ แล้วจุดไฟหน้าเตา ไซอู่จะดูแลไฟหน้าเตา ไม่ให้มอด เมื่อไม้ในเตาสุกเป็นถ่านทั้งหมด ต้องปล่อยระยะเวลาให้เตาถ่านเย็นลง แล้วจึงเปิดเตาเพื่อนำถ่านไม้โกงกางออกมา
  • การนำถ่านออกจากเตา เมื่อไม้ในเตาสุกเป็นถ่าน คนงานจะขนไม้ถ่านออกจากเตา โดยการใช้เข่งเปล เพื่อลำเลียงนำถ่าน ไปขายทั้งทางบกและทางน้ำ การขน ถ่านไปขายทางบกจะใช้รถบรรทุก สิบล้อ ส่วนการขนถ่านไปขายทางน้ำ จะใช้เรือ
  • รับค่าแรง ในแต่ละวัน หลังจากที่คนงาน แต่ละคนเสร็จจากการทำหน้าที่ องตน ก็จะมารับค่าแรงจากเถ้าแก่ บางคนก็มารออยู่ใต้ถุนบ้าน บางคน ก็มารออยู่ตรงระเบียงบ้านของ เถ้าแก่
  • เถ้าแก่เตาถ่าน ถ้าแก่เตาถ่านจะคิดคำนวณรายรับรายจ่ายของกิจการของตน โดยใช้ สมุดบัญชีจีนและลูกคิด เถ้าแก่เตาถ่านมักเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ส่วนคนงาน มักเป็นชาวไทยมุสลิม

พิพิธภัณฑ์นี้ได้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 จนถึงปัจจุบัน การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์เตาถ่าน จากตัวเมืองจังหวัดตรัง ไปตามทางหลวงหมายเลข 404 สายตรัง – ปะเหลียน 29 กม. เมื่อถึงมัสยิดสุโสะเลี้ยวขวาจะมีป้ายบอกทางพิพิธภัณฑ์เตาถ่าน ไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร จะถึงจุดพิพิธภัณฑ์เตาถ่าน เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน โดยไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 09.00 น.-17.00 น. มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดเวลา หรือจะโทรไปนัดหมายเพื่อเดินทางเป็นหมู่คณะ หรือ ทัศศึกษาได้ที่ นางสาววันวิสา เก้าเอี่ยน 094 241 7708.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...