โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มหมดสติ ดับคาพวงมาลัยกลางถนน เพื่อนช็อกหนักนั่งมาด้วยกัน ประคองรถเข้าข้างทาง

Khaosod

อัพเดต 27 ต.ค. 2568 เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2568 เวลา 09.04 น.

หนุ่มหมดสติ ดับคาพวงมาลัยขณะขับรถกลางถนน เพื่อนช็อกหนักนั่งมาด้วยกัน ประคองรถแทน เข้าข้างทาง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 ต.ค.68 ร.ต.อ.วรุตม์ ภูมิภักดิ์ รองสว. (สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในรถ บริเวณถนนพหลโยธินขาเข้าช่องทางด่วนเลนขวา กม.41+200 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งไฟฟ้า ยี่ห้อ BYD หมายเลขทะเบียน กก 9191 ลพบุรี จอดอยู่ช่องเลนขวา บริเวณที่นั่งคนขับพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายอนุพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ

จากการสอบถาม นายกิตติเวทย์ อายุ 42 ปี เพื่อนที่นั่งมาด้วยกันบอกว่า ตนกับผู้เสียชีวิตกำลังขับรถไปเอารถให้เจ้านายที่ กทม. โดยขับรถมาจาก จ.ลพบุรี ซึ่งรถคันที่จะไปเอานั้นเจ้านายไว้ใจผู้เสียชีวิตเป็นคนขับคนเดียว และตนต้องขับรถคันนี้กลับมา

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้เสียชีวิตเกิดช็อกหมดสติไป ซึ่งรถคันนี้เป็นรถไฟฟ้าตนก็พยายามประคองพวงมาลัยและเอามือค่อยๆ ไปกดเบรก กระทั่งจอดเข้าข้างทางได้ สำหรับผู้เสียชีวิตมีโรคหัวใจอยู่แล้ว และโชคดีที่พลเมืองดีขับรถตามมาปิดท้ายให้ และให้ตนโทรแจ้ง 191

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งศพไปชันสูตรที่นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนประสานญาติมารับศพกลับไปดำเนินการตามพิธีทางศาสนาต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มหมดสติ ดับคาพวงมาลัยกลางถนน เพื่อนช็อกหนักนั่งมาด้วยกัน ประคองรถเข้าข้างทาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...