DELTA มูลค่าบริษัทพุ่ง 1.94 ล้านล้านบาท จากยุคหุ้นเทคฯ บูมหลังโควิด สู่ยุค AI
บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อันดับหนึ่งในตลาดหุ้นไทย ล่าสุดมูลค่ากิจการพุ่งสูงถึง 1.94 ล้านล้านบาทแล้ว หลังหุ้นทำราคาปิด 155.50 บาท ในวันที่ 6 พ.ย. 2567 วันเดียวกับที่ โดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 คัมแบ็กทำเนียบขาวสมัยที่สอง
มูลค่าบริษัท DELTA ได้ทิ้งห่างเบอร์ 2 และเบอร์ 3 อย่าง บมจ.ปตท. (PTT) และบมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) ไปไกลมาก หลังราคาหุ้นพุ่ง 76.70 % จากต้นปี (YTD)
- PTT มีมาร์เก็ตแคป 964,001 ล้านบาท
- AOT มาร์เก็ตแคป 896,428 ล้านบาท
เรียกได้ว่า DELTA เป็นบิ๊กตลาดหุ้นไทยตัวจริง เพราะการขึ้น-ลงของ ราคาหุ้นทุก ๆ 1 บาท จะมีผลต่อการขึ้นลงของ SET Index ประมาณ 1.48 จุด
DELTA ก่อตั้งในปี 2531 โดยนักธุรกิจชาวไต้หวันชื่อ Bruce Cheng เป็นบริษัทในเครือเดลต้า อีเลคโทรนิค์ อิ้งค์ บริษัทสัญชาติไต้หวัน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปี 2538
งวด 9 เดือนปี 2567 มีรายได้รวม 124,488 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน มีอัตรากำไรสุทธิ 13.48 %
มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) 22,655 ราย คิดเป็น 23.08 % (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มี.ค. 2567 )
แนวโน้มหุ้น DELTA จะไปต่อ หรือย่อ นักวิเคราะห์คิดอย่างไร
บล.บัวหลวง ได้วิเคราะห์ 3 ยุคของธุรกิจ DELTAโดยเปรียบเทียบกับหุ้น Tesla ยุคกระแสจากยานยนต์ไฟฟ้า ( EV) และยุคของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยการเปรียบเทียบกับหุ้น NVIDIA
ช่วง 1Q20-2Q21 ยุคหุ้นเทคโนโลยีบูมหลังโควิด
การทะยานครั้งแรกของ DELTA เกิดขึ้นในไตรมาส 1/2563 หนุนจากความต้องการเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นหลังโควิด ในช่วงไตรมาส 2/63 - 2/64 ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจาก 3 บาท ไปถึงจุดสูงสุดที่ 80 บาท เนื่องจากกำไรที่ทำสถิติสูงสุด มูลค่าหุ้นก็เพิ่มขึ้นตาม โดยพีอี ขยับจาก 14 เท่า ไปถึง 120 เท่า แต่ทุกสิ่งย่อมมีจุดจบ ราคาหุ้นเริ่มปรับตัวลดลงและหาจุดฐานที่ 30 บาท ซึ่งสะท้อนการชะลอตัวของผลกำไร
ช่วง 2Q22-2Q23 ยุคกระแสจาก EV
การทะยานครั้งที่สองของ DELTA เริ่มต้นในไตรมาส 2/65 โดยได้รับแรงหนุนจากกระแส EV ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจาก 40 บาท ไปสูงสุดที่ 120 บาท เมื่อกำไรแตะจุดสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นนี้สิ้นสุดในไตรมาส 2/66 ก่อนที่กำไรจะแตะจุดพีคในไตรมาส 3/66
ในเวลานั้น บล.บัวหลวง ได้ออกความเห็น โดยอิงจากมูลค่าหุ้นของDELTA ไปเปรียบเทียบกับ Tesla และตั้งเป้าหมายที่ 100 บาท แม้ว่า DELTAจะเป็น ODM มากกว่าจะเป็นผู้สร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง บางคนอาจมองว่านี่คือการเปรียบเทียบที่บ้า แต่สำหรับDELTA การประเมินมูลค่าที่ตรงไปตรงมาอาจไม่เหมาะสมเสมอไป ในช่วงนั้นพีอีของDELTA ปรับขึ้นจาก 35 เท่า ไปถึง 83 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับช่วงพีอีของ Tesla ที่ 80-90 เท่า
ยุคล่าสุดช่วง 2Q24-ยุคของ AI และดาต้า เซ็นเตอร์
การปรับตัวขึ้นของ DELTA ล่าสุด เริ่มต้นในไตรมาส 2/67 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ดาต้า เซนเตอร์ (DC) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ในช่วงนี้กำไรหลักของ DELTA แตะสถิติใหม่อีกครั้ง
และมูลค่าหุ้นครั้งนี้ บล.บัวหลวงนำไปเปรียบเทียบกับ NVIDIA ซึ่งพีอีเพิ่มจาก 25 เท่า ไปที่ 70 เท่า ในทางเดียวกันพีอีของDELTA เพิ่มจาก 40 เท่า ไปที่ 77 เท่า ในช่วงนี้ บล.บัวหลวงได้ระบุ 3 โซนราคาหลักสำหรับการปรับตัวขึ้นนี้:Anchor zone—150-155 บาท (ซึ่งถึงแล้ว), Altitude zone—160-165 บาท และ Flashpoint zone—170 บาทขึ้นไป
จุดพีคถัดไปจะเกิดเมื่อไร ?
บล.บัวหลวง คาดว่ากำไรหลักของDELTA จะทำสถิติสูงสุดอีกครั้งในไตรมาส 4/67 หนุนจากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งสำหรับผลิตภัณฑ์ DC และการส่งมอบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ AI
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีความเสี่ยงจากภาวะถดถอยที่ได้รับการชี้แจงจากทีมเศรษฐศาสตร์มหภาค กำไรของDELTA อาจแตะจุดพีคตั้งแต่ไตรมาส 4/67 ดังนั้น บล.บัวหลวงคาดว่าราคาหุ้นจะถึงจุดสูงสุดก่อนกำไร อาจจะอยู่ที่ราวๆ เดือน ก.พ.-มี.ค. 2568
อย่างไรก็ตามหากกำไรหลักไตรมาส 4/67 ไม่สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ ราคาหุ้นของDELTA อาจกลับไปยังช่วงมูลค่าต่ากว่าในอดีตที่ -1/-1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือประมาณพีอี 40 เท่า ซึ่งแปลว่า ราคาหุ้นอาจอยู่ที่ราว 80 บาท
บทวิเคราะห์บล.บัวหลวง ระบุว่า สำหรับผู้ที่ติดตามคำแนะนำพื้นฐานก่อนหน้านี้ ขอแนะนำให้ถือหุ้นไว้และทำกำไรบางส่วนใน Anchor zone พร้อมกับการขายเพิ่มเติมในโซน Altitude zone และ Flashpoint zone โดยวางจุด Trailing Stop ไว้ที่ 120 บาท หากยังไม่ได้เข้าซื้อ แนะนำให้มองโอกาสนี้เป็นการซื้อขายระยะสั้น
ด้านความเห็นนักวิเคราะห์ จากข้อมูลสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) จำนวนโบรกเกอร์ที่แนะนำ “ถือ” 10 ราย แนะนำ “ขาย” 6 ราย โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ย 110.99 บาท สูงสุดที่ 128 บาท และราคาต่ำสุดที่ 70.68 บาท