โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลอาญา พิพากษาประหารชีวิต 'แอม ไซยาไนด์' คดีวางยาพิษ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ย. 2567 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2567 เวลา 06.00 น.

ศาลอาญา พิพากษาประหารชีวิต ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีวางยาพิษหวังชิงทรัพย์ ขณะที่อดีตสามีจำคุก 1 ปี 4 เดือน ทนายพัชจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา สั่งชดใช้ให้ผู้เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

มติชน รายงานว่า ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษา นางสรารัตน์ รังสิตวุฒาภรณ์ หรือแอม ไซยาไนด์ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามีนายตำรวจ และ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือทนายพัช ใส่สารไซยาไนด์ฆ่า น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย เพื่อหวังชิงทรัพย์

โดยครอบครัวของนางสาวศิริพร หรือก้อย ผู้เสียชีวิตปริศนาในคดีแอม ไซยาไนด์ เดินทางมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พร้อมทีมทนายความ เพื่อฟังคำพิพากษา

นางทองพิน มารดาของนางสาวศิริพรได้กอดรูปลูกสาว ก่อนเปิดใจว่า ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไร แม่ขอไม่ก้าวล่วง แต่จะขอทวงคืนความยุติธรรมให้กับลูกสาว และที่ผ่านมาคิดถึงลูกทุกวันไม่เคยลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูก ต้องดูแลหลานดูแลบ้านเมื่อตอนลูกอยู่ไม่เคยใช้ชีวิตลำบาก เพราะลูกเปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าอยากบอกลูกว่าอะไร นางทองพินกล่าวว่า “อยากให้ชนะ อยากได้ความเป็นธรรม ไม่อยากให้ลูกตนตายฟรี แม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็นผู้กระทำกับลูกของแม่อย่างแน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะเป็นผู้กระทำ”

นอกจากนี้ นางทองพินยังฝากถึงทุกคนว่า “อย่าไว้ใจคนอื่น แม้จะเป็นคนใกล้ตัว เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นบทเรียน คนที่คบกันมานานมันไม่น่าทำร้ายจนถึงเอาชีวิต และยังฝากบอกว่าจะกินอะไรของใครก็ต้องระวัง คนใกล้ชิดนี่แหละสำคัญที่สุด”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นเวลาผ่านมาแล้ว 19 เดือน 6 วัน ที่คดีของแอม ไซยาไนด์ ปรากฏขึ้นมาบนสื่อ และทางพนักงานสอบสวนได้มีการส่งสำนวนให้กับอัยการไปแล้ว 15 คดี ซึ่งวันนี้จะเป็นการตัดสินในคดีแรก

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” อดีตสามีคุก 1 ปี 4 เดือน ทนายพัชคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ชดใช้ให้ผู้เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

ต่อมา ศาลอ่านคำพิพากษา คดีที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 5 และนางทองพิณ เกียรติชนะศิริ มารดาผู้เสียชีวิต ร่วมเป็นโจทก์ฟ้อง นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ไซยาไนด์ อายุ 36 ปี จำเลยที่ 1 ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเตรียมการ หรือเพื่อที่จะสะดวกในการกระทำความผิดอย่างอื่น ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคอื่น เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ส่วน พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 40 ปี อดีตสามี และอดีตรองผกก.สภ.สวนผึ้ง จำเลยที่ 2 และ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัตร์ หรือทนายพัช อายุ 36 ปี จำเลยที่ 3 ในความผิดฐาน ช่วยเหลือจำเลยที่ 1 มิต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง และซ่อนเร้นทำลายหลักฐาน

อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดพวกจำเลยต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 66 สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2566 นางสรารัตน์จำเลยที่ 1 มีเจตนาฆ่า น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย อายุ 32 ปี โดยนำสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ (Potassium Cyanide) ซึ่งเป็นสารพิษปลอมปนใส่ลงในอาหาร หรือน้ำดื่ม และปริมาณเท่าใดไม่ปรากฏชัด ให้ผู้ตาย ดื่มหรือรับประทาน ระหว่างที่จำเลยที่ 1 กับผู้ตาย ซึ่งเป็นเพื่อนกันเดินทางไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำ ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ก่อนที่ผู้ตายจะหมดสติ และเสียชีวิตเวลาต่อมา

โดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การช่วยเหลือและนำทรัพย์สินผู้ตาย 9 รายการ มูลค่า 154,630 บาทของผู้ตายไปให้แก่ผู้มีชื่อ เพื่อซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ตามที่จำเลยที่ 3 ได้ใช้ หรือยุยงส่งเสริมจำเลยที่ 2 เพื่อมิให้เจ้าพนักงานตำรวจติดตามหาทรัพย์ของผู้ตาย เพื่อเป็นการช่วยเหลือจำเลยที่ 1 มิให้ต้องรับโทษตามกฎหมาย หรือให้ได้รับโทษน้อยลงอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี โดยจำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนจำเลยที่ 2-3 ได้รับการประกันตัวโดยศาลตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลอาญา พิพากษาประหารชีวิต ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีวางยาพิษ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...